รมว.ทส. “วราวุธ” เผย การประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ครั้งแรกของไทย สำเร็จทะลุเป้า ชี้เป็นการส่งข้อความประกาศให้ทุกประเทศทั่วโลกถึงบทบาทไทยต่อการแก้ปัญหาโลกร้อนที่ต้องร่วมสนับสนุนเต็มที่

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยถึงการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ครั้งแรกของประเทศไทยที่เป็นเวทีสร้างพลังการขับเคลื่อน สร้างพลังการรับรู้ และการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ภายใต้กิจกรรมต่าง ๆ ที่มาจากพลังของคนไทยว่า การประชุมในครั้งนี้ ทำให้เกิดความชัดเจนในส่วนของการขับเคลื่อนของหน่วยงานภาครัฐ จากการที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ประกาศเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการมุ่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net – zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 ในงาน COP26 ไปสู่นโยบายแผนชาติ และแผนพัฒนารายสาขาได้อย่างไร โดยในส่วนของ ทส. จะมีการส่งร่างยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long-Term Low Greenhous Gas Emission development Strategy) รวมถึง NDC ฉบับปรับปรุง ให้กับ UNFCCC ภายในปลายปีนี้ ก่อนที่ ทางทส. จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุม COP 27 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่ประเทศอียิปต์

ในขณะที่การขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ ระดับจังหวัดและท้องถิ่น ได้เห็นความชัดเจนของจังหวัดต่างๆ ไม่ว่า เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี ภูเก็ต และกทม. ในการนำนโยบายไปสร้างให้เกิดความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ไปสู่แนวทางและกำหนดเป้าหมายการลด GHG ระดับจังหวัด และเตรียมพร้อมปรับตัวต่อผลกระทบ ซึ่ง ทส. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของแต่ละจังหวัด และการขยายผลไปสู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

รมว. ทส. ยังได้กล่าวถึงประเด็นความร่วมมือจากต่างประเทศว่า ต้องขอขอบคุณ เอกอัครราชทูต และอุปทูต จาก 50 กว่าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น สมาพันธรัฐสวิส และสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมยืนเคียงข้างประเทศไทยในฐานะพันธมิตร รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศกว่า 20 องค์กรที่สนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย เช่น ด้านพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า การจัดประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นวันที่ประเทศไทยได้ส่งข้อความไปยังทุกประเทศทั่วโลกให้มาทำตามข้อสัญญาที่ได้ให้ไว้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณสนับสนุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างศักยภาพให้เกิดขึ้นในประเทศ

“และที่เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งอีกประการ จากการประชุมในครั้งนี้ นั่นคือ การตอบรับเป้าหมายของประเทศจากผู้บริหารระดับ CEO ของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ที่ได้เห็นความสำคัญ และกำหนดให้มีการตั้งเป้าหมายNet – zero ขึ้นในระดับองค์กร ซึ่งตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความตื่นตัว และนำมาซึ่งการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า (Added Value) ให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและยั่งยืน”

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเองถือว่า เป็นกลุ่มพลังที่สำคัญมากที่สุด คือเยาวชน ที่เป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะมีความเข้าใจ มีความตื่นตัว ซึ่งต้องช่วยสนับสนุนตามที่เยาวชนได้นำเสนอ เช่น การเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ สร้างความตระหนักแก่เยาวชน ผ่านการสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันในส่วนของพี่น้องประชาชนสามารถมีส่วนร่วมง่ายๆจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และเริ่มได้ในวันนี้ อาทิ การประหยัดพลังงาน การคัดแยกขยะ การรีไซเคิล การเดินทางโดยรถสาธารณะ และการร่วมปลูกต้นไม้ เป็นต้น

“งาน TCAC ที่จัดขึ้น และสำเร็จลงได้ เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กรต่างๆ กว่า 500 แห่ง เพื่อการบรรลุเป้าหมายของประเทศ และประโยชน์สูงสุดของประชาชนจากกิจกรรมจัดนิทรรศการกว่า 30 บูธ และมีผู้สนใจเข้าร่วมงานทั้ง 2 วันมากกว่า 3,000 คน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะนำผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมไปประกาศต่อที่ประชุม COP27 ซึ่งหวังว่าการจัดประชุม TCAC จะสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมไทย ให้เห็นความสำคัญของการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน climate change เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นในปัจจุบัน และส่งต่อโลกที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกหลานของเราในอนาคต” นายวราวุธ กล่าวในที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน