เจษฎาเทคนิคมิวเซียม ชวนออม ครั้งที่ 1 มอบทุนการศึกษาให้ นักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม 199 ทุน ชวน ดร.ทักษิณ ร่วมทำบุญ
วันที่ 7 ธ.ค. ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่า มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ถือฤกษ์งามยามดี วันที่ 6 ธ.ค.66 ได้จัดโครงการ “เจษฎาเทคนิคมิวเซียมชวนออม ครั้งที่ 1 มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม จำนวน 199 ทุน ทุนละ 600 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 119,400 บาท ไม่ว่าจะเปิดบัญชีได้หรือไม่ได้ก็ตาม และเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียน คณะครู และเจ้าหน้าที่โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม เพื่อเป็นการส่งความสุขให้กับน้องๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยมี พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน พล.ท.บรรพต งามกัณหา คุณอภิสิทธิ์ ธรรมใจ คณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม และคุณอัมพิการ์ เอครีย์ ผู้จัดการเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ด้วย

ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า เพื่อน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของบูรมหากษัตริย์ไทย 2 พระองค์ คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 6 ที่ทรงก่อตั้งธนาคารออมสิน ด้วยพระราชปณิธานที่จะให้ธนาคารออมสินเป็นที่เก็บรักษาทรัพย์สินอย่างปลอดภัย และฝึกฝนให้ราษฎรรู้จักเก็บออมทรัพย์อย่างถูกวิธี และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ที่พระราชทานปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการออมเงินให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย แม้แต่ท่านวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย รวมถึงนักคิด นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงหลายท่านยังศรัทธาและชื่นชมปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปทั่วโลก

ความเมตตาที่มหาราชทั้ง 2 พระองค์ที่ได้พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งธนาคารออมสินหรือปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ผมเชื่อว่าทุกคนมีความปลาบปลี้มใจเป็นที่สุด และนำหลักการดังกล่าวใส่เกล้าใส่กระหม่อมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ผมหวังว่าการมอบทุนการศึกษาในวันนี้จะเป็นเงินขวัญถุงขวัญแรกให้กับน้องๆ เยาวชน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ อยู่ชั้นไหน จะได้รับเงินเท่ากันทั้งหมด คนละ 600 บาท การเปิดบัญชีธนาคารจะเป็นการปลูกฝังนิสัยการออมด้วย เพราะถ้าน้องๆ มีนิสัยการออม เก็บหอมรอมริบ ประหยัดมัธยัสถ์ คาดว่าเมื่อเติบโตขึ้นจะเป็นผู้มีอุปนิสัยรักการออมแบบนี้ไปอีกตราบนานเท่านาน และจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ มีการยับยั้งชั่งใจในการใช้เงิน ถ้ายับยั้งชั่งใจในการใช้เงินได้ก็จะยับยั้งชั่งใจในเรื่องอื่นๆ ได้ดีด้วยเช่นกัน

วันนี้จึงนับเป็นนิมิตหมายอันดี ที่เด็กนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม ที่มีอายุ 7 ปี และมีบัตรประชาชน จะได้มีสมุดบัญชีธนาคารเป็นครั้งแรกในชีวิต และเนื่องจากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 7 ปี มีเพียงไม่กี่คน ตนจึงทำการมอบทุนให้กับนักเรียนทั้งหมด ครบทุกคน ซึ่งโดยปกติเด็กๆ จะนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารโรงเรียน โดยไม่มีดอกเบี้ยดอกหอยใดๆ แต่ไม่ใช่ว่าการฝากเงินกับธนาคารโรงเรียนเป็นสิ่งไม่ดี เพียงแต่ผมอยากทำให้มีระเบียบแบบแผนมากขึ้นและทำให้เด็กๆ ได้รู้จักการออมทรัพย์อย่างจริงจัง

โครงการเจษฎาเทคนิคมิวเซียมชวนออม ครั้งที่ 1 นี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก นางไปรยา ยโสธร ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาเดอะพาซิโอ กาญจนาภิเษก รวมถึงเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินทุกคน เป็นอย่างดีที่ได้มาให้ความรู้กับน้องๆ หนูๆ และมาเปิดบัญชีธนาคารให้กับนักเรียนถึงโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นการจำลองธนาคารออมสินมาอยู่ในโรงเรียน เป็นเวลา 1 วัน โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำ นักเรียนถึงจะได้กลับบ้านในวันเสาร์และวันอาทิตย์ บางอาทิตย์ผู้ปกครองก็ไม่ได้รับกลับบ้าน ทำให้น้องๆ ไม่ได้เจอสังคมภายนอกเหมือนคนปกติทั่วไป วันนี้จึงเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับน้องๆ เยาวชนโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม

การเปิดบัญชีธนาคารในวันนี้อาจทุลักทุเลไปบ้าง เพราะน้องที่บกพร่องทางการได้ยินยังพอจะเขียนหนังสือได้ แต่สำหรับเด็กพิการซ้ำซ้อนนั้น การเขียนหนังสือนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบากมากจึงต้องใช้การประทับนิ้วมือแทน แต่การดำเนินการทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สามารถเปิดบัญชีได้ครบทุกคน

และในวันนี้มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้จัดอาหารกลางวัน คือ ข้าวหน้าไก่เทอริยากิ และไอศครีม สำหรับน้องๆ หนูๆ ทุกคน รวมคณะครู เจ้าหน้าที่ทุกท่านได้รับประทานด้วย ซึ่งเป็นเมนูที่เด็กๆ ชื่นชอบเป็นพิเศษ และในโอกาสนี้ยังได้มอบเครื่องเล่นแทรมโพลีน จำนวน 1 ชุด เพื่อให้น้องๆ ได้ออกกำลังกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ ฝึกทักษะและฝึกสมาธิให้กับน้องๆ และช่วยละลายพฤติกรรมของนักเรียนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

“สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณ นางไปรยา ยโสธร ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาเดอะพาซิโอ กาญจนาภิเษก และเจ้าหน้าที่ธนาคารทุกท่านที่สละเวลามาออกบูธให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากนอกสถานที่ให้กับเด็กนักเรียน ด้วยความเป็นกันเอง โดยอยู่ให้บริการจนถึงเวลา 17.00 น. ด้วยซ้ำไป และขอขอบคุณ น.ส.สุขใจ ไชยมาตย์ ผอ.โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม ซึ่งท่านเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เล็งเห็นว่าการออมเป็นสิ่งสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนที่มีความบกพร่องหรือเรียกว่าเด็กพิเศษของโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม และที่จะลืมไปไม่ได้คือคณะครู และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ดูแลผมและคณะทำงานเป็นอย่างดี ทำให้กิจกรรมในวันนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้ตั้งใจไว้ และผมหวังว่าทั้ง 3 หน่วยงาน อันประกอบด้วย เจษฎาเทคนิคมิวเซียม โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม และธนาคารออมสิน จะได้ทำกิจกรรมที่ดีเช่นนี้ร่วมกันอีกในเวลาอันใกล้นี้” ดร.ภาคภูมิ กล่าวปิดท้าย

พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน ที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม กล่าวเพิ่มเติมว่านักการเมืองไทยบ้านเราก็เสมอต้นเสมอปลาย เพราะว่าก่อนเลือกตั้งเป็นอย่างไรหลังเลือกตั้งก็เป็นอย่างนั้นเลย คือ ไม่เห็นมีใครใส่ใจหรือสนใจเด็กหรือคนที่มีความบกพร่องทางร่างกายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เป็นจริงเป็นจัง เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้เลย ดังนั้นหากท่านเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีเวลาควรมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจน้องๆ ที่เป็นเด็กพิเศษ เพราะเด็กและเยาวชนเหล่านี้ถึงจะมีความบกพร่องทางร่างกายแต่จิตใจเป็นคนไทย มีเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวไทยเต็มร้อยเปอร์เซ็น น้องๆ เหล่านี้ก็คืออนาคตของชาติไทยดีๆ นั่นเอง ถ้านายกรัฐมนตรี หรือนักการเมืองท้องถิ่นเมินเฉยต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนเหล่านี้ พวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพได้อย่างไร ผมจึงมีความปรารถนาให้นักการเมืองทุกท่านหันมาใส่ใจการพัฒนาเยาวชนกลุ่มนี้ให้มากกว่านี้ ทั้งเรื่องการส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาทางร่างกายและจิตใจ สภาพความเป็นอยู่และสุขภาพอนามัยอย่างถูกต้อง ทั่วถึง และเสมอภาคกับคนปกติทั่วไป

ถ้ามีโอกาสอยากเชิญชวนเพื่อนๆ เตรียมทหารรุ่นที่ 10 รวมทั้ง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาทำบุญร่วมกันสักครั้งเป็นอย่างน้อย จะได้แบ่งปันความสุขให้น้องๆ หนูๆ ที่โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐมด้วยกัน

ด้าน น.ส.สุขใจ ไชยมาตย์ ผอ.โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ตนเองรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากและขอขอบคุณ ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ที่ให้ความสำคัญกับการออม ซึ่งในสภาวการณ์แบบนี้น่าจะไม่มีหน่วยงานไหนที่จะเสียสละเวลามาปลูกฝังเรื่องการออมทรัพย์ให้กับเด็กและเยาวชน ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจแบบปัจจุบัน คงไม่มีใครที่จะควักเงินเรือนหมื่นเรือนแสนให้ฟรีๆ แบบที่ ดร.ภาคภูมิ ทำแน่นอน ท่านทำด้วยใจบริสุทธิ์และไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เท่าที่ดิฉันรู้จักกับ ดร.ภาคภูมิ มาเป็นเวลาหลายปี ท่านไม่ได้มีแนวความคิดที่จะลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอน และไม่สนใจเรื่องการเมืองเลย สำหรับอีกหน่วยงานที่จะขาดไม่ได้ ดิฉันต้องขอขอบคุณนางไปรยา ยโสธร ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาเดอะพาซิโอ กาญจนาภิเษก พร้อมเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน ที่ให้บริการด้วยมิตรไมตรีที่ดีและยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่แม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวไปสักหน่อย รวมถึงคณะที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ค่ะ
เมื่อ ด.ญ.เกดลดา สิงห์พลาย (น้องเกด) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และนักเรียนเรียนทุนของมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ซึ่งทำหน้าที่คอนดักเตอร์หรือวาทยากรควบคุมวงดนตรีของโรงเรียน ได้ทราบว่า ดร.ภาคภูมิ เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศจีน เมื่อคืนวันที่ 5 ธ.ค.66 น้องเกดและเพื่อนๆ จึงอยากจะบรรเลงอังกะลุงในบทเพลงเทียนมี่มี้ ซึ่งเป็นเพลงรักของจีนให้ ดร.ภาคภูมิ ได้ฟัง นอกจากนี้ยังได้เล่นเพลงลอยกระทงและเพลงวันสงกรานต์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ในโอกาสที่องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ของไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอีกด้วย
นางไปรยา ยโสธร ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาเดอะพาซิโอ กาญจนาภิเษก กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเจษฎาเทคนิคมิวเซียมชวนออม ครั้งที่ 1 และรู้สึกประทับใจที่ ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ ให้ความสำคัญกับการออม เพราะการออมเป็นวิธีปฏิบัติทางการเงินขั้นพื้นฐานที่สำคัญและมีประโยชน์อย่างมากต่อผู้คนในทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย การออมเป็นวิธีการที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่มีความสำคัญและสามารถที่จะเป็นตัวกำหนดอนาคตที่มั่นคงได้ สำหรับการมาให้บริการเปิดบัญชีธนาคารออมสินที่โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐมในวันนี้ หากน้องๆ หนูๆ มีคำถามหรือยังไม่เข้าใจในเรื่องออมทรัพย์ การเปิดบัญชี สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ธนาคารออมสิน สาขาเดอะพาซิโอ กาญจนาภิเษก หมายเลขโทรศัพท์ 02-1113941-2