ปัจจุบันการเปิดร้านค้าออนไลน์กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งก็เพราะการเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นทำได้ง่าย ทำให้หลายๆ คนต่างมุ่งเป้าเข้าสู่การทำธุรกิจออนไลน์จนกลายเป็นเทรนด์ยอดนิยม ถึงแม้การเปิดร้านค้าออนไลน์จะเป็นเรื่องง่ายอย่างที่บอกไปแล้วก็ตาม แต่การที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตยืนระยะต่อเนื่องนั้น ประกอบด้วยปัจจัยหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นคือการที่จะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสินค้า และจัดการสต๊อกสินค้าอย่างเป็นระบบนั่นเอง วันนี้เราจะมาแนะนำการจัดการกับสต๊อกสินค้าแบบง่ายๆ กับ 7 เคล็ดลับการจัดเก็บสินค้าที่ควรรู้ ก่อนเปิดร้านค้าออนไลน์
ความสำคัญในการจัดการสต๊อกสินค้า
การจัดการสต๊อกสินค้าโดยภาพรวม คือการวางแผนจัดการบริหารให้จำนวนสินค้ามีเพียงพอต่อการขาย มีการวางระบบเพื่อควบคุมไม่ให้สินค้าหมดสต๊อกโดยไม่รู้ตัว ซึ่งแน่นอนว่าหากสินค้าหมด มีไม่พอหรือมีไม่ครบ จะส่งผลเสียหายต่อร้านค้าของเราเป็นอย่างมาก การมีข้อมูลจำนวนสินค้าจะช่วยให้การขายไม่ติดขัด ช่วยลดต้นทุน สร้างโอกาสการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว และส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมว่าธุรกิจออนไลน์นั้นมีการแข่งขันที่สูงมาก หากพลาดไปเพียงวินาทีเดียว อาจจะถูกคู่แข่งนำหน้าไปไกลเลยก็เป็นได้
แนะ 7 เคล็ดลับจัดการสต๊อกสินค้าออนไลน์ให้ยอดขายปัง
การจัดการกับสต๊อกสินค้า นับเป็นขั้นตอนสำคัญของการขายของออนไลน์ หลายคนอาจมองว่าเป็นขั้นตอนที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากนัก แต่ถ้าหากร้านค้าของคุณมีระบบจัดการสินค้าที่ดี มีระบบการจัดการหลังบ้านง่ายและสามารถตรวจสอบได้ ก็จะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณประสบผลสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น
1. จัดระบบสต๊อกสินค้า
เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้ระบบร้านค้ามีความคล่องตัว มีความรวดเร็วในการเช็กและจัดการตรวจสอบสินค้า คือการจัดระบบสต๊อกสินค้า เพื่อให้เกิดความละเอียดในการตรวจสอบสต๊อกมากขึ้น อย่างเช่น กรณีในร้านมีสินค้าชนิดเดียวกัน หรือที่เรียกว่า SKU (Stock Keeping Unit) แต่มีแยกย่อยเป็นหลายรุ่น หลายขนาด หลายยี่ห้อ หลายสี ฯลฯ หากวางระบบจัดการที่ดีก็จะช่วยให้สินค้าเราไม่ตกค้าง ช่วยระบายสินค้าได้อย่างเหมาะสม
2. ทำระบบแจ้งเตือนว่าสินค้าใกล้หมด
หลังจากจัดการระบบสต๊อกสินค้าอย่างรอบคอบรัดกุมแล้ว เคล็ดลับต่อมาก็คือการสร้างระบบแจ้งเตือนว่าสินค้า เมื่อสินค้าแต่ละชนิดในสต๊อกใกล้หมด ระบบแจ้งเตือนนี้จะมีประโยชน์อย่างมากกับร้านค้าออนไลน์ ช่วยให้สามารถสต๊อกของได้ทัน สินค้าไม่ขาดมีพร้อมขายตลอด เมื่อลูกค้าเข้ามาดูแล้วจะไม่เสียเวลากลับออกไปเพราะสินค้าหมดสต๊อก
3. ตรวจสอบนับสินค้าในสต๊อกเป็นประจำ
แม้ว่าจะมีการวางระบบเป็นอย่างดีแล้วและมีระบบแจ้งเตือนสินค้าใกล้หมดแล้วก็ตาม แต่การตรวจสอบนับสินค้าในสต๊อกเป็นประจำก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น เพราะนอกจากจะได้รู้จำนวนสินค้าว่ามีมากเพียงพอหรือไม่แล้ว ทำให้เราสามารถรู้ว่าสินค้าตัวไหนขายดีและเป็นที่นิยมมากที่สุด สินค้าตัวไหนมีความต้องการน้อย เพื่อง่ายต่อการวางแผนซื้อเพิ่มเติมในอนาคต หรือกำหนดวันเวลาในการจัดซื้อให้ทัน หรือหากสินค้าเกิดความเสียหาย จะได้ปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ทันเวลาอีกด้วย
4. ใช้ระบบ FIFO จัดการสต๊อกสินค้า
ระบบ FIFO หรือ First In First Out หมายถึง การจัดการกับสินค้าว่าตัวไหนซื้อมาก่อนก็ต้องขายหรือระบายสต๊อกสินค้าออกไปก่อน โดยเฉพาะกับสินค้าที่มีกำหนดวันหมดอายุ จะช่วยให้เราสามารถขายสินค้าได้ทันโดยไม่ต้องขาดทุน ระบบนี้ยังช่วยดูแลควบคุมไม่ให้สต๊อกของมาเก็บไว้นานมากจนเกินไป ซึ่งมีผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามนั่นเอง
5. ต้องมีเอกสารซื้อ-ขาย
ใบส่งสินค้า ใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญต่างๆ ถือเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของเรา สามารถตรวจสอบปัญหาต่างๆ ย้อนหลังได้ง่ายขึ้น และเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบนับสินค้า รวมถึงในกรณีที่มีการถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลัง เราจะมีหลักฐานครบทุกอย่างโดยไม่ต้องวิ่งวุ่นให้เสียดายด้วย
6. จัดการด้วยโปรแกรมระบบการจัดการสต๊อก
ปัจจุบันมีโปรแกรมสต๊อกสินค้ามากมาย เป็นทางเลือกให้ร้านค้าออนไลน์ของเราได้เลือกใช้งาน ให้เหมาะกับประเภทสินค้าที่ขาย การใช้โปรแกรมสต๊อก หรือแอปพลิเคชันในการจัดการสินค้า จะช่วยให้ทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เช็กสินค้าได้อย่างครบวงจร จัดการสต๊อกสินค้าออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา
7. เช่าห้องเก็บสินค้า
การเปิดธุรกิจร้านค้าออนไลน์ อาจจำเป็นต้องใช้ที่เก็บสินค้าจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งอาจมีที่เก็บไม่เพียงพอ จนส่งผลต่อยอดขายและกระทบต่อร้านค้าได้ ทางเลือกในการเช่าห้องเก็บสินค้าไว้สต๊อกสินค้า จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสินค้าได้เป็นจำนวนมาก ช่วยลดต้นทุนจากการสั่งของบ่อยๆ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแล สะดวกสบาย สะอาด มีพื้นที่ให้เลือกในการจัดการสินค้า แถมยังมีความปลอดภัยสูงอีกต่างหาก
อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นตัวชี้วัดธุรกิจออนไลน์ คือการบริหารสต๊อกสินค้าอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลงได้ สำหรับใครที่กำลังมองหาทางเลือกในการจัดเก็บสินค้าอย่างมีคุณภาพ แนะนำบริการเช่าห้องเก็บสินค้าที่ i-Store ผู้ให้บริการเช่าห้องเก็บสินค้า หรือทรัพย์สินส่วนตัวนอกบ้านระดับพรีเมียม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การเดินทางสะดวกสบาย ตั้งอยู่ศูนย์กลางย่านธุรกิจ CBD ช่วยให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ประหยัดเวลาและค่าขนส่ง และยังมีบริการทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว พร้อมให้คำปรึกษา ช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ เพื่อให้การเก็บสินค้าเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย คุ้มค่ากับการใช้บริการอย่างแน่นอน
ติดต่อสอบถาม/เช่าพื้นที่
Tel: 062-595-3393
Line: @i-store
FB: i-Store Self Storage