อยากเลือกเพศลูก ค่าใช้จ่ายเท่าไร มีวิธีไหนบ้าง
ปัจจุบันเทคโนโลยีสำหรับผู้มีบุตรยากมีความก้าวหน้าไปมาก ช่วยสานฝันให้ผู้มีบุตรยากสามารถมีบุตรได้สำเร็จไปหลายต่อหลายราย รวมถึงการเลือกเพศเพื่อมีบุตรอย่างใจต้องการ ก็สามารถทำได้ในปัจจุบัน เป็นเรื่องที่หลายคนกำลังสนใจอย่างมาก และมีข้อสงสัยตามมาว่าถ้าหากต้องการเลือกเพศลูก ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณเท่าไร ทั้งนี้ทางบทความจึงได้ถือโอกาสรวบรวมข้อมูลมาให้ ดังนี้
ก่อนที่จะรู้ว่าค่าใช้จ่ายในการเลือกเพศลูกจะอยู่ที่เท่าไร จะต้องรู้ก่อนว่าคู่สมรสนั้นๆ เลือกเพศลูกด้วยวิธีไหน เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้มีบุตรมีอยู่หลากหลายวิธี ซึ่งในการเลือกเพศลูกก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีช่วยมีบุตรด้วยเช่นกัน ค่าใช้จ่ายนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปตามวิธีที่เลือก
หากจะตอบคำถามที่ว่าเลือกเพศลูก ค่าใช้จ่ายเท่าไรนั้น สามารถตอบแบบภาพรวมได้ ดังนี้
- การฉีดเชื้อผสมเทียมร่วมกับการคัดอสุจิมีค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 บาท/รอบ
- การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัวร่วมด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้วมีค่าใช้จ่ายประมาณ 180,000-250,000 บาท
เลือกเพศลูกด้วยวิธีที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด?
หากเป็นการเลือกเพศลูกด้วยวิธีที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดก็คงต้องแนะนำการเลือกเพศลูกด้วยวิธีฉีดเชื้อผสมเทียมร่วมกับการคัดอสุจิ แต่ก่อนอื่นไปดูข้อมูลกันก่อนว่าวิธีนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง และมีรายละเอียดอย่างไร
การฉีดเชื้อผสมเทียมร่วมกับการคัดอสุจิ
วิธีการเลือกเพสลูกค่าใช้จ่ายน้อยสุดคือวิธีการฉีดเชื้อผสมเทียมร่วมกับการคัดอสุจิ โดยจะค่าใช้จ่ายต่อรอบอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท หากเคยศึกษาเรื่องเทคนิครักษาภาวะมีบุตรยากมาบ้าง หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับการทำ IUI ซึ่งนั่นเองที่จะถูกนำมาใช้ร่วมกับการคัดอสุจิเพื่อให้ได้เพศของทารกในครรภ์ตามที่คนไข้ต้องการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกเพศก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้เพศตามที่เลือก 100%
ขั้นตอนการฉีดเชื้อผสมเทียมร่วมกับการคัดอสุจิ
- ฉีดกระตุ้นไข่ฝ่ายหญิง
- ติดตามผลหลังการกระตุ้นไข่
- ให้คนไข้ฝ่ายชายเก็บน้ำเชื้อใส่ภาชนะ
- นำน้ำเชื้อมาคัดเลือกอสุจิ โดยปกติแล้วถ้าหากเป็นการทำ IUI ธรรมดา จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงและสมบูรณ์ แต่ถ้าต้องการเลือกเพศด้วย ขั้นตอนนี้ก็จะละเอียดขึ้นกว่าเดิม
- เมื่อคัดเลือกอสุจิได้แล้ว ทำการฉีดเข้าไปในโพรงมดลูก
- ติดตามผลการตั้งครรภ์
การคัดเลือกอสุจิเพื่อเลือกเพศ
การคัดเลือกอสุจิเพื่อเลือกเพศ มีอัตราความสำเร็จในการเลือกเพศทารกอยู่ที่ 60% นั่นหมายถึงยังมีโอกาสที่จะไม่ได้เพศที่ต้องการอยู่สูงถึง 40% โดยการคัดเลือกอสุจิเพื่อเลือกเพศ มีข้อมูลเผยแพร่อยู่หลายวิธีด้วยกัน ดังนี้
- การคัดเลือกอสุจิเพื่อเลือกเพศด้วยวิธี Gradient ซึ่งจะแยกอสุจิเพศหญิง (X) และเพศชาย (Y) ออกจากกัน ภายใต้แนวคิดที่ว่าอสุจิของทั้ง 2 เพศมีมวลที่แตกต่างกัน จากนั้นจะนำมาเตรียมด้วยน้ำยาเตรียมอสุจิที่มีความเข้มข้นต่างกัน
- การคัดเลือกอสุจิเพื่อเลือกเพศด้วยเทคนิค Swim-Up เป็นการคัดเลือกอสุจิเพศหญิง (X) และเพศชาย (Y) จากความเร็วในการเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน
- การคัดเลือกอสุจิเพื่อเลือกเพศด้วยวิธี MicroSort ซึ่งจะคัดแยกอสุจิเพศหญิง (X) และอสุจิเพศชาย (Y) ด้วยการย้อมสีเรืองแสง ภายใต้แนวคิดที่ว่าอสุจิเพศหญิง (X) มีขนาดใหญ่กว่าอสุจิเพศชาย (Y) ขนาดที่ใหญ่กว่าทำให้มีปริมาณ DNA มากกว่า จึงดูดซับสีย้อมได้มากกว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากการย้อมสีคือ อสุจิเพศหญิง (X) จะเรืองแสงกว่าอสุจิเพศชาย (Y) ทำให้คัดแยกออกจากกันได้
ทั้งนี้ทั้งนั้นบางวิธีก็ไม่ได้มีการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถเลือกเพศทารกได้ตรงตามความต้องการ 100% และบางวิธีก็ได้มีการสั่งห้ามไม่ให้ใช้กับมนุษย์ แต่ถึงอย่างนั้นการคัดเลือกอสุจิเพื่อเลือกเพศ ก็ยังเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เลือกเพศลูกค่าใช้จ่ายถูกกว่าการทำเด็กหลอดแก้วร่วมกับการตรวจวินิจฉัยตัวอ่อนก่อนการฝังตัว โดยแต่ละคลินิกจะเลือกวิธีการคัดเลือกอสุจิที่เหมาะสม ซึ่งทางคนไข้ควรเข้าปรึกษากับคลินิกนั้นๆ โดยตรง
เลือกเพศลูกด้วยวิธีที่มีโอกาสสูงกว่า
หากพูดถึงวิธีการเลือกเพศลูกที่มีโอกาสสูงกว่าการฉีดเชื้อผสมเทียมร่วมกับการคัดอสุจิ ก็ต้องยกให้กับวิธีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัวร่วมด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งมีข้อมูลเผยแพร่ว่าสามารถเลือกเพศทารกได้ 100% ขณะที่การฉีดเชื้อผสมเทียมร่วมกับการคัดอสุจิมีโอกาสได้เพศทารกตามที่ต้องการเพียง 60% เท่านั้น แต่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 180,000-250,000 บาท ขั้นตอนคือ
- ฉีดกระตุ้นไข่
- เก็บไข่
- ให้คนไข้ฝ่ายชายเก็บน้ำเชื้อใส่ภาชนะ
- นำน้ำเชื้อมาคัดเลือกอสุจิ
- นำอสุจิที่คัดเลือกแล้วมาผสมกับเซลล์ไข่
- เพาะเลี้ยงตัวอ่อน
- นำตัวอ่อนไปตรวจคัดกรองโครโมโซม (PGT) โดยจะตรวจด้วยวิธี Next Generation Sequencing (NGS) เพื่อตรวจวิเคราะห์ตัวอ่อนในระดับโครโมโซม รวมไปถึงโครโมโซมเพศ จึงสามารถระบุเพศของตัวอ่อนได้ และทำการคัดแยกตัวอ่อนเพศที่ต้องการออกมา
- นำตัวอ่อนที่คัดเลือกไว้กลับเข้าไปฝังตัวในมดลูกและปล่อยให้เติบโตไปเป็นทารกในครรภ์มารดา
- ติดตามผลการตั้งครรภ์
กล่าวโดยสรุปการเลือกเพศ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-250,000 บาท โดยอัตราความสำเร็จในการเลือกเพศขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือกใช้ หากต้องการให้ได้ผลแม่นยำควรเลือกการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัวร่วมด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งมีโอกาสเลือกเพศทารกได้แม่นยำมากกว่า แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงตามมา