ปัจจุบันสภาพอากาศเต็มไปด้วยฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกมากมาย ทำให้หลายๆ คนพอกลับถึงบ้านต้องสระผมแทบจะทุกวัน ซึ่งการสระผมบ่อยเกินไปก็ถือว่าเป็นการทำร้ายหนังศีรษะได้เช่นกัน ทำให้หลายคนเริ่มมีอาการผมร่วง ผมบางได้ นอกจากนี้สาเหตุของอาการผมร่วง ผมบางยังมาจากฮอร์โมนและพันธุกรรมอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังต้องการแก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบาง ทุกวันนี้ได้มีนวัตกรรมการปลูกผม FUE โดยใช้เทคนิคพิเศษทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการปลูกผมถาวรที่ไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น ได้ผมสวยเงางามเหมือนผมธรรมชาติ หากคุณต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผม FUE บทความนี้มีคำตอบ

ปลูกผม FUE คืออะไร

การปลูกผม FUE คือ นวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบางที่ได้ผลมากที่สุดในเวลานี้ โดยแพทย์จะทำการตัดกราฟท์ผม บริเวณหนังศีรษะด้านหลังออกมาแล้วแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ โดยมีความกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร จากนั้นจะนำเซลล์รากผมที่ได้ไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ นอกจากนี้การปลูกผม FUE ยังเป็นการปลูกผมถาวรได้ผมยาวอย่างธรรมชาติ อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงทำครั้งเดียวอยู่ได้นาน

กราฟท์ผม คือ

กราฟท์ผม คือ กอผมที่มีเส้นผมอยู่จำนวน 1-4 เส้น ในขั้นตอนการปลูกผม FUE แพทย์จะทำการเลือกตัดตรงบริเวณกราฟท์ผมที่มีความแข็งแรง มีผมหนาแน่น เพื่อที่จะได้ปลูกแล้วออกมายาวหนาเป็นธรรมชาติ

กระบวนการทำงานของการปลูกผม FUE

การปลูกผม FUE มีกระบวนการคล้ายกับการย้ายต้นไม้ โดยนำรากผมที่สมบูรณ์ไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ โดยแพทย์จะทำการเจาะตามบริเวณที่ต้องการฝังเซลล์รากผม วิธีนี้เป็นการปลูกผมถาวรช่วยให้คุณได้เส้นผมที่สวยงาม จบปัญหาผมร่วง ผมบาง

ข้อดีและข้อจำกัดของปลูกผม FUE

การปลูกผม FUE สามารถแก้ปัญหาผมร่วง ผมบางได้อย่างตรงจุดและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างที่คุณควรทราบ ซึ่งข้อดีและข้อจำกัดของปลูกผม FUE มีดังต่อไปนี้

ข้อดีของการปลูกผมแบบ FUE

หลังจากที่คุณได้ทำการปลูกผม FUE เสร็จเรียบร้อย บริเวณที่ปลูกผมจะเหลือเพียงรอยจุดขาวๆ ซึ่งมองเห็นได้ยาก และยังไม่ทิ้งรอยแผลเป็นจึงได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติเสมือนเป็นการปลูกผมถาวร และการปลูกผม FUE ยังเจ็บน้อยกว่าการปลูกผมถาวรแบบอื่น

นอกจากนี้การปลูกผม FUE สามารถใช้รากผมจากขนบริเวณอื่นๆ ในร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าอก หนวด หรือหน้าแข้ง แต่บริเวณที่เกิดผมร่วง ผมบางมากกว่าปกติจะไม่สามารถใช้ได้

ข้อจำกัดของการปลูกผมแบบ FUE

การปลูกผม FUE อาจจะได้จำนวนรากผมน้อยกว่าแบบอื่น จึงทำให้ได้รากผมไม่พอตามบริเวณที่ต้องการจะใส่ แล้วถ้าแพทย์ไม่มีความชำนาญอาจทำให้รากผมสามารถเกิดความเสียหายได้ นอกจากนี้การปลูกผม FUE ก็ยังมีโอกาสที่ผมปลูกใหม่จะติดได้น้อยกว่าแบบ FUT

ข้อแตกต่างระหว่างปลูกผม FUE กับปลูกผมแบบอื่นๆ

การแก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบางจะมีหลากหลายวิธี ซึ่งทางการแพทย์จะมีทั้งการปลูกผม FUE, FUT, DHI, และ Long Hair โดยแต่ละแบบมีความแตกต่างดังต่อไปนี้

  • การปลูกผม FUE

เป็นการปลูกผมถาวรที่ให้ผลลัพธ์สวยงามเหมือนผมธรรมชาติ เพราะใช้กระบวนการปลูกผมที่

เสมือนการย้ายต้นไม้ไปแล้วนำไปปลูกในที่แห่งใหม่ โดยแพทย์จะใช้คีมปลายแหลมคีบ เพื่อนำเซลล์รากผมขึ้นออกมา ต่อมาใช้ Forceps เจาะรูตามบริเวณที่จะปลูกผม FUE จึงได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติมากกว่าปลูกผมถาวรแบบอื่น โดยการปลูกผม FUE ราคากราฟละ 35 – 70 บาท

  • การปลูกผม FUT

ขั้นตอนของการปลูกผม FUT แพทย์จะทำการตัดหนังศีรษะด้านหลังตั้งแต่หูซ้ายไปถึงหูขวา จากนั้นจะเย็บปิดโดยมีความยาวประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร ซึ่งขณะที่ตัดเย็บคนไข้จะรู้สึกปวดมากกว่าการปลูกผม FUE ที่แพทย์จะทำการเจาะเป็นรูๆ ขนาดเล็กเท่านั้น

อีกทั้งอาการปวดจากการปลูกผม FUT ยังสามารถลุกลามไปถึงเปลือกตาได้ และคนไข้ยังต้องสวมผ้าพันแผลไว้รอบศีรษะตลอดเวลา จึงทำให้คนไข้รู้สึกรำคาญได้ โดยการปลูกผม FUT ราคาอยู่ที่ 60 – 100 บาท

  • การปลูกผม DHI

ขั้นตอนปลูกผม DHI จะมีความคล้ายคลึงกับการปลูกผม FUE แต่ต่างกันตรงที่แพทย์จะทำการปักและปลูกภายในรอบเดียว จึงสามารถควบคุมทิศทางของเส้นผมได้อย่างแม่นยำ ทำให้คุณได้เส้นผมที่หนาแน่น นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่เจ็บตัวน้อยกว่า ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงในการตัดผิวหนังส่วนที่เกินออก โดยการปลูกผม DHI ราคาจะอยู่ที่ 100 – 150 บาท

  • การปลูกผม Longhair

สำหรับการปลูกผม Longhair จะใช้วิธีที่แตกต่างจากวิธีอื่นๆ เนื่องจากแพทย์จะทำการเจาะรู จากนั้นทำการดึงเซลล์รากผมออกมาในตอนที่ผมยาว ซึ่งเซลล์รากผมที่นำออกมาต้องมีความยาวประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร ทำให้คุณได้ผมที่ยาวเร็วกว่าแบบอื่นๆ และแนวของเส้นผมยังปกปิดจนแทบไม่เห็นบริเวณที่ทำการปลูก โดยการปลูกผม Longhair ราคาจะอยู่ที่ 100 – 150 บาท

ปลูกผม FUE เตรียมตัวอย่างไร

หากคุณตัดสินใจแล้วว่าต้องการแก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบาง ด้วยวิธีการปลูกผม FUE
คุณจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเข้ารับการรักษา โดยมีข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • งดดื่มชาและกาแฟก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่หลังการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
  • งดรับประทานยาและอาหารเสริมที่สามารถทำให้เลือดแข็งตัวได้ ไม่ว่าจะเป็น แอสไพริน วิตามินอี พลาวิกซ์ น้ำมันตับปลา หรือสมุนไพรอื่นๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน
  • งดใช้ Minoxidil หรือ Rogaine เพราะมีสารที่ทำให้เส้นผมเจริญเติบโต โดยคุณควรงดใช้อย่างน้อย 7 วัน
  • ก่อนเข้ารับปลูกผม FUE คุณควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อวัน อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง
  • หากคุณมีโรคประจำตัวคุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบ และการปลูกผมถาวรแบบอื่นก็ต้องแจ้งเช่นกัน
  • สำหรับผู้ที่ต้องรับประทานยา Beta Blocker ต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบ เพื่อเปลี่ยนยาก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 7 วัน เนื่องจากตัวยาส่งผลต่อยาชาที่จะใช้ในการผ่าตัด
  • ควรสวมใส่เสื้อที่ใส่สบาย เสื้อควรมีลักษณะคอกว้างหรือสามารถถอดออกได้อย่างสะดวก เนื่องจากหลังผ่าตัดจะต้องสวมเสื้อผ่านทางศีรษะได้
  • ควรมีคนพามาด้วยในวันที่ต้องทำการปลูกผม FUE เนื่องจากแพทย์จะต้องใช้ยานอนหลับ จึงส่งผลให้คนไข้อาจเกิดอาการง่วงนอนในระหว่างขับรถหลังผ่าตัดเสร็จ
  • ก่อนปลูกผม FUE คุณควรงดการทำสีผมอย่างน้อย 1 เดือน

ขั้นตอนการปลูกผม FUE

ขั้นตอนการปลูกผม FUE แพทย์จะใช้เวลาปลูกผมถาวรให้คนไข้ประมาณ 6-10 ชั่วโมงทั้งนี้จะขึ้นอยู่บริเวณที่ต้องการปลูกผมนั้นมีมากน้อยเพียงใด รวมถึงจำนวนกอผมที่ต้องการใช้ด้วย ซึ่งขั้นตอนการปลูกผม FUE มีดังต่อไปนี้

  1. แพทย์จะร่างแนวผมพร้อมออกแบบบริเวณที่จะทำการปลูกผม FUE เมื่อได้บริเวณที่ต้องการแล้วแพทย์จะคำนวณจำนวนกอผมที่จะใช้ แต่จะไม่เกิน 2,000 กราฟ เพราะการตัดกอผมออกมามากเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะผมร่วงผมบางในบริเวณนั้นมากขึ้นได้
  2. เมื่อได้กอผมที่ต้องการแล้ว แพทย์จะโกนผมบริเวณที่จะปลูก หลังจากนั้นจะฉีดยาชาและทำการฆ่าเชื้อ เมื่อยาชาออกฤทธิ์แพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษโดยมีขนาดเล็กประมาณ 0.8-1.0 มิลลิเมตร เจาะตามแนวขนานรากผม
  3. แพทย์จะนำเซลล์รากผมออกมาเก็บไว้ในน้ำเลี้ยงเซลล์ เพื่อรอนำไปปลูกในลำดับถัดไป
  4. หลังจากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาหรือยานอนหลับอ่อนๆ ให้กับคนไข้
  5. เมื่อยานอนหลับออกฤทธิ์แล้ว แพทย์จะฉีดยาห้ามเลือด เริ่มทำการเจาะรูตามบริเวณที่ต้องการปลูก แล้วนำเซลล์รากผมใส่ลงไปจนครบทั้งหมด
  6. แพทย์จะปิดผ้าพันแผลตามบริเวณที่ปลูกผมซึ่งคนไข้ต้องปิดแผลเช่นนี้ไว้อย่างน้อย 1-2 วัน

การดูแลตนเองหลังปลูกผม FUE

หลังจากที่คุณได้รับการปลูกผม FUE เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในช่วงที่พักฟื้นเพื่อรอให้กราฟผสมกับเนื้อเยื่อติดกัน คุณต้องดูแลตัวเองตามดังนี้เพื่อป้องกันไม่ให้กราฟผมเกิดความเสียหาย หากคุณไม่อยากกลับไปผมร่วง ผมบางอีกควรปฏิบัติตามดังนี้อย่างเคร่งครัด

  • ไม่ควรเกาบริเวณแผลหรือหนังศีรษะ เพื่อลดการสัมผัสและยังเป็นการป้องกันการติดเชื้อด้วย
  • ควรนอนหงายหรือตะแคง แต่ไม่ควรนอนคว่ำ และต้องใช้หมอนหรือผ้ารองคอเพื่อป้องกันไม่ให้แผลถูกกดทับ
  • ควรสระผมเองและล้างแผลอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยใช้ชโลมแชมพูลงบนหนังศีรษะทิ้งไว้ 2 – 3 นาที คอยๆ สระผมอย่างเบามือ จากนั้นล้างออกและใช้ไดร์เป่าให้แห้งด้วยลมเย็นๆ เบาๆ
  • ระมัดระวังไม่ให้ศีรษะได้รับการกระแทก เพราะอาจทำให้ผมที่ปลูกผมถาวรไปไม่ขึ้น
  • หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอากาศร้อน เนื่องจากจะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดจนทำให้เลือดออกได้
  • งดออกกำลังกายและการก้มหยิบสิ่งของ เพราะอาจไปเพิ่มความดันจนทำให้แผลบวมได้ แต่คุณสามารถย่อตัวลงเพื่อหยิบของแทนการก้มศีรษะได้
  • ไม่ควรถูกแสงแดดมากเกินไป หากต้องเผชิญแสงแดดมากๆ ควรใส่หมวกหรือผ้าคลุมศีรษะ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ หลังการปลูกผม FUE เป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • สอบถามแพทย์ก่อนใช้ยาเพื่อป้องกันการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากยามีฤทธิ์ที่ทำให้รากผมไม่ติดกับเนื้อเยื่อได้
  • หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีผู้คนเยอะๆ เช่น ฝูงชน งานสังสรรค์ หรือคอนเสิร์ต เป็นต้น เนื่องจากอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ และถ้าแผลของคุณได้รับการติดเชื้อคงไม่คุ้มค่ายารักษาแน่ เพราะการปลูกผม FUE ราคาก็มีราคาสูงพอสมควร

สรุปปลูกผม FUE

การปลูกผม FUEจะทำให้คุณมีผมที่มีราก สามารถงอก หลุดร่วง และงอกใหม่ได้ตามธรรมชาติเหมือนกันเส้นผมจริง ซึ่งจะเป็นเช่นนี้ได้คุณก็ต้องให้ความร่วมมือกับแพทย์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก Absolute Hair Clinic คลินิกสำหรับปรึกษาปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมบริการปลูกผมและการรักษาทางเลือกอื่นๆ อย่างครบวงจร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน