ปลัด มท.-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำร่อง ต้นแบบการสร้างความมั่นคงด้านอาหารตามพระราชดำริ ทำให้ทุกตารางนิ้วของประเทศไทยของเราเป็น “พื้นที่แห่งความยั่งยืน” กคนล้วนมีสุขภาพที่ดีจากการบริโภคพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษในบ้านตนเอง

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เป็นระยะเวลากว่า 3 ปีที่กระทรวงมหาดไทยมุ่งมั่นในการน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” ที่มีจุดเริ่มต้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 ในการเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่บ้านเกาะ หมู่ที่ 5 ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี พร้อมทั้งพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก และทอดพระเนตรการบริหารจัดการขยะของตำบลโก่งธนู ซึ่งในขณะนั้นตนดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คนที่ 13 ลำดับที่ 14 ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณน้อมนำแนวพระราชดำริและเมล็ดพันธุ์ผักมาขยายผลร่วมกับ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ (ประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น) โดยร่วมกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ใช้พื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่ง เป็นพื้นที่ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นทั้ง 7,848 แห่ง โดยมีคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู เป็นภาคีเครือข่ายที่สำคัญในการสัญจรเดินทางไปขยายผล สร้างพลังความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรง ร่วมใจ เพื่อทำสิ่งที่ดี Change for Good ให้เกิดขึ้นกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยในทุกถิ่นที่
ต่อมา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตนดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คนที่ 29 จึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าว ร่วมกับพี่น้องกรมการพัฒนาชุมชน ทั้งพัฒนาการจังหวัด พัฒนาการอำเภอ พัฒนากร และอาสาพัฒนาชุมชน (อช.) กว่า 300,000 คน ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำพระราชดำริส่งเสริมขยายผลไปยังพี่น้องประชาชนในทุกตำบล ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อมุ่งให้ทุกตำบล ทุกหมู่บ้านมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ เป็นหมู่บ้านแห่งความพอเพียงที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข มีความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ จุนเจือ เกื้อกูล แบ่งปัน โดยมี ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนทั้ง 11 ศูนย์ทั่วประเทศ เป็นพื้นที่เพาะพันธุ์เมล็ดพันธุ์ผักที่ได้รับพระราชทาน ภายใต้ชื่อ “กองทุนเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พันธุ์ถั่วฝักยาวสีม่วง สิรินธร เบอร์ 1” ซึ่งในขณะนี้ในทุกพื้นที่ก็ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อเสริมสร้างชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

“และนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ตนได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ก้าวสู่การเป็นผู้บริหารสูงสุดฝ่ายข้าราชการประจำของกระทรวงมหาดไทย จึงได้น้อมนำพระราชดำริด้านการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” กำหนดเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนายอำเภอทั้ง 878 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้นำท้องที่ คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล/หมู่บ้าน พร้อมทั้งท่านผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 7,848 แห่ง พุ่งเป้าในการเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ด้วยแนวคิด “Change for Good” โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำบรรดาอุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด รองประธานแม่บ้านมหาดไทย สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยทุกจังหวัด เป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่พัฒนาเคียงข้างผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย และร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืนร่วมกับสหประชาชาติประจำประเทศไทย “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน “โลกนี้เพื่อเรา”” ตามเป้าหมาย SDGs เป้าหมายที่ 1: ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกที่ เป้าหมายที่ 2: ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และเป้าหมายที่ 17: เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ลุกขึ้นมาเป็น “ผู้นำต้องทำก่อน” โดยเนรมิตพื้นที่ภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด บ้านพักรองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายอำเภอ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการทุกแห่ง ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความยั่งยืน ด้วยการนำเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน รวมทั้งเมล็ดพันธุ์ผักจากภาคีเครือข่ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ ทำให้เกิด “แปลงผักจวนผู้ว่าราชการจังหวัด” หรือ “แปลงผักบ้านพักนายอำเภอ” และที่ศาลากลางจังหวัด หรือที่ว่าการอำเภอ ก็มีการปรับปรุงพื้นที่ด้านข้างอาคารศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอ เป็นสวนผักของจังหวัด สวนผักของอำเภอ ขยายพันธุ์พืชผักสวนครัว เมื่อพืชผักเติบโตก็เก็บเกี่ยวผลผลิตแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนผู้มาติดต่อราชการ หรือบางสถานที่ที่มีผลผลิตจำนวนมาก ก็ได้นำไปประกอบอาหารให้กับผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส หรือในบางพื้นที่ได้นำมาจำหน่ายราคาประหยัดเพื่อนำเงินรายได้ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกลุ่มเป้าหมายแก้ไขปัญหาความยากจนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลอีกด้วย” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

จนปัจจุบันนี้มีพี่น้องประชาชนกว่า 14 ล้านครัวเรือน ได้ร่วมกันใช้พื้นที่ภายในบ้านจัดทำเป็นแปลงผักสวนครัว ที่ผักล้วนเป็นพืชผักที่ปลอดภัย ปลอดสารพิษ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” เสริมสร้างสุขภาพให้กับตนเอง ให้กับคนในชุมชน นอกจากนี้ ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพราะจากการคำนวณแล้ว เมื่อปลูกผักจะมีอาหารเช้า กลางวัน เย็น ประหยัดได้ 50 บาท/วัน เมื่อคำนวณ 10 ล้านครัวเรือน จะเท่ากับวันละ 500 ล้านบาท เมื่อนับทั้งปี 365 วัน พี่น้องประชาชนครัวเรือนทั่วประเทศก็สามารถประหยัดเงินในกระเป๋ากว่า 200,000 ล้านบาท ทำให้พี่น้องประชาชนลดค่าใช้จ่าย มีเงินไว้ดำรงชีพในด้านอื่น ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”
“ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านนายอำเภอ ช่วยกันเป็น “ผู้นำทำให้ดูเป็นตัวอย่าง” ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ปลูกพืชผักสวนครัวซึ่งเป็น “พืชผักปลอดสารพิษ” อย่างต่อเนื่อง และลงพื้นที่ติดตามถามไถ่ พบปะพูดคุย ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ ผู้นำของกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ รวมถึงพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือน เพื่อให้ทุกตารางนิ้วของประเทศไทยของเราเป็น “พื้นที่แห่งความยั่งยืน” ที่พี่น้องประชาชนคนไทยมีแต่ความสุข มีแต่รอยยิ้ม เพราะทุกคนล้วนมีสุขภาพที่ดีจากการบริโภคพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษในบ้านตนเอง และมีการเอื้อเฟื้อจุนเจือแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน สมาชิกในหมู่บ้าน พร้อมทั้งขอให้ได้ติดตามผลในทุกครัวเรือนเพื่อหนุนเสริมพัฒนาแนวทางการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนตลอดไป” ปลัด มท.ทิ้งท้าย
ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เปิดเผยว่า “เราใช้แนวคิดการขับเคลื่อนว่า “ผู้นำต้องทำก่อน” โดยมีท่านประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นกำลังสำคัญหลักของจังหวัดในการทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นเป็นตัวอย่าง เริ่มตั้งแต่ในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ตลอดจนที่ตั้งของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ขยายผลไปสู่ที่ตั้งส่วนราชการต่าง ๆ ในพื้นที่แต่ละอำเภอ พื้นที่แต่ละจังหวัด ทำให้มีผลผลิตพืชพันธุ์ผักนานาชนิด มอบให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งนำเมล็ดพันธุ์มอบให้กับประชาชน จนในวันนี้คนทั้งประเทศปลูกผักกันนับเป็นจำนวนครัวเรือนกว่า 14 ล้านครัวเรือน
นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ระบุ ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งในสมาชิกของการปลูกผักเพื่อบริโภค “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาใช้ เดิมทีสวนที่ตกแต่งบริเวณระเบียงเป็นต้นไม้สวยงาม มีแนวคิดว่าอยากเปลี่ยนให้เป็นผักสวนครัว เลยเริ่มต้นทดลองปลูกผักบุ้งจีน ซึ่งได้แนวคิดจากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ปลูกผักบุ้งในกะละมัง พอเห็นผลสำเร็จจึงขยายผลเป็นสวนครัวลอยฟ้าที่เต็มไปด้วยความสุข เป็นแนวคิดที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเมือง เพราะต้องอยู่ในที่สูง (ชั้น10) ทุกวันนี้ในทุกเช้า เมื่อได้เห็นพืชผักสีเขียวที่งอกงาม เจริญเติบโตดี เพราะถูกบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักจากการบริหารจัดการขยะเศษอาหารภายในครัวเรือนด้วย “ถังขยะเปียกลดโลกร้อน”มีความภูมิใจและชื่นใจทุกครั้งที่เห็นพืชผัก สดใหม่ ในแต่ละวัน แปลงผักสวนครัวลอยฟ้าใจกลางกรุง เป็นการปลูกพืชผักสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่จำกัด บนชั้น 10 และ ชั้น 12 ย่านทองหล่อ ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยผักสวนครัว 40 กว่าชนิด เช่น ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง กะเพรา โหระพา สะระแหน่ พริก ใบแมงลัก รวมถึงขึ้นช่ายที่อยู่ในช่วงกำลังเพาะ สามารถหิ้วตะกร้าเก็บไปปรุงอาหารและแจกจ่ายผู้คนได้อย่างเหลือคณา” ดร.วันดีฯ กล่าวเน้นย้ำ
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้เหล่าบรรดาประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดทุกจังหวัดได้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทถวายรายงานการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว ที่ทำให้พสกนิกรใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน อันเป็นการน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในเรื่อง “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นหลักชัยของแนวคิดในการ “พึ่งพาตนเอง” และในท้ายที่สุดประเทศไทยของพวกเราทุกคนก็จะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารที่หลากหลาย อาหารจากธรรมชาติ เป็นสุวรรณภูมิแผ่นดินทอง แผ่นดินใต้ร่มพระบารมีที่ประชาชนทุกคนมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 ที่กำลังจะถึงในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยได้ร่วมกับพวกเราชาวแม่บ้านมหาดไทยและกระทรวงมหาดไทย ปลูกผักสวนครัว ร่วมจัดกระเช้าผักออร์แกนิกปลอดสารพิษมอบเป็นของขวัญปีใหม่แด่คนที่เรารักและผู้ที่เคารพนับถือ เพื่อเป็นของขวัญแทนหัวใจ สร้างสุขภาพพลานามัยที่ดีให้กับคนไทยทุกคนไปพร้อมกัน” ดร.วันดีฯ กล่าวในช่วงท้าย