รมว.ทส. “วราวุธ” เผย ทส. สร้างความสำเร็จอีกครั้งกับบทบาทแก้ปัญหาโลกร้อน ในการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ครั้งแรกของไทย สำเร็จทะลุเป้า พร้อมเผยเอกชนหลายแห่งขานรับนโยบาย พร้อมกำหนดเป้าหมาย Net-Zero ระดับองค์กร

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า “การประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5-6 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งงานประชุมดังกล่าว เป็นเสมือนเวทีสร้างพลังการขับเคลื่อน สร้างพลังการรับรู้ และการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ภายใต้กิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งสำเร็จลงได้ด้วยดี เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กรต่างๆ กว่า 500 แห่ง เพื่อการบรรลุเป้าหมายของประเทศ และประโยชน์สูงสุดของประชาชนจากกิจกรรมจัดนิทรรศการกว่า 30 บูธ และมีผู้สนใจเข้าร่วมงานทั้ง 2 วันมากกว่า 3,000 คน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะนำผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมไปประกาศต่อที่ประชุม COP27 ซึ่งหวังว่าการจัดประชุม TCAC จะสร้างแรงผลักดันในสังคมไทย ให้เห็นความสำคัญในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน climate change เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นในปัจจุบัน และส่งต่อโลกที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกหลานของเราในอนาคต”

นอกจากนี้ จากการประชุมในครั้งนี้ ยังได้รับการตอบรับเป้าหมายของประเทศจากผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ที่ได้เห็นความสำคัญ และกำหนดให้มีการตั้งเป้าหมาย Net – zero ขึ้นในระดับองค์กร แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัว และนำมาซึ่งการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า (Added Value) ให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและยั่งยืน

รมว.ทส.กล่าวต่อไปว่า การประชุม TCAC นี้ ยังทำให้เกิดความชัดเจนในส่วนของการขับเคลื่อนของหน่วยงานภาครัฐ ถึงการนำเป้าหมายที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ประกาศเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการมุ่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net – zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 ในงาน COP26 ไปสู่นโยบายแผนชาติ และแผนพัฒนารายสาขาได้อย่างไร โดยในส่วนของ ทส. จะมีการส่งร่างยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long-Term Low Greenhous Gas Emission development Strategy) รวมถึง NDC ฉบับปรับปรุง ให้กับ UNFCCC ภายในปลายปีนี้ ก่อนที่ ทางทส. จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุม COP 27 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่ประเทศอียิปต์

ส่วนการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ ระดับจังหวัดและท้องถิ่น ได้เห็นความชัดเจนของการดำเนินงานที่เริ่มเป็นรูปธรรมในหลายๆ จังหวัด ในการนำนโยบายไปสร้างความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทั้ง 67 ล้านคนทั่วประเทศ ไปสู่แนวทางและกำหนดเป้าหมายการลด GHG ระดับจังหวัด และเตรียมพร้อมปรับตัวต่อผลกระทบ ซึ่งทาง ทส. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัด และ การขยายผลไปสู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ในส่วนประเด็นความร่วมมือจากต่างประเทศนั้น รมว.ทส.กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ เอกอัครราชทูต และอุปทูต จาก 50 กว่าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น สมาพันธรัฐสวิส และสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมยืนเคียงข้างประเทศไทยในฐานะพันธมิตร รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศกว่า 20 องค์กรที่สนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย เช่น ด้านพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า แต่สิ่งที่ตนเองถือว่า เป็นกลุ่มพลังที่สำคัญมากที่สุด คือเยาวชน ที่พร้อมเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะมีความเข้าใจ มีความตื่นตัว ซึ่งต้องช่วยสนับสนุนตามที่เยาวชนได้นำเสนอ เช่น การเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ สร้างความตระหนักแก่เยาวชน ผ่านการสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันในส่วนของพี่น้องประชาชนสามารถมีส่วนร่วมง่ายๆจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และเริ่มได้ในวันนี้ อาทิ การประหยัดพลังงาน การคัดแยกขยะ การรีไซเคิล การเดินทางโดยรถสาธารณะ และการร่วมปลูกต้นไม้ เป็นต้น