ไมเกรนนั้นไม่ใช่อาการปวดหัวทั่ว ๆ ไป สำหรับผู้ป่วยไมเกรนจะรู้ว่า เป็นอาการที่ทรมานและเกิดปัญหาเรื้อรังที่กระทบต่อชีวิตมาก ซึ่งอาการไมเกรนนั้นมีผลมาจากระบบสมองโดยตรง ดังนั้นแพทย์ด้านระบบประสาทและสมอง จึงมีส่วนที่จะช่วยดูแลรักษาโรคของไมเกรน
คุณหมอสมองที่เราจะมาทำความรู้จักกันวันนี้ นายแพทย์ปริญญ์ บุญชัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง จาก BTX migraine center ศูนย์รักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทาง ที่ทำการรักษาผู้ป่วยไมเกรนมามากกว่า 1,000 เคส “หมอจบแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากนั้นก็มีความสนใจในเรื่องระบบประสาทและสมอง ได้วุฒิบัตรสาขาประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยา เป็นสมาชิกสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย รวมไปถึง Certificate of New trend with Botulinum toxin,Filler and Thread Lifiting,R.I.B.T Group ด้วย”
“เราเลือกที่จะดูแลผู้ป่วยไมเกรนด้วยการรักษาไปที่สมองโดยตรง เพราะเห็นว่าเป็นการรักษาที่ตรงจุด การรับประทานยาอาจจะช่วยได้ชั่วคราวหรือเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนระยะเริ่มต้น แต่สำหรับผู้ที่ปวดเรื้อรัง การใช้ยาระงับอาการปวดนั้น เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ อาการไมเกรนนั้นถูกพูดถึงกันกว้างขวางว่าเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ส่วนของการรับรู้ที่มาจากสิ่งเร้าต่าง ๆ แสงสี เสียง ซึ่งผู้ป่วยไมเกรจะรับรู้ได้มากกว่าคนทั่วไป แล้วยังไปกระตุ้นปลายประสาทมีอาการอักเสบ เกิดเป็นอาการปวดหัว ที่จะปวดแบบตุบ ๆ เหมือนเส้นเลือดในสมองได้รับการกระทบ ซึ่งจะต่างจากปวดหัวทั่ว ๆ ไป ในฐานะของหมอระบบประสาทและสมอง จึงสนใจว่าการรักษาผู้ป่วยไมเกรน โดยดูไปที่การรักษาระบบสมองของผู้ป่วยนั้น จะได้ผลที่ตรงจุดมากกว่า”
สำหรับอาการปวดไมเกรนของผู้ป่วยไมเกรนนั้น นายแพทย์ปริญญ์ บุญชัด ได้ดูแลเคสมามากกว่า 1,000 เคส “แต่ละรายมีอาการที่ต่างกันไป ได้รับการกระตุ้นจากหลายสาเหตุ บางคนก็อาจจะมาจากการใช้ชีวิตที่จะไปกระตุ้นอาการปวดไมเกรน ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก ความเครียด อากาศร้อนจัดหรือเย็นจัด กลิ่น แสงแดด หรือเสียงที่ดังจนเกินไป เมื่อเกิดอาการปวดไมเกรน บางคนก็จะมีอาการอย่างอื่นเพิ่มด้วย คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ ช่วงเวลาที่เกิดอาการปวดอาจจะยาวนานหลายชั่วโมง บางครั้งสำหรับผู้ป่วยบางคนความถี่ที่เกิดอาการปวดไมเกรนนั้นบ่อยครั้ง จนใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบากมาก ถือว่าอาการไมเกรนนั้น ทำให้ผู้ป่วยทรมานและปรับตัวกับการใช้ชีวิตได้ยากกว่าผู้อื่น”
การรักษาอาการปวดไมเกรนนั้น เริ่มต้นผู้ป่วยก็จะใช้ยาระงับอาการปวด ถ้าในรายที่เป็นไม่มากก็จะใช้กลุ่มยาระงับปวดทั่วไป พาราเซตามอล สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังเป็นมานานอาจจะต้องใช้ยาอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ยากันชัก กลุ่มยาต้านเศร้า ซึ่งจะเป็นยาช่วยป้องกันอาการไมเกรน แต่เมือการใช้ยาไม่สามารถบรรเทาอาการปวดได้ ผู้ป่วยอาจจะต้องใช้ยาเป็นปริมาณมากขึ้น ถี่ขึ้น “การใช้ยามากและต่อเนื่องนาน ๆ ไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน เราจึงอยากให้ผู้ป่วยได้รักษาให้ตรงจุดมากขึ้น”นายแพทย์ปริญญ์ บุญชัด บอกถึงผลกระทบของการใช้ยาและแนะนำวิธีการรักษาไมเกรนที่ตรงจุด “การใช้โบท๊อกไมเกรน เป็นอีกวิธีการรักษาที่ถือว่าตรงกับอาการของไมเกรนที่มาจากระบบสมอง การใช้ Botulinum Toxin ชนิด A สำหรับการลดอาการปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังได้ โดยจะไปทำให้กล้ามเนื้อมีความผ่อนคลายตัว การไปยับยั้งบริเวณปลายประสาทที่จะเป็นตัวส่งอาการ สัญญาณความปวดต่างๆ ไปยังสมอง และนั่นก็ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถมีอาการที่ทุเลาลง การฉีดโบท็อกไมเกรนเพื่อแก้ปวดไปยังจุดต่างๆ บริเวณ บ่า, ต้นคอ, หน้าผาก, คิ้ว โดยจะมีการฉีดที่บริเวณรอบศีรษะ 31 จุด โดยจะเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด ภายในระยะเวลา 3 – 5 วัน และสามารถช่วยรักษาอาการ มีผลยาวนานถึง 3 เดือน โดยจากผลการวิจัยพบว่า การฉีดโบท็อกไมเกรน สามารถที่จะลดอาการปวดได้สูงสุดถึง 70%”
“การใช้โบท๊อกไมเกรนไม่ใช่เรื่องใหม่ การใช้ Botulinum Toxin รักษาไมเกรน ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองอย่างเป็นทางจาก U.S FDA Approved องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2010 ได้รับการันตีอย่างเป็นทางการแล้วว่าสามารถที่จะช่วยลดอาการปวดหัว รักษาไมเกรนและอาการอื่นๆ ตามประสาทและสมองได้จริง ส่วนในประเทศไทยนั้นก็ได้การรับรองอย่างเป็นทางการจากองค์การอาหารและยาแล้ว” นายแพทย์ปริญญ์ บุญชัด ให้ความมั่นใจเรื่องการใช้โบท๊อกเพื่อรักษาไมเกรน “สำหรับผู้ที่เจอปัญหาอาการปวดหัวไมเกรน มีอาการเรื้อรัง ปวดมานานและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ กินยาระงับปวดก็ไม่หายหรือรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ อาการก็ไม่ดีขึ้น สามารถมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง เพื่อจะได้รักษาได้ตรงจุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น”
ผู้ป่วยไมเกรนที่ต้องการได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงหรือต้องการเข้ารับการรักษา สามารถติดต่อได้ที่ BTX migraine center ศูนย์รักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทาง Line@ayaclinic หรือ 090-970-0447