การเตรียมพร้อมและหาข้อมูลก่อนว่าจะตัดสินใจตัดกราม ที่ไหนดี เพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดและเทคนิคต่างๆ ในการผ่าตัด รวมถึงการเลือกศัลยแพทย์ได้ตอบโจทย์ตรงความต้องการ ต้องวางแผนเรื่องเวลาในการพักฟื้นก่อนและผ่าตัดอย่างไรบ้าง?

1. ใบหน้าที่เหมาะกับการตัดกราม
-หน้าทรงเหลี่ยม
-กรามใหญ่เป็นมุมออกด้านข้าง
-หน้าใหญ่เพราะมีกระดูกกรามหนา
-กราม 2 ฝั่ง มีขนาดไม่เท่ากัน
-คนที่มีโครงหน้าแข็ง ดุ ดูสูงกว่าวัย

2. การตัดกรามมีกี่วิธี

การตัดกรามมีวิธีที่ผ่าตัดจากภายนอกและผ่าตัดจากภายในช่องปาก ซึ่ง 2 วิธีจะมีขั้นตอนที่ต่างกัน โดยมีข้อดีข้อเสียดังนี้

-ตัดกรามจากภายนอก
เทคนิคนี้ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลที่มุมกรามของคนไข้ แล้วใช้เครื่องมือตัดกระดูกและเนื้อเยื่อออกให้กรามมีขนาดเล็กลง

ข้อดี : เป็นวิธีที่ใช้มานาน ไม่ซับซ้อนเท่าการผ่าตัดจากภายในจึงบวมน้อยกว่า
ข้อเสีย : มีแผลเป็นที่มองเห็นชัด ต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงค่อยๆ จางลง

-ตัดกรามภายในช่องปาก
วิธีนี้เป็นการผ่าตัดที่ทันสมัย ช่วยให้ศัลยแพทย์แก้ไขมุมกรามได้มากขึ้น แต่มีความซับซ้อนสูงเพราะด้านในช่องปากมีเส้นประสาทจำนวนมาก ศัลยแพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญจึงจะใช้เทคนิคนี้ได้อย่างปลอดภัย โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลจากด้านในช่องปากบริเวณคอฟันซี่ในสุด แล้วตัดกระดูกกรามพร้อมปรับทรงได้ตามที่วางแผน

ข้อดี : ไม่มีแผลเป็นภายนอก อีกทั้งยังสามารถลดขนาดกรามและปรับทรงได้มากขึ้น
ข้อเสีย : มีแผลในช่องปากที่ต้องดูแลความสะอาดหลังทำ

3. ผลข้างเคียงจากการตัดกราม

การผ่าตัดไม่ว่าจะในตำแหน่งใดล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น รวมทั้งการตัดกรามเองก็เช่นกัน เนื่องจากตำแหน่งกรามเป็นส่วนของกระดูกและมีเส้นประสาทจำนวนมาก อาการหลังตัดกรามเลยมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ดังนี้

-อาการชาที่มุมกรามหลังผ่าตัด
-ความเสี่ยงในการกระทบกับเส้นประสาทขณะผ่าตัด
-ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
-การบวมช้ำหลังผ่าตัด
-แผลผ่าตัดในช่องปากที่เสี่ยงติดเชื้อหากดูแลได้ไม่ดีพอ

4. ผ่าตัดกรามที่ไทย vs ที่เกาหลี

ในไทยแพทย์จะเน้นผ่าตัดเพื่อตัดกระดูกกราม เนื้อเยื่อ หรือกล้ามเนื้อในส่วนที่เป็นปัญหาออก ทำให้ใบหน้ามีขนาดเล็กลง ซึ่งสามารถแก้ปัญหาเพียงพอให้กับคนที่มีความต้องการลดขนาดกราม

