ทร.ภูมิใจ “อู่ตะเภา” ได้ใบรับรองสนามบินสาธารณะ ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย เดินหน้าสร้างรันเวย์ที่2 ส่งไม้ต่อเอกชนบริหาร50 ปี เบิกทางเปิดตลาดใหม่ หวังนักท่องเที่ยว-นักลงทุนอีอีซีไหลเข้าพลิกฟื้นเศรษฐกิจ

25 พ.ค 2565 ที่ราชนาวิกสภาพล.ร.อ.วรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา แถลงถึงความสำเร็จของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา จากการได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ (Public Aerodrome Opening Certificate : PAOC)ว่าเป็นก้าวที่สำคัญ

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ได้ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานของกระบวนการตรวจสอบใหม่ตามหลักสากล ซึ่งรับรองโดย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับ ความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

ด้วยการสร้างความมั่นใจว่าการให้บริการของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานนานาชาติที่สำคัญของไทยเป็นไปด้วยความปลอดภัยตามที่ ICAO กำหนด ต่อทั้งอากาศยาน ผู้โดยสาร สินค้า และผู้ประกอบการ และท่าอากาศยานอื่นๆ ที่มีเที่ยวบินเชื่อมโยงกันการได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร ผู้ให้บริการสายการบิน หรือ ผู้ประกอบการธุรกิจ รวมถึงสนามบินที่เชื่อมโยงกับสนามบินอู่ตะเภา ว่าจะได้รับความปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้มีมาตรฐานสากล โดยมอบนโยบายอย่างชัดเจนให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเดินหน้าเต็มตัวในการรักษามาตรฐานความปลอดภัยตามที่ได้รับใบรับรองจาก กพท.มาแล้วให้คงอยู่ตลอดไป

และเข้ารับการตรวจรับรองในมาตรฐานด้านอื่นๆ ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องช่วยเดินอากาศ การควบคุมการจราจรทางอากาศ ตลอดจนการบริการพยากรณ์อากาศ ในฐานะของบุคลากรของการท่าอากาศยานอู่ตะเภาฯ ในฐานะองค์กรของกองทัพเรือ

ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจ ที่ได้สร้างโอกาสทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมการบินของประเทศให้ ทัดเทียมกับนานาประเทศ เราชาวอู่ตะเภาทุกคนขอให้คำมั่น ว่าเราพร้อมที่จะก้าวต่อไปเพื่อยกระดับ มาตรฐานในด้านอื่นๆ ให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มศักยภาพของประเทศต่อไป

นาวาอากาศเอก สุชาติ อ่างทอง ผู้จัดการฝ่ายมาตรฐานสนามบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ท่าอากาศยานอู่ตะเภาที่ผ่านมีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าไม่มีโควิด-19 แล้วกลุ่มนักท่องเที่ยวเดิม และตลาดใหม่ๆจะเพิ่มขึ้น

จากความได้เปรียบในการศักยภาพที่ตั้ง ที่เหมาะสม เป็นเมืองท่าสำคัญ เชื่อมโยงเส้นทาง น้ำ อากาศ ครบวงจร ยิ่งเมื่อได้ใบรับรองเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมดำเนินการให้ผ่านเกณฑ์ตลอด2 ปีที่ผ่านมาก็เชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจสำหรับผู้มาใช้บริการมากขึ้นแม้จะใช้เวลานานแต่ก็อุ่นใจ ช้า แต่ชัวร์

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์ เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด กล่าวว่าบริษัทได้เข้ามารับภารกิจจากท่าอากาศยานอู่ตะเภา รู้สึกดีใจ และมั่นใจ ต่อการดำเนินการที่ผ่านมาจนได้ใบรับรองในมาตรฐานความปลอดภัย นับเป็นก้าวสำคัญที่ บริษัทจะมารับไม้ต่ออีก50 ปี จากนี้ไปเราจะเข้ามาร่วมมือสร้างบทใหม่ผ่านอีอีซี เพื่อเป็นเกตเวย์นำภาคธุรกิจ การลงทุน ภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจการบินครบวงจร เพิ่มเม็ดเงินในระบบ พลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

“สื่อต่างๆ กังวลว่าช้าไป หรือจะไปต่อไหม เพราะโควิดกระทบเที่ยวบินทั้งโลก แต่ผมเชื่อว่าผ่านมามาก็จะผ่านไป เราต้องเดินหน้าต่อไปร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ผ่านไปให้ได้ ซึ่งไทยเองมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ในจุดยุทธศาสตร์โลก เหมือนหลายแต่ละประเทศก็พยายามยกให้ประเทศตนเองเป็นจุดยุทธศาสตร์ของโลกเช่นกัน เป้าหมายก็เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักลงทุน ดังนั้นใบรับรองถือเป็นจุดสำคัญในการไปบอกกับลูกค้า หรือการหาตลาดใหม่ให้เข้ามาใช้บริการของเรา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน