เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันที่ 10 เดือน 10 ถือเป็นฤกษ์งามยามดีได้อัญเชิญจตุโลกบาลทั้งสี่ซึ่งเป็นเทพที่ตนนับถือ มาประดิษฐานไว้ที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ โดยทั้งสี่องค์ทำจากไม้หอมแกะสลักจากเมืองจีน

“แม้ว่าผมจะจบปริญญาเอกด้านการบริหาร IT and Supply Chain แต่งานอดิเรกของผมกลับเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและงานออกแบบ เช่น วาดรูปด้วยสีอะคริลิค, การออกแบบอาคารและการตกแต่งภายใน (Interior Design) ดังนั้นการตกแต่งภายในและการจัดวางรถโบราณประเภทต่างๆ ในเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ ส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งจึงเกิดจากประสบการณ์ในช่วงวัยเด็กที่ได้เดินทางไปต่างประเทศกับคุณพ่อ คือ คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ผมจึงได้นำสิ่งที่เคยพบเห็นมิวเซียมรถโบราณที่ต่างประเทศมาปรับใช้”

ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า เท่าที่เห็นมิวเซียมที่แสดงรถยนต์ทั้งหลายในแทบทุกประเทศไม่มีงานศิลปะหรืองานไม้เข้ามาจัดแสดงเลย มีแต่รถโบราณทั้งหมด ทำให้ตนรู้สึกว่าเราเสพมันมากเกินไป ไม่มีจุดพักสายตาเพื่อผ่อนคลาย ไหนๆ เมื่อตนถนัดเรื่องงานออกแบบและงานตกแต่งภายในแล้ว จึงรับหน้าที่เป็น Interior Designer เสียเองด้วย จึงไม่ได้ว่าจ้าง Interior Designer อย่างเป็นทางการ เพราะจะได้ตอบสนองความต้องการของตนเองได้สูงสุด นั่นคือปรารถนาที่จะทำให้เจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่มีงานศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความหลากหลายและสมดุลย์ ไม่จำกัดอยู่แค่การแสดงยานพาหนะโบราณเท่านั้น

ดร.ภาคภูมิ กล่าวอีกว่า โดยส่วนตัวนับถือและศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าอยู่แล้ว จึงคัดสรรสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธมาจัดวางด้วยเพื่อน้อมระลึกถึงพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย นอกจากจตุโลกบาลทั้งสี่แล้ว ก่อนหน้านี้ยังได้อัญเชิญพระประธาน และองค์เทพอีกหลายองค์มาประดิษฐานที่ห้องประชุมเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ด้วย

นอกจากนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ จากนักคิด นักปรัชญาหลายท่าน อาทิ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ท่านได้ศึกษาหลักธรรมในพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง นำปรัชญาในพุทธศาสนามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงานศิลปะ และได้สร้างพิพิธภัณฑ์บ้านดำขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ผู้สนใจเข้าชมผลงานศิลปะ มีการนำสิ่งที่ไม่น่าจะเข้ากันได้มาอยู่ด้วยกันเพื่อสร้างงานศิลป์ เช่น ในห้องที่ประดิษฐานพระพุทธรูป แต่ อ.ถวัลย์ กลับนำเปลือกหอย หนังจระเข้ เขาสัตว์และกระดูกสัตว์ มาจัดแสดงร่วมกัน แต่ผลงานที่ออกมากลับดูกลมกลืนและไม่ขัดใจผู้ที่มาท่องเที่ยว อ.ถวัลย์ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้เป็นอย่างดีและลึกซึ้ง

จึงนำแนวคิดของ อ.ถวัลย์ มาประยุกต์ใช้ โดยนำงานไม้แกะสลัก และเขาสัตว์มาจัดแสดงร่วมกับยานพาหนะโบราณในเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ด้วย ซึ่งหวังว่าจะไปด้วยกันได้ดีและทุกคนจะชื่นชอบ อาจทำได้ไม่เท่า อ.ถวัลย์ แต่สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด โดยมีคติประจำใจคือ “เวลาทำอะไรต้องทำให้สุด ถ้าไม่สุดโลกจะไม่จำ”

ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า ขอขอบคุณ คุณกิติชัย เจียมวุฒิสกุล (คุณเอ๋) เจ้าของร้านอะเมซิ่ง เนเชอร์วู๊ดส์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นพันธมิตรที่ดี เป็นธุระช่วยจัดหางานไม้แกะสลักพระประธาน จตุโลกบาลทั้งสี่ รวมถึงเทพอีกหลายองค์มาให้ ทั้งจากเชียงใหม่และอรัญประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นงานที่วิจิตรบรรจงและทรงคุณค่า โดยเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ได้อัญเชิญพระประธาน พระยืน และองค์เทพ มาประดิษฐานที่ห้องประชุมเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ และเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมาได้อัญเชิญจตุโลกบาลทั้งสี่เพื่อเตรียมประดิษฐานไว้ที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียม เมื่อดำเนินการเสร็จจะได้เป็นที่สักการะบูชาสำหรับผู้มาเยี่ยมชม และได้ชมความงดงามของงานไม้แกะสลักไปด้วย

“ผมได้หารือกับคณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมทุกท่านถึงเรื่องกำหนดเปิดให้บริการของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ เพราะนี้มีคนถามเข้ามาเยอะ ทั้งทาง Inbox ทางหน้าเพจ และทางโทรศัพท์ ว่าจะเปิดให้เข้าชมได้เมื่อไหร่ เปิดให้ชมก่อนได้มั้ย เก็บเงินก็ยอม

ผมจึงได้ยึดตามแนวความคิดของ พล.อ.วุทธิ์ วิมุกตะลพ คณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ที่ยืนยันว่าเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ ควรเปิดอย่างเร็วสุดคือช่วงกลางปีหน้า ประมาณเดือน ก.ค.67 เพราะถ้าพิจารณาตามแผนงานที่กำหนดไว้จะมีงานก่อสร้างและการเคลื่อนย้ายของใหญ่ๆ ในหลายภาคส่วน เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับผู้มาเยี่ยมชม โดยเฉพาะเด็กๆ

อาทิ การยกเครนแล้ววัสดุก่อสร้างหล่นใส่ศีรษะ หรือเด็กๆ ตกหลุมตกบ่อขึ้นมามันจะได้ไม่คุ้มเสีย พล.อ.วุทธิ์ ถามผมว่าถ้าลูกหลานเค้าเป็นอะไรขึ้นมา ดร.ภาคภูมิ จะตอบคำถามพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ อย่างไร จะนำเงิน นำของไปให้หรืออย่างไร

ทั้งนี้ในระหว่างที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ยังไม่เปิดให้บริการ อย่าลืมติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมต่างๆ ได้ทาง Page Facebook : Jesada Technik Museum, ช่อง Youtube : Jesada Technik Museum” ดร.ภาคภูมิ กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน