อดีตบิ๊กเพื่อไทย ชวน “ทักษิณ” เที่ยว “เจษฎาเทคนิคมิวเซียม” หนุน “นายกนิด” เดินหน้าซอฟต์เพาเวอร์ เชื่อแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ จ.นครปฐม ประเทศไทย ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

วันที่ 23 พ.ย. 66 – พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เปิดเผยว่า ในฐานะนักการเมืองรุ่นพี่ มีความเห็นว่าเวลาเดินทางไปตลอด ทุกนาที ทุกวินาที จึงขอให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แสดงผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

ตอนนี้นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีมีมากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต การแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน การพักหนี้เกษตรกร การลดภาระค่าใช้จ่ายและปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้านพลังงาน การผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว รวมถึงนโยบายที่ต้องเดินหน้าอย่างซอฟต์เพาเวอร์ ด้วย ซึ่งมีนายเศรษฐา เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธานกรรมการ และนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งรัฐบาล เล็งเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการเพิ่มรายได้ของภาคประชาชน โดยใช้ซอฟต์เพาเวอร์ ที่มีอยู่แล้วมาผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้วัฒนธรรมกลายเป็นสินค้าที่สามารถดึงเม็ดเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล

ซอฟต์เพาวเวอร์ คือ การนำศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วีถีชีวิต และอัตลักษณ์ของไทยที่ว่าดี ส่งผ่านไปให้ประเทศอื่นๆ ได้ทำตามจนเกิดเป็นค่านิยมหรือกระแสฟีเวอร์ แม้ว่าจะเป็นชาวต่างชาติก็ยังอยากทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ภาพยนตร์ การแต่งกาย ให้ขายได้

ยกตัวอย่างให้เห็นเด่นชัดอย่างเกาหลีมีแค่มาม่ากับกิมจิ ก็ยังโด่งดังขายได้ไปทั่วโลกเลย ของกินของบ้านเรามีเยอะกว่านั้นอีก ไม่ว่าจะเป็นผัดไทย แกงมัสมั่น ต้มยำกุ้ง เป็นเมนูที่คนทั่วโลกอยากรับประทาน ทำไมจะดังและฮิตเป็นกระแสทั่วโลกไม่ได้ แต่จะเป็นการหลงประเด็นถ้าเราจะให้ความสำคัญกับร้านอาหารร้านนั้น แม่ครัวคนนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่วัฒนธรรม มันเป็นการแสดงหรือกระตุ้นประชาสัมพันธ์ให้คนมากินกับข้าวที่ประเทศเรา ซึ่งก็เป็นเรื่องดีแต่ว่ามันคนละเรื่องเดียวกัน เพราะว่าซอฟต์เพาเวอร์ คือการขายวัฒนธรรมไม่ใช่ขายคนใดคนหนึ่ง

ซอฟต์เพาเวอร์ จึงไม่ใช่การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวแห่งเดียว หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือร้านค้าใดร้านค้าหนึ่ง ไม่ใช่การแนะนำว่าถ้าอยากทานส้มตำ ต้องมาทานส้มตำร้านน้องรีจ๊อยส์ โจ๊ะโจ๊ะ เพียงร้านเดียวเท่านั้น หรืออยากทานไข่เจียวปู ต้องมาร้านเจ๊ไฝเพียงร้านเดียว นั่นไม่ใช่ ซอฟต์เพาเวอร์ แต่เป็นการประชาสัมพันธ์เฉพาะจุด ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีแต่ผลประโยชน์จะตกอยู่กับร้านค้าเพียงร้านเดียว หรือคนไม่กี่คน หรือนโยบายการผลักดันเมนูหมูกระทะ ให้เป็นซอฟต์เพาเวอร์ ไม่ใช่บอกให้ไปกินหมูกระทะที่ร้านใดร้านหนึ่ง แต่ถ้าชาวต่างชาติมาเมืองไทยต้องมากินหมูกระทะต่างหาก ซึ่งมันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

ผมเชื่อว่าประธานและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ คงจะไม่หลงประเด็นเพราะพวกท่านเก่งอยู่แล้ว รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่คณะทำงานของท่านเข้าใจเรื่อง ซอฟต์เพาเวอร์ อย่างถ่องแท้หรือไม่ ผมได้ข่าววงในมาว่าคณะทำงานบางท่านยังไม่มีความเข้าใจเท่าที่ควร แล้วอย่างนี้จะไปกำหนดนโยบายในการบริหารประเทศได้อย่างไร ซึ่งในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่น่าเสียดายที่ท่านมีเวลาทำเรื่องนี้น้อยไปสักหน่อย ดังนั้นในฐานะที่ท่านเป็นรัฐบาลชุดปัจจุบันควรสืบสานและต่อยอดสิ่งที่ดีๆ ที่นายกประยุทธ์ ได้ทำไว้ต่อไปด้วย

“ปัจจุบันนี้ผมเป็นคุณลุงเกษียณอายุออกจากชีวิตและตำแหน่งทางราชการและการเมืองแล้ว โดยใช้ชีวิตสมถะเรียบง่ายโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และใช้เวลาว่างมาให้คำปรึกษา ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ประมาณเดือนละ 2 ครั้ง โดยมีเพื่อนๆ ก๊วนตัวตึงเตรียมทหารรุ่น 10 (รุ่นนายกทักษิณ ชินวัตร) มาช่วยทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ประกอบไปด้วย พล.อ.วุทธิ์ วิมุกตะลพ, พล.ร.อ.รพล คำคล้าย, พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์, พล.ท.บรรพต งามกัณหา และพล.ท.มนัส เปาริก ถ้ามีโอกาสอยากเชิญชวนเพื่อนๆ เตรียมทหารรุ่น10 รวมถึงนายกทักษิณ ชินวัตร มาเที่ยวชมเจษฎาเทคนิคมิวเซียม โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงเดือนเกิดของนายกทักษิณ พอดี ไม่แน่ใจว่าเวลานั้นท่านจะว่างหรือไม่ แต่ทีมงานของพวกเราก็จะทำอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถเพื่อเจษฎาเทคนิคมิวเซียมเปิดให้บริการได้ทันตามเวลาที่กำหนดไว้ และผมปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าเจษฎาเทคนิคมิวเซียม จะเป็น Soft Power ด้านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครปฐมและของประเทศไทย ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก”

“สุดท้ายนี้ เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2567 ที่จะถึงนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกที่ทุกท่านนับถือ ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน สมาชิกพรรคเพื่อไทย และนักการเมืองทุกพรรค มีความสุข คิดหวังสิ่งใดขอให้สมดังปรารถนาทุกประการ มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีเพื่อจะได้ฝ่าฟันอุปสรรคโดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดกับประเทศไทย ณ เวลานี้ไปให้ได้ และผมขอฝากถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี นักการเมืองทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ทุกท่านว่าช่วงนี้ใกล้ฤดูกาลเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่แล้ว ทุกท่านจงอย่าลืมสิ่งที่รับปากกับพี่น้องประชาชนไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ท่านจะตอบแทนพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง ขอให้ยึดมั่นอุดมการณ์ให้ดี อย่ายึดหลักอุดมกูก็แล้วกัน สิ่งใดที่พูดไว้ถือเป็นสัจจะแล้ว ขอให้ยึดมั่นคำสัญญาที่มีต่อพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ และหวังว่านายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านจะให้ของขวัญที่ดีกับประชาชนตลอดไป แต่คงไม่ใช่ให้ของขวัญเฉพาะแค่ช่วงปีใหม่นะครับ” พล.อ.วรวิทย์ กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน