เยือนเมืองตรัง ถิ่นของคนกินอาหาร 9 มื้อ…
วัฒนธรรมการกิน 9 มื้อ เริ่มกันตั้งแต่เช้าตรู่ ยันดึกดื่นข้ามไปถึงเช้าของอีกวัน การเข้าถึงอาหารของคนที่นี่แม้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยาก คือ กินอย่างไรถึงจะมีสุขภาพดี โดยเฉพาะสุขภาวะของ “เด็ก” ซึ่งคือฐานทุนสุขภาพตลอดช่วงวัย ทำอย่างไรให้เด็กเติบโตขึ้นมามีสภาพร่างกาย แข็งแรง สมบูรณ์ สมวัย
“ตรัง” นับเป็นจังหวัดแรกๆ ที่ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ลงมาทำงานขับเคลื่อนระดับพื้นที่ เพื่อลดการกินหวานของเด็ก ตั้งแต่ปี 2548 โดยตั้งเป้าเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาสุขภาพในช่องปาก และการเกิดโรคฟันผุ
“ตรังมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ และเข้มแข็งมาก ทั้งที่ รพ.กันตัง รพ.ตรัง รพ.นาโยง”ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เล่าถึงที่มาการทำงานเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ที่ผ่านมาเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ได้สนับสนุนภาคีทั่วประเทศให้ร่วมดำเนินงานให้บรรลุตามนโยบาย ประกาศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาหารว่างและเครื่องดื่ม รวมทั้งบูรณาการภาพรวมการจัดการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) โรงเรียนอ่อนหวาน หน่วยงาน องค์กร ชุมชนอ่อนหวาน รวมถึงการเชื่อมโยงเข้ากับระบบอาหารชุมชน
ทพญ.ปิยะดา มองว่า ตรังเป็นจังหวัดที่เข้าไปทำเรื่องการลดน้ำตาลในโรงครัว โรงอาหารอ่อนหวานในโรงเรียน ซึ่งมีการตรวจวัดออกมาชัดเจนว่า สามารถลดน้ำตาลลงไปได้กี่กิโลกรัม ต่อเดือน ยิ่งเมื่อเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน พบว่า เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีปัญหาเรื่องของฟันผุเยอะ เครือข่ายฯ ไม่รีรอเข้าไปทำงานกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยเน้นกระบวนการทำสื่อ ภาพวาด เพลง นิทาน รวมถึงการคิดเมนูอ่อนหวานให้เหมาะสมสำหรับเด็ก แต่ละช่วงวัยและแม้ว่า ช่วงหลังๆ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานจะเน้นการทำงานร่วมกับ “ร้านกาแฟอ่อนหวาน” ที่ตรังยังคงขับเคลื่อนทำงานกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้าไปขยายผลประเด็นไม่กินหวานกับโรงเรียนขนาดใหญ่ได้
โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ถือว่า เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ต้นแบบที่เครือข่ายฯ เข้าไปขับเคลื่อนประเด็นไม่กินหวาน นายสุมิตร สามห้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง ชี้ว่า ทีมผู้บริหารได้ให้ความสำคัญจนออกเป็นประกาศ “นโยบายและแนวทางการดำเนินงานโรงอาหารอ่อนหวานในโรงเรียน” อาทิ งดขายน้ำอัดลมในโรงเรียน ให้บริการน้ำดื่มฟรี มีจุดบริการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน
ในส่วนของการเรียนการสอน ครูโรงเรียนสภาราชินี ได้สอดแทรกนโยบายลดการบริโภคหวาน เข้าไปในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งวิชาภาษาไทย เรื่อง ช้อนกลางสร้างสุข เครื่องดื่มที่ฉันเลือก การเลือกบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ ส่วนวิชาคณิตศาสตร์ สอนเรื่อง ร้อยละในชีวิตประจำวัน รวมทั้งวิชาการสังคม ภาษาอังกฤษด้วยแม้กระทั่งวิชาการออกแบบกราฟฟิก ครูก็ให้นักเรียนได้ลงมือออกแบบอินโฟกราฟฟิก ให้โจทย์ประเด็น “ลด หวาน มัน เค็ม” ที่เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
ผอ.รร.สภาราชินี และผู้บริหาร นำคณะสื่อมวลชน และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานจากส่วนกลาง เดินเยี่ยมชมโรงอาหารอ่อนหวาน ซึ่งสถานที่แห่งนี้รองรับนักเรียนไม่ต่ำกว่า 2 พันคน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนลงมารับประทานอาหารกลางวันนักเรียนจากชมรม อย.น้อย พร้อมเครื่องมือครบครัน ตั้งโต๊ะรอการสาธิตการตรวจวัด ความหวาน ความเค็ม
“ชมรมอย.น้อย จะคอยสุ่มตรวจคุณภาพอาหารโรงอาหาร อยู่เป็นประจำ ทั้งสุ่มตรวจน้ำหวาน ว่า มีค่าความหวานเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ น้ำซุป น้ำก๋วยเตี๋ยว มีความเค็มเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ ขณะเดียวกัน เราให้นโยบายลดการใช้เครื่องปรุง กำหนดเมนูอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีผักผลไม้เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารทุกวัน”ผอ.รร.สภาราชินี อธิบาย
