ถ้าฟุตบอลมีกองหน้า-กองกลาง-กองหลัง การทำ SEO ก็ดูเหมือนจะมีตำแหน่งที่ต้องเล่นให้ดีแบบนั้นเหมือนกัน ทั้งการทำ On-Page SEO, Technical SEO และที่ Off-Page SEO ที่ AMPROSEO จะมาพูดถึงในบทความนี้ด้วย ซึ่ง SEO เป็นเกมที่ต้องเล่นเป็นระบบ ทำไปพร้อมๆ กัน จะมาทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้!
เอาล่ะ บทความนี้เลยจะมาพูดถึงขาหนึ่งที่สำคัญของ SEO อย่าง Off-Page แบบลงลึก มาลองล้วง ลับ และลอกเอาสูตรการทำ Off-Page SEO กันดีกว่าว่า คืออะไร ทำยังไง สำคัญแค่ไหนให้กระจ่างกันเลยดีกว่า
Off-Page คืออะไร
Off-Page หมายถึงอะไร นอกเพจ? คำนี้เกี่ยวอะไรกับการทำ SEO ที่ต้องทำงานด้วยเว็บไซต์ด้วยล่ะ? มาฟังคำอธิบายแบบเข้าใจง่ายดีกว่า
Off-Page คือ การทำอะไรก็ตามที่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยทำ SEO แต่ไม่ได้ทำบนเว็บไซต์ แต่เป็นการทำกลยุทธ์ SEO ที่อยู่นอกเว็บไซต์ เอ้า! แล้วจะไปหาทำอะไรนอกเว็บไซต์อีก แค่แก้ในเว็บไซต์ก็เยอะจะแย่แล้ว แหมะ ทำ SEO เป็นเกมระยะยาวอะเนอะ นอกจากจะเล่นเกมในบ้านให้ดีแล้ว เกมนอกบ้านก็สำคัญพอกัน ซึ่งเกมที่ว่านี่ก็คือ การทำอะไรก็ตามที่ให้ได้มากซึ่ง “Backlink” ที่หลายคนเคยได้ยินนั่นเอง
On-Page SEO VS Off-Page SEO
แล้วการทำ On-Page SEO กับ Off-Page SEO มันต่างกันยังไง? ก็ต่างกันตรงที่วิธีเขียน เฮ้ย~ ไม่ใช่ ก็ต้องมีจุดต่างที่สำคัญๆ แหละไม่อย่างนั้นเขาไม่แยกออกมาเป็นกลยุทธ์สำคัญหรอก
อย่างที่เราเคยบอกไปแล้วว่า On-Page SEO เป็นการปรับปรุงอะไรก็แล้วแต่บนหน้าเว็บไซต์ เช่น การใช้ Keyword ที่เหมาะสม, การเขียน Title ที่ดี Description ที่เลิศ, การเรียน Heading Tag ที่ถูกต้อง ฯลฯ เพื่อทำให้คนที่เข้ามาอ่านและ Google Bot ถูกอกถูกใจเว็บไซต์ของเรา (แน่นอนว่ามันส่งผลต่ออันดับด้วย)
ส่วนการทำ Off-Page SEO หมายถึงการทำอันดับให้ดีขึ้นด้วยปัจจัยอื่นๆ ที่อยู่ภายนอก เช่น การแชร์บทความลง Social Media, การไปเขียนบทความที่เว็บอื่นๆ แล้วลิงก์กลับมาเว็บไซต์ของเราเอง, การได้ Backlink กลับมาจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ฯลฯ จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ทำด้านนอกเว็บไซต์ทั้งหมด แต่ที่จะเกี่ยวกันก็ตรงที่ทุกอย่างที่ทำจะต้องลิงก์กลับมายังเว็บไซต์นั่นเอง
แล้วการทำ Off-Page SEO สำคัญยังไง ช่วยให้อันดับดีขึ้นจริงเหรอ?
การทำ SEO มีปัจจัยมากมายที่จะต้องทำให้ผ่าน ไม่งั้นก็ไม่เข้าตา Google ท่านอะนะ และการทำ Off-Page ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Checklist เหล่านั้นได้ทำการติ๊กถูกมากขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่ช่วยทำให้ DR หรือ Domian Autrority ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าเว็บไซต์ของเรามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ (ยิ่ง DR สูง ยิ่งดี) ซึ่งค่านี้ช่วยให้ Google จัดอันดับหน้าเพจของเว็บไซต์ได้เร็วมากขึ้น หน้าเพจใหม่ๆ ที่เราทำก็มีโอกาสได้รับ Traffic ไวมากขึ้น Althority ของหน้าเหล่านั้นก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
วิธีการทำ Off-Page แบบยั่งยืน ทำยังไงให้ได้ผล
แล้วจะเริ่มทำ Off-Page ยังไงดี เอาลิงก์ไปสแปมได้ไหม? บอกเลยว่าอย่าพยายามทำ SEO สายเทาอย่างการสแปมลิงก์ในเว็บไซต์ต่างๆ หรือการ Hack เว็บไซต์อื่นมาทำ Backlink ให้ตัวเอง ฯลฯ แบบนี้คือการทำ SEO ที่เสี่ยงต่อการโดน Google แบนได้
ทางที่ดีเรามาทำ SEO สายขาว และเน้นการทำ Off-Page SEO แบบธรรมชาติที่ยั่งยืนมากขึ้นกันดีกว่า แต่จะทำยังไงบ้างล่ะ? มาดูกัน
- วางแผนการทำ Branding
จะมีคนพูดถึงเราได้ยังไงถ้าเราเองไม่ดัง ไม่โดนใจ เพราะฉะนั้นเราถึงจะต้องทำการปั้น Branding ขึ้นมาเพื่อให้คนรู้จัก แต่พอพูดคำว่า Branding หลายคนก็จะนึกว่า อุ๊ย! ต้องไปปั้นของอะไรมาขายหรือเปล่า ต้องไปไลฟ์ขายของไหม? ถ้าคิดแบบนั้นอยู่ขอให้พักก่อน เพราะนี่คือโลกของการทำ SEO ดังนั้น การทำ Branding ในที่นี้คือ การปั้นแบรนด์บนโลกของการทำ SEO นี่แหละ
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า แบรนด์ดังมั้ย ก็ต้องดูว่า มีคนค้นหาชื่อแบรนด์ของคุณเยอะไหม? อาจจะลองใช้ Google Trend ค้นหาชื่อแบรนด์คุณดู หรือจะใช้ SEO Tools ต่างๆ เช่น Google Keyword Planner, Ubersuggest ฯลฯ ในการค้นดูว่าชื่อแบรนด์ของคุณติดตลาดไหม? มีคนค้นหาบ้างหรือเปล่า? ถ้ามีคนเสิร์ชเยอะๆ ก็แสดงว่า สิ่งนี้ช่วยทำให้คนรู้จักและอาจจะมีโอกาสทำ Backlink กลับมาให้คุณมากขึ้น
- การทำ Backlink Strategy
การทำ Backlink Strategy คือ การทำ Link Building ให้คนอื่นทำการสร้าง Backlink กลับมายังเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ
- ค่อยๆ สร้างจากตัวเอง ด้วยการทำคอนเทนต์ดีๆ เว็บไซต์มีคุณภาพมากพอ เพื่อให้คนอื่นเห็นว่ามีคุณค่า เดี๋ยวพวกเขาก็เอาไปแชร์ต่อ และทำการอ้างอิงกลับมาหาคุณเอง
- หาเอาจากแหล่งอื่น ในเมื่อสร้างเองไม่ทันใจอาจจะต้องใช้วิธีการหาจากแหล่งอื่น เช่น การซื้อ Backlink หรือการไปขอแลกจากเว็บไซต์ที่ต้องการแทน

อ๊ะๆ เห็นว่าซื้อได้ก็ไม่ใช่ว่าจะหว่านเอาลิงก์อะไรก็ได้เข้ามาในเว็บไซต์นะ เพราะถ้าเน้นเอาลิงก์ไม่ดีทำ Backlink กลับมายังเว็บไซต์เยอะๆ จากที่ผลลัพธ์จะดีอาจจะกลายเป็นร้ายแทนได้ จึงควรที่จะเลือก Backlink ดีๆ เข้ามายังเว็บไซต์ ด้วยกฎ 3 ข้อ นี้
- เลือก Backlink มาจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ดูจาก DR ที่สูงๆ นั่นแหละ
- แค่ DR สูงๆ ไม่พอ ควรที่จะเป็นเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจคุณด้วย เช่น คุณทำเว็บไซต์ท่องเที่ยวก็ควรจะได้ Backlink จากเว็บไซต์ด้านท่องเที่ยวด้วยกันกลับมา
- DR สูง เกี่ยวข้อง ก็ยังไม่พอ ต้องมีคนใช้งานจริงด้วย คือ มี Traffic เข้ามายังเว็บไซต์อยู่ตลอด ไม่ใช่เว็บตายที่ไม่มีการอัปเดตอะไรแล้ว
- การทำ Content Marketing
Content is King ไม่ใช่เรื่องโม้ เพราะคอนเทนต์คือการสื่อสารที่คนชอบจะแชร์ต่อไปได้ง่ายที่สุด แล้วคอนเทนต์ที่อยู่บนเว็บไซต์แบบไหนล่ะ คนถึงจะเอาไปพูดถึงต่อ?
- Long-form content หรือคอนเทนต์ยาวๆ ที่มีเนื้อหาเน้นๆ แบบคุณภาพ อ่านแล้วเอาไปทำตามได้ หรือได้ความรู้ข้อมูลที่จะเอาไปอ้างอิงต่อได้
- E-Book ที่สามารถทำการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ได้ เนื้อหาที่ทั้งสวย สรุปดี ก็ต้องมีการนำไปอ้างอิงต่อแน่นอน
- Infographic เน้นการย่อยข้อมูลเป็นรูปภาพที่เข้าใจง่าย พร้อมแนบที่มาที่คนสามารถลิงก์กลับมาอ้างอิงถึงคุณได้ด้วย
- การทำ PR หรือ Press Release

ถ้าเพิ่งเริ่มต้นทำ Off-Page การรอคอยเฉยๆ ก็อาจจะไม่ทันใจ เพราะกว่าที่คนจะเห็นจะรู้จัก แล้วนำเว็บไซต์ของคุณไปอ้างอิงถึงมันอาจจะนานมากๆ ดังนั้น เราก็ต้องเล่นเกมบุกบ้างด้วยการใช้ PR หรือ Press Release ที่เป็นการเขียนรายละเอียดของข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับธุรกิจ กิจกรรม หรือสินค้าและบริการต่างๆ แล้วทำการส่งให้ทางสื่อลงให้ โดยที่สื่ออาจจะนำไปเรียบเรียงเพิ่มเติมต่อเองตามสไตล์ของแต่ละเว็บไซต์ ส่วนนี้คุณก็สามารถแนบลิงก์ของเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาลงไปได้ด้วย
- การทำ Guest Posting
ไปลองโชว์ศักยภาพความเจ๋งของคุณด้วยการทำ Guest Posting หรือ Guest Blogging กันดีกว่า เพราะนี่คือการทำ Backlink บนเว็บไซต์คนอื่นที่มี Authority สูงๆ ด้วยการเข้าไปเป็นนักเขียน หรือเป็น Guest รับเชิญที่เขียนเนื้อหาต่างๆ ในเว็บไซต์อื่นๆ แล้วทำการส่ง Backlink กลับมายังเว็บไซต์ของคุณเอง โดยการใส่ลิงก์ก็อาจใส่เข้าไปใน Profile ผู้เขียน หรือถ้าเนื้อหามีความเชื่อมโยงกับเว็บของคุณก็อาจจะใส่อ้างอิงเข้าไปได้ ส่วนเนื้อหา แน่นอนว่าก็ต้องมีคุณภาพและเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์นั้นๆ ด้วย (ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่น่าปล่อยให้คุณลงบทความหรอกใช่ไหมล่ะ?)
- การทำ Video หรือ Postcast
ทุกวันนี้ Video หรือ Postcast เป็นรูปแบบของคอนเทนต์ที่ผู้คนเสพเยอะมากๆ การที่คุณทำรายการอะไรสักอย่างใน Video หรือ Postcast ลงใน Social Media ต่างๆ แล้วลิงก์กลับมายังหน้าเว็บไซต์ของคุณ รวมถึงอาจจะนำมีเดียเหล่านี้มาเขียนเป็นบทความแล้วแปะแนบเข้าไปในเนื้อหาก็มีส่วนช่วยทำให้คอนเทนต์นั้นๆ ดูน่าสนใจ และคนก็อาจจะนำไปแชร์ต่อ หรืออ้างอิงเป็นข้อมูลต่อได้ แน่นอนว่า มันจะกลายเป็น Backlink ที่มีคุณภาพกลับมาหาคุณอย่างแน่นอน
- การทำ Influencer Marketing
เสียงของใครในตอนนี้ที่มีอิทธิพล? ไม่ใช่คนดังอย่างเดียวแล้วนะ แต่เป็น Influencer ที่แม้จะมีผู้ติดตามนิดหน่อย แต่ถ้าเขาพูดคนที่เป็นแฟนๆ ก็พร้อมที่จะฟัง ดังนั้น ลองไปตามหา Influencer ที่มีกลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ในมือ แล้วให้เขาลองแชร์บทความของเว็บไซต์คุณดู นอกจากจะได้ Backlink จาก Influencer คนนั้นๆ แล้ว แฟนๆ ของพวกเขาก็อาจจะทำการแชร์ข้อมูลนั้นต่อได้ง่าย หากมันมีประโยชน์และตรงกับความสนใจของพวกเขาจริงๆ
- การใช้งาน Social Media
Social Media อาจจะไม่ใช่ Backlink ที่ส่งค่าพลังมากมายให้กับเว็บไซต์ แต่ในแง่ของการเกิดไวรัล การแชร์ต่อ การพูดถึงถือว่าทำงานได้ดีมาก จึงไม่ควรที่จะละเลยการแชร์บทความลงบนโซเชียลมีเดียที่มีคนติดตามคุณอยู่แล้ว และถ้าให้ดีลองเอาโพสต์นั้นๆ ไปแชร์ตามกรุ๊ปต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาดู ก็จะเพิ่มโอกาสให้คนมองเห็น และสร้าง Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
- การเขียนตอบกระทู้

ลองไปสำรวจเว็บไซต์ที่เป็นแนวกระทู้ถาม-ตอบ อย่างเช่น Pantip ดูซิว่า เขาถามอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของคุณบ้าง แล้วลองไปแสดงความคิดเห็นตอบอย่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมแนบแหล่งอ้างอิงเป็นเว็บไซต์ของคุณดู วิธีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้คุณได้ Backlink มา แถมยังอาจจะเรียกแขกเข้าเว็บไซต์มาได้อีกเป็นโขยงอีกด้วย
- การจัดอีเวนต์
การจัดอีเวนต์ในที่นี้จะลงไปจัดเป็นอีเวนต์จริงๆ ก็ได้ หรือจะจัดเป็นงานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ที่เว็บไซต์ต่างๆ จะนำข่าวนี้ของคุณไปพูดถึงต่อ แน่นอนว่าได้ Backlink กลับมาแน่ๆ แต่ที่มากกว่านั้นยังเพิ่มโอกาสที่คนจะเสิร์ชหรือค้นหาแบรนด์ เพิ่มฐานคนรู้จักมากขึ้น มีคอนเทนต์ที่สามารถเอาไปเล่นในฝั่งของการทำแคมเปญหรือ Marketing plan ต่อได้อีกเยอะ ประมาณว่า ปืนนัดเดียวยิงนกได้ 2 3 4 5 ตัวเลยทีเดียว
สรุป
อ่านมาถึงตรงนี้คงได้ไอเดียในการทำ Off-Page SEO แบบพุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลยใช่ไหมล่ะ แต่การลงมือทำจริงๆ นั้นอาจจะไม่ง่ายและใช้เวลา ต้องใช้ทั้งพลัง ความคิดสร้างสรรค์ บวกกับ Connection ด้วย ถึงจะส่งผลให้ Off-Page SEO มีแต่ Backlink ที่มาจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ยังไง AMPROSEO ก็เอาใจช่วยนักทำ SEO ทุกคนเลยนะ แม้ว่าหนทางจะอีกยาวไกล แม้วฟ้าก็จะเป็นกำลังใจให้ซำเหมอออ~
แล้วมาอ่านทริคดีๆ ที่หลายคนน่าจะรู้ แต่อาจจะรู้ไม่ลึกกันในบทความหน้าๆ วันนี้ไปก่อนแล้วนะทุกโคนนนนนน