แต่ศัลยแพทย์ที่เกาหลีจะใช้เทคนิคการตัดกรามร่วมกับศัลยกรรมความงาม ทำให้นอกจากการตัดกรามเพื่อลดขนาดแล้ว แพทย์จะทำการประเมินภาพรวมใบหน้า และวิเคราะห์ตำแหน่งที่ควรปรับเพื่อให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น ซึ่งศัลยแพทย์อาจจจะแนะนำให้ใช้เทคนิคอื่นๆ ควบคู่เพิ่มเติม จึงทำให้หลายคนที่เลือกตัดกรามที่เกาหลี ประทับใจในผลลัพธ์ด้วยรูปหน้าสมส่วนดูเป็นธรรมชาติที่ได้จากศัลยแพทย์เกาหลีมากกว่านั่นเอง

5. หมอผ่าตัดกรามที่เกาหลีที่เชี่ยวชาญผ่าตัดกราม

สำหรับการผ่าตัดกรามที่เกาหลี อยากขอแนะนำศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดังนี้

1.) Dr. Kim Nam Ho
ศัลยแพทย์ที่มีชื่อเสีงในการผ่าตัดกรามที่เกาหลี Dr. Kim Nam Ho เป็นศัลยแพทย์เจ้าของ Gyalumhan Plastic Surgery ซึ่งปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น Seoul Face21 ที่รักษาเกี่ยวกับโครงหน้าโดยตรง ซึ่ง Dr. Kim Nam Ho มีประสบการณ์การผ่าตัดมาแล้วถึง 20 ปี โดยวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและออกแบบโดยยึดองค์ประกอบภาพรวมให้แบบตัวต่อตัว และใช้เทคนิคหลากหลายในการช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นไปตามที่ต้องการ ดังนั้นการผ่าตัดลดกรามกับศัลยแพทย์จะใช้เทคนิคลดบวม เลี่ยงเส้นเลือดใหญ่ ทำให้ไม่มีสายเดรนเลือดหลังผ่าตัด นอกจากนี้ที่คลินิกยังมีคอร์สลดบวมให้บริการกับคนไข้อีกด้วย

2.) Dr. Kim Jong Yun และ Dr. Shin Hee Jin
คุณหมอทั้งสองท่านประจำอยู่ที่ EU Maxillofacial and Oral Center ซึ่งเชี่ยวชาญด้านกระดูกโครงหน้าและฟันโดยเฉพาะ ผ่านการผ่าตัดมานับ 1,000 เคส และยังถือเป็นคลินิกที่ติดอันดับ 1 ใน 9 คลินิกผ่าตัดโครงหน้าร่วมกับศัลยกรรมความงามที่ดีที่สุดในเกาหลีอีกด้วย โดยเฉพาะคนที่อยากแก้กรามควบคู่กับตำแหน่งอื่น อย่างการผ่าตัดขากรรไกรหรือแก้ฟันสบกันผิดปกติ ที่นี่สามารถช่วยแก้ไขได้อย่างเชี่ยวชาญ

6. ผ่าตัดกรามต่างกับทำวีไลน์มั้ย

การตัดกรามจะเป็นการแก้ไขทรงกรามที่มีขนาดใหญ่ ด้วยการตัดกระดูกและเนื้อเยื่อบางส่วนออกเพื่อลดขนาดกราม ซึ่งต่างจากการทำวีไลน์ที่เป็นการตัดกรามพร้อมทำการเลื่อนกระดูกคาง ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ความเรียวของใบหน้าที่มากขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดทรงคล้ายตัว V สำหรับคนไข้บางคนที่ต้องการให้ใบหน้าเรียว ศัลยแพทย์จะแนะนำให้ทำวีไลน์ด้วยนั่นเอง

7. ผ่าตัดกรามช่วยให้หน้าเรียวมั้ย

การตัดกรามมีส่วนช่วยให้ใบหน้าเรียวขึ้น ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับปัญหาโครงสร้างรูปหน้าเดิมของคนไข้ หากเป็นคนที่หน้าใหญ่เพราะมีขนาดกรามที่หนา แต่ช่วงคางโค้งสวยและเล็กอยู่แล้ว การตัดกรามก็ช่วยให้หน้าเรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่สำหรับคนที่มีปัญหาคางสั้น คางมีลักษณะตัดขนานกับพื้น แต่อยากให้ใบหน้าเรียวขึ้น จึงควรให้แพทย์ช่วยประเมินวิธีการแก้ไขและเทคนิคที่ใช้ตามเหมาะสมเพื่อได้ผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ อย่างเช่นการแก้ไขด้วยการทำวีไลน์

8. หลังผ่าตัดกรามต้องพักฟื้นกี่วัน?