ขณะที่ โรงเรียนบ้านโคกยาง อ.กันตัง จ.ตรัง โรงเรียนขยายโอกาสที่เปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นโรงเรียนอีกแห่งที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน พาคณะลงไปเยี่ยมชมการดำเนินงานโรงเรียนปลอดขนมหวานและปลอดน้ำอัดลม ภายใต้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการและแนวทางการสร้างเสริมความรอบรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากและการเลือกรับบริการทางทันตกรรม
นางบุษราภรณ์ ศรีรักษา ผอ.รร.บ้านโคกยาง ผู้ขับเคลื่อนให้เกิดโรงอาหารอ่อนหวานของโรงเรียน สหกรณ์ปลอดขนมหวาน และน้ำอัดลม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานตรังหวานน้อย และมีการจัดตั้งศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง โครงการเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักกางมุ้ง เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ปลาดุก เพื่อส่งเป็นวัตถุดิบทำเป็นกลางวัน ส่งเข้าโรงอาหารอ่อนหวาน
ส่วนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง เป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอ่อนหวาน ต้นแบบความยั่งยืนที่ดำเนินงานตั้งแต่ ปี 2551 และยังได้รับการคัดเลือก 1 อำเภอ 1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบการบริหารจัดการที่ดี ประจำปี 2565 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วยนั้นความโดดเด่นของ ศพด.เทศบาลตำบลนาโยงเหนือ อยู่ที่ผู้บริหารเทศบาลทุกยุคทุกสมัย เห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน โดยสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาอย่างสม่ำเสมอ
ครูประยูร ทางเจน ครูชำนาญงาน ซึ่งจะเกษียณอายุราชการปี 2566 นี้ เล่าว่า นายสิทธิ สุทธินันท์ นายกเทศมนตรีตำบลนาโยงเหนือ คนปัจจุบัน อดีตเมื่อ 38 ปีก่อนเคยเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทันตโรงพยาบาลนาโยง ที่มาเยี่ยมพร้อมคณะเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานด้วย
“สมัยก่อนสถานที่เรียน ตั้งอยู่บริเวณวัดรัตนาภิมุข พี่น้อง หรือแม้แต่ลูกชายของนายกเทศมนตรีปัจจุบันท่านก็ส่งมาเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้”ครูประยูร บอกเล่าอย่างภาคภูมิใจถึงลูกศิษย์ ที่ไปที่มา ประวัติศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ และว่า กิจกรรมที่เข้าร่วมกับเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน คือ การสร้างสื่อการสอน หนังสือนิทาน “น้ำหวานฟันสะอาด” “เด็กเล็กอ่อนหวาน” จนคว้ารางวัลหนังสือนิทานอันดับ 1 ของจังหวัดมาแล้ว
และนั่นคือจุดเริ่มต้น สื่อนิทานที่ครูประยูรทำด้วยมือ ผลิตมาในยุคที่ไม่มีเทคโนโลยีใดๆ ใช้มาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ทุกวันนี้ยังไม่ล้าสมัย คุณครูก็ยังเปิดสมุดภาพเล่มหนาๆ เล่มนั้นเล่านิทานให้บรรดาเด็กน้อยที่นั่งล้อมวงฟังอย่างตั้งใจ ทุกประโยคแฝงข้อคิด สอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับเรื่องการแปรงฟัน โทษของฟันผุ
นายสิทธิ ยืนยันถึงการสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กว่า เทศบาลเราให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา
“ผมไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งจะขึ้นมาเป็นผู้บริหารที่นี่ เมื่อได้เข้ามาบริหารงาน เทศบาลเราให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก อนาคตเตรียมสร้างสระว่ายน้ำเล็กๆ เพื่อให้เด็กมีพื้นที่ออกกำลังกาย ส่วนเรื่องของอาหารกลางวันเด็ก เทศบาลเราอยู่ใกล้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผมว่างเมื่อไหร่ อย่างช่วงเที่ยงๆผมจะแวะมาดูประจำ ที่นี่คุณครูจะติดรายการเมนูอาหารอ่อนหวานไว้ที่บอร์ด เพื่อให้ผู้ปกครองได้เห็นตลอดทั้งเทอม เมนูอาหารกลางวันของเราก็จะเน้นเมนูอ่อนหวาน มีการตรวจวัดระดับน้ำตาล กำชับให้เน้นควบคู่กับเรื่องของความสะอาด”
สถานที่สุดท้ายที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงาน คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลนาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง เป็นศูนย์กิจกรรมสานสัมพันธ์ชุมชน ผู้ดูแลเด็กร่วมสร้างนิสัยอ่อนหวานในวัยเยาว์ มีทั้งกิจกรรมแปรงฟันนักเรียน เปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนผลัดเปลี่ยนเข้ามาร่วมกันสอนภูมิปัญญาชาวบ้านให้เด็กๆ ได้ซึมซับกันตั้งแต่วัยเยาว์ เช่น การสานปลาตะเพียนจากใบมะพร้าว การทำขนมทองม้วนกรอบสมุนไพร รวมไปถึงชักชวนเด็กรักการกินผัก ผลไม้ ด้วยกิจกรรมผู้ดูแลเด็กและนักเรียนร่วมกันปลูกผัก เป็นต้น
การเสริมสร้างให้เด็กมีสุขภาพดี จังหวัดตรัง จึงนับเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนประเด็น “เด็กไทยไม่กินหวาน” ที่เข้มแข็ง ครบทุกไซด์ ครบทุกอำเภอ