เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเยี่ยมสมาชิกและติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ทรงเปิดชมรมและศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ณ โรงเรียนธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วยนายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ ที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE และเลขาธิการมูลนิธิโครงการ TO BE NUMBER ONE หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า นักเรียน นักศึกษาและประชาชนจังหวัดนครพนมเฝ้ารับเสด็จ

นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนม ได้น้อมนำพระปณิธานขององค์ประธานโครงการ มาใช้เป็นแนวทางหลักในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และได้ประกาศให้โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นวาระของจังหวัด มีกลยุทธ์ การดำเนินงานโดยยึดหลัก รณรงค์ป้องกัน ปราบปราม บําบัดรักษา และบูรณาการ พร้อมขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ในระดับอำเภอ ระดับตำบล และเน้นย้ำให้มีการประสานความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้เกิดเป็นระบบการดำเนินงานที่มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน และพัฒนาเยาวชนในจังหวัดนครพนมไปข้างหน้า เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ “ชาวนครพนม มีสุข ด้วยวิถี TO BE NUMBER ONE ทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการกัน ช่วยสร้างสรรค์เยาวชนให้เก่งดี” ปัจจุบันมีสมาชิก TO BE NUMBER ONE อายุ 6 – 24 ปี 172,201 คน คิดเป็นร้อยละ 91.20 มีชมรม TO BE NUMBER ONE 664 ชมรม และศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE 203 แห่ง

จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัด TO BE NUMBER ONE กลุ่มรักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับทอง โดยมีผลงานอำเภอและชมรมภายในจังหวัด ดังนี้ กลุ่มต้นแบบระดับเงิน ชุมชนบ้านนาสมดี กลุ่มรักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน โรงเรียนธาตุพนม ชุมชนบ้านนาราชควาย สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม กลุ่มดีเด่น โรงเรียนอุเทนพัฒนา มหาวิทยาลัยนครพนม บริษัทซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) สาขานครพนม เข้าประกวดระดับประเทศ ในกลุ่มดีเด่น ได้แก่ อำเภอเรณูนคร ชุมชนบ้านโคกหินแฮ่ เรือนจำกลางจังหวัดนครพนม และ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครพนม ชมรม TO BENUMBER ONE โรงเรียนธาตุพนม มีกิจกรรมเด่น ได้แก่ การเดินขบวนรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด วันงดสูบบุหรี่โลก จัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดสากล การประกวดวงดนตรี แข่งฟุตซอล TO BE NUMBER ONE RUNNING วิ่งเพื่อความเป็นหนึ่ง ส่งผลให้สมาชิก TO BE NUMBER ONE มีความโดดเด่นในด้านการเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก เกิดความตระหนักถึงโทษของยาเสพติด มีพื้นที่แสดงความสามารถ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มีจิตอาสา ผู้ที่เคยมีพฤติกรรมไม่ดีได้กลับตัว มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น และได้รับการยอมรับ

นายยอดชาย พ่อหลอน ผู้อำนวยการโรงเรียนธาตุพนม กล่าวว่า โรงเรียนธาตุพนม เป็นโรงเรียนประจำอำเภอธาตุพนม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2493 ได้รับความเมตตาจากวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ให้ใช้พื้นที่ในการจัดการศึกษา เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 2,302 คน โรงเรียนธาตุพนม ได้น้อมนำหลักการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE มาเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยความร่วมมือจากคณะครู นักเรียน ภาครัฐ เอกชน ประชาชน และด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินงานของอาสาสมัครแกนนำจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้สมาชิก TO BE NUMBER ONE มีความโดดเด่น ในด้านการเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก เกิดความตระหนักถึงโทษของยาเสพติด ในปี 2563 ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนธาตุพนม ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ ปัจจุบันเป็นชมรมรักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงิน ปีที่ 2
นายจักรภัทร โพธิ์ตะนัง ผู้จัดการศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนธาตุพนม กล่าวว่า ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ของโรงเรียนธาตุพนม มีบริการให้คำปรึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมกับงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การจัดกิจกรรมพัฒนา EQ เพื่อให้สมาชิกมีทักษะการดำเนินชีวิต ค้นหาและเข้าใจตนเอง มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ และกิจกรรมสร้างสุขตามความสนใจของสมาชิก เช่น การเล่นแคนวง ทอผ้า สานผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ตุงใยแมงมุม โดยสมาชิกที่สนใจกิจกรรมต่างๆ สามารถเข้าร่วมได้ตามตารางกิจกรรมที่จัดทำขึ้น
ในวโรกาสนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานพระอนุญาตให้สมาชิก “ใครติดยายกมือขึ้น” จากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เข้าเฝ้าพร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจและคำแนะนำเพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำในกลุ่มเสี่ยง และพระราชทานคำปรึกษาแก่สมาชิก TO BE NUMBER ONE จากสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดนครพนม ที่ซักถามปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการกับปัญหาอย่างเหมาะสมต่อไป