ควรมีเวลาพักฟื้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ให้อาการบวมลดลดถึงระดับที่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก แต่ควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามแพทย์แนะนำต่อไป โดยหลังจากนั้นประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ใบหน้าจะเริ่มเข้าที่ตามปกติเห็นทรงที่ชัดเจน

9. ผ่าตัดกรามแล้วต้องดูแลอย่างไรบ้าง?

-ควรประคบเย็นในทันทีหลังฟื้นจากยาสลบหลังออกจากห้องผ่าตัด เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
-ตลอด 1 เดือนหลังตัดกรามให้นอนหนุมหมอนสองใบ ให้ศีรษะสูงกว่าระดับหัวใจ ลดอาการบวม
-รักษาความสะอาดภายในช่องปาก ด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อบ้วนปากให้สะอาด
-งดแอลกอฮอล์ อาหารเสริม ของดิบ ของดอง และงดสูบบุหรี่
-ควรออกกำลังกายเบา หรือเดินเล่น เพื่อช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดี ลดการบวมหลังผ่าตัด

10. เลือกเอเจนซี่ไปผ่าตัดกรามยังไงดี

การเดินทางไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีไม่ได้มีเพียงการเตรียมกระเป๋าแล้วจะไปได้เลย เพราะหากอยากทำกับศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเองก็ต้องมีการทำนัดล่วงหน้า ต้องติดต่อเพื่อพูดคุยปรึกษาเพื่อให้แพทย์วางแผนการผ่าตัดก่อน และเพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ควรต้องเลือกเอเจนซี่ที่ดีมาช่วยดูแล ซึ่งควรคำนึงถึงคุณสมบัติดังต่อไปนี้

-เอเจนซี่มีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 – 5 ปี
-มีเคสที่ประสบความสำเร็จให้เห็นเป็นตัวอย่าง
-ให้คำปรึกษาได้อย่างน่าเชื่อถือ สามารถติดต่อได้สะดวก
-มีคอนเนคชั่นกับแพทย์และคลินิกที่เกาหลีที่ดี เพื่อช่วยให้พูดคุยกับทีมแพทย์ได้สะดวกขึ้น
-ให้บริการครบในที่เดียว ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หาแพทย์ ล่าม และวางแผนการไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีให้ได้เรียบร้อย
-มีทีมงานของตัวเองดูแลในทุกขั้นตอนที่คนไข้อยู่เกาหลี

สรุป

เมื่อทราบข้อมูลและตัดสินใจที่จะผ่าตัดกรามที่เกาหลีแล้ว แนะนำให้เลือกเอเจนซี่ไว้ก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อความอุ่นใจ ฝากให้ดูแลขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างราบรื่น

และเราขอแนะนำ Surgery Review เอเจนซี่ศัลยกรรมที่มีประสบการณ์เคยพาคนไข้ไปผ่าตัดกรามที่เกาหลีมาก่อน สามารถให้คำปรึกษาด้านนี้ได้อย่างครอบคลุม พร้อมมีคอนเนคชั่นกับศัลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผ่าตัดโครงหน้า เพื่อให้คนไข้ได้แพทย์ที่ตอบโจทย์ และได้รับความประทับใจในบริการทุกขั้นตอน

ติดต่อสอบถามปัญหาเพิ่มเติม
Line id: @srsurgery (มี @ ด้วย)
https://goo.gl/drW3hR

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน