เพราะการมีรูปหน้าเรียววีเชฟเป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากมี ไม่ว่าจะชายหรือหญิงและปัญหาที่คนเอเชียพบบ่อยก็เกิดจากการมีคางที่สั้น หรือคางตัดที่เป็นกรรมพันธุ์ติดตัวมาจากรุ่นสู่รุ่น ดังนั้นบทความวันนี้จะมาเผยวิธีเปลี่ยนหน้ากลมให้เป็นวีเชฟ บอกลาปัญหาคางสั้น คางตัด ว่ามีวิธีไหนบ้าง เพื่อเลือกแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด
หน้ากลม คางสั้น คางตัด เกิดจากอะไร
ปัญหาหน้ากลม รูปคางสั้น หรือมีลักษณะคางตัดไม่เรียวยาว เกิดได้หลายสาเหตุดังนี้
- เกิดจากกรรมพันธุ์และเชื้อชาติ
โดยเฉพาะคนเอเชีย ที่มีลักษณะกรามใหญ่ คางสั้นมากกว่าคนเชื้อชาติอื่น ทำให้ใบหน้าดูกลมไม่วีเชฟตามเทรนด์ความงามในปัจจุบัน
- เกิดจากความผิดปกติของกระดูกใบหน้าส่วนล่าง
คนที่มีคางสั้น หรือมีลักษณะคางถอย มีปัญหาฟันไม่สบเวลาเคี้ยวอาหาร เนื่องจากโครงกระดูกส่วนล่างของใบหน้ามีลักษณะผิดปกติ
- เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ Mentalis
บริเวณคางของคนเราจะมีกล้ามเนื้อชื่อว่า Mentalis แต่เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้หดเกร็งจะทำให้เกิดเป็นก้อนแข็ง 2 ข้างขึ้นบริเวณคาง หรือที่เรียกว่า คางบุ๋ม นั่นเอง
- เกิดจากไขมันสะสมที่แก้มเยอะ
สำหรับคนที่มีคางอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ใบหน้าดูกลมได้ นั่นก็คือมีไขมันไปสะสมบริเวณแก้ม และใต้คาง หรือที่เรียกว่าเหนียง จนทำให้รู้สึกว่ามีคางที่สั้นได้

ลักษณะคางที่ทำให้หน้ากลม ไม่วีเชฟ มีกี่แบบ ?
ด้วยลักษณะคางส่งผลถึงรูปหน้าโดยตรง ดังนั้นผู้ที่มีใบหน้ากลม ดูอ้วน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ทำให้ใบหน้าดุ ไม่อ่อนหวาน มักมีลักษณะคางดังต่อไปนี้
- คางสั้น-คางถอย
มีลักษณะสั้น หรือล่นถอยไปด้านหลัง จนทำให้ใบหน้ามีรูปกลมไม่เรียวยาว มักเกิดจากกรรมพันธุ์
- คางตัด
ลักษณะที่ไม่มีปลายคางแหลมออกมาเลย แต่จะราบขนานจนทำให้ใบหน้ามีลักษณะเหลี่ยม โดยมักเกิดจากกระดูก และกล้ามเนื้อที่ผิดรูป
- คางบุ๋ม
เป็นคางที่มีลักษณะรอยบุ๋มเกิดขึ้นที่ตรงกลางของคาง มักเกิดขึ้นกับผู้ชาย ซึ่งเกิดจากโครงสร้างกระดูกคางที่ผิดปกติ และกล้ามเนื้อคาง Mentalis ที่หดเกร็ง
คางสั้น ส่งผลต่อโหงวเฮ้งอย่างไร
ในทางลักษณะโหงวเฮ้ง คนที่มีคางสั้น มักถูกมองว่าเป็นคนไม่น่าคบหา ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง และหากเป็นเจ้าคนนายคน บริวารมักไม่จริงใจด้วย
แก้ปัญหาหน้ากลม คางสั้น คางตัด ด้วยตัวเองได้ไหม ทำอย่างไร
วิธีแก้ไขปัญหาคางสั้น คางตัด เพื่ออำพรางใบหน้ากลมให้มีลักษณะเรียวยาวขึ้น แม้ว่าจะเป็นวิธีที่แก้ไขในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ถาวร แต่ก็สามารถทำได้ดังนี้
- ตัดผมอำพรางหน้ากลม
โดยเลือกทรงผมที่เพิ่มวอลลุ่มให้กับกระหม่อมผม และสไลด์ผมให้ม้วนรอบกรอบหน้า และการแทรกผมกลาง หรือแทรกผมปัดข้างก็ช่วยให้ใบหน้าเรียวมากกว่าการตัดผมม้า
- ใช้เมคอัพช่วยสร้างความเรียวของคาง
การแต่งหน้าโดยใช้เฉดดิ้งปัดบริเวณกรอบหน้า เพื่อให้มีใบหน้าดูเรียวเล็กลง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้นไม่มาก หรือมีไขมันแก้มไม่เยอะจนเกินไป

ลักษณะคางแบบไหน ต้องให้คุณหมอช่วย
สำหรับปัญหาคางสั้น คางตัด ที่ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อใช้เทคนิคทางการแพทย์เข้ารักษามีดังนี้
- คางสั้น ส่งผลให้ใบหน้าดูอ้วนกลม ทำให้หมดความมั่นใจ
- คางถอยไปข้างหลังจากโครงหน้า ทำให้มีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เคี้ยวอาหารแล้วฟันไม่สบกัน ทำให้ฟันยื่นออกมาผิดปกติ
วิธีแก้ไขคางสั้น คางตัด โดยแพทย์มีอะไรบ้าง
สำหรับวิธีแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด ทำให้ใบหน้ากลม ไม่เรียวยาว ด้วยเทคนิคการแพทย์ มีดังนี้
- ศัลยกรรมการตัดแต่งกระดูกคาง (osteotomy)
เป็นการตัดกระดูกคางและเลื่อนตำแหน่งส่วนที่ตัดขึ้นมาข้างหน้า และเหลาให้ได้รูปทรงที่สวยงามรับกับใบหน้า และยึดคางให้เข้าที่ด้วย fixation plate
ศัลยกรรมการตัดแต่งกระดูกคาง เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโครงหน้าอย่างหนัก เช่น คางถอยมาก จนทำให้ใบหน้ากลมสั้นไม่เรียวยาว
ข้อจำกัดของการศัลยกรรมการตัดแต่งกระดูกคาง
- เป็นการผ่าตัดที่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
- เห็นผลลัพธ์ช้า ต้องใช้เวลารักษาแผลผ่าตัด บวมช้ำ
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการแก้ไขด้วยหัตถการอื่น
- ผ่าตัดเสริมคาง
เป็นการแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด และคางบุ๋ม ได้ด้วยการใช้ซิลิโคนพิเศษทางการแพทย์ ที่รูปลักษณะโค้งตามสรีระคางอย่างที่ควรจะเป็น โดยการผ่าตัดเล็กแบบ 2 วิธี คือกรีดเป็นรอยแผลด้านในปากและกรีดแผลด้านนอกบริเวณใต้คาง เพื่อใส่ซิลิโคนลงไป
เสริมคางด้วยซิลิโคนเหมาะกับใคร
- การผ่าตัดเสริมคาง คือการศัลยกรรมที่ให้ผลลัพธ์ถาวร เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลา และไม่อยากเสียเวลาดูแลรักษารูปคางบ่อยๆ
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโครงหน้าอย่างหนัก
- เหมาะกับผู้ที่มีคางสั้นมาก จนฟิลเลอร์ไม่สามารถช่วยได้
ข้อจำกัดของการเสริมคาง
- ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นจากแผลผ่าตัด และอาการบวมช้ำ
- เสี่ยงเกิดแผลเป็นที่อาจมองเห็นได้ชัดจากการกรีดแผลด้านนอก
- เสี่ยงติดเชื้อ หากไม่ทำโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ
- เสี่ยงซิลิโคนเบี้ยว ได้รูปคางที่ไม่สวย หากแพทย์เลือกซิลิโคนที่ไม่เหมาะกับการนำมาแก้ปัญหารูปคาง

- ฉีดฟิลเลอร์คาง
เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปบริเวณคาง เพื่อให้ได้รูปคางที่เรียวยาวสมส่วนรับกับรูปหน้า โดยวิธีฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้ากลม, คางตัด, คางสั้น, คางเบี้ยว ได้ดีมาก
ฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะกับใคร
- เหมาะอย่างยิ่งในคนที่กลัวการผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้นจากศัลยกรรมผ่าตัดเสริมคาง
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาคางสั้นไม่มากนัก
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการรปรับรูปหน้าให้มีมิติดูเรียวยาวได้สัดส่วน
ข้อจำกัดของการฉีดฟิลเลอร์คาง
เพราะการฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อปรับรูปคางให้ยาวจะทำได้เพียงแค่ 1 เซนติเมตรเท่านั้น จึงไม่เหมาะกับคนที่มีคางสั้นมากๆ หรือคางตัด อีกทั้งผลลัพธ์ไม่ถาวรอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน จำเป็นต้องกลับไปฉีดใหม่เพื่อคงผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง
- ฉีดเมโสแฟตลดแก้ม
เป็นการฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันบริเวณแก้ม แบบไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ใบหน้าเล็กลงเข้ารูปมากขึ้น และให้ผลรวดเร็วและชัดเจนเต็มที่ภายใน 1 อาทิตย์ หรือ 1-3 สัปดาห์หลังฉีด
ฉีดเมโสแฟตลดแก้ม เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้ที่ปัญหาหน้ากลมไม่วีเชฟ อันเกิดจากไขมันสะสมบริเวณแก้มเยอะเกินไป
ข้อจำกัดของการฉีดเมโสแฟตลดแก้ม
- ไม่ให้ผลลัพธ์ถาวร เพราะอยู่ได้นานแค่ 2-3 เดือน
- ต้องควบคุมการกินควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถึงจะช่วยเห็นผลลัพธ์ได้ไว และคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น
นอกจากคาง ส่วนใดอีกที่ช่วยให้ใบหน้าเรียวยาว
เพราะการมีโครงหน้าที่เรียวยาววีเชฟ และสมส่วน ไม่ได้มีแค่คางเท่านั้น แต่การมีกรามที่พอดีไม่มากเกินไป ก็จะทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก และการมีโหนกแก้มที่ไม่เด่นชัดจนเกินไป ก็จะทำให้ใบหน้าดูแคบและเล็กลง รวมถึงดูอ่อนเยาว์ด้วย ดังนั้นแล้วหากจะแก้ปัญหาใบหน้าให้เรียวยาว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสัดส่วนว่าควรแก้จุดไหนถึงจะเหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาดีที่สุด
สรุป ปัญหาคางสั้น คางตัด ควรแก้ไขด้วยวิธีไหนดีที่สุด
การแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด เพื่อเปลี่ยนหน้ากลมให้เป็นวีเชฟ มีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการ ศัลยกรรมการตัดแต่งกระดูกคาง, ผ่าตัดเสริมซิลิโคนที่คาง, ฉีดฟิลเลอร์คาง หรือหากมีปัญหาหน้ากลมจากไขมันสะสม ก็สามารถแก้ไขได้หลายวิธี เช่น ฉีดเมโสแฟตลดแก้ม เป็นต้น