กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าสานต่องานเร่งรัดสิทธิบัตรมุ่งเป้า ส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์กับสาธารณะเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย

ด้วยการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรืออนุสิทธิบัตรด้านการแพทย์และสาธารณสุขโดยเร็ว

เป็นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ เล็งเห็นความสำคัญของ

การนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หลังจากได้รับจดทะเบียนแล้ว โดยสำรวจข้อมูลของคำขอที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของโครงการเร่งรัดสิทธิบัตรมุ่งเป้า และวางแผน

การพัฒนาศักยภาพด้านทรัพย์สินทางปัญญาต่อไป

โดยผู้ขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรกว่าร้อยละ 58 อยู่ระหว่างการจัดทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือโอนสิทธิ และหลังจากที่ได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร กว่าร้อยละ 55 ได้จัดทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

และอยู่ระหว่างดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธีตามสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร รวมถึงมีการนำไปใช้ประโยชน์

ในเชิงพาณิชย์ในช่องทางต่าง ๆ เช่น จำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ ตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าปลีก/ค้าส่ง ตลอดจน

การทดลองใช้จริงในต่างประเทศที่ยื่นคำขอรับสิทธิบัตร ได้แก่ ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา และสิงคโปร์

ซึ่งผลประกอบการที่ได้จากการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในการอนุญาตให้ใช้สิทธิ การโอนสิทธิ การจำหน่าย

และใช้ประโยชน์โดยไม่ได้แสวงหากำไร มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นมากกว่า 179 ล้านบาทต่อปี

โครงการเร่งรัดสิทธิบัตรมุ่งเป้าจึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ตอบโจทย์ผู้ยื่นคำขอให้สามารถนำสิทธิบัตร/

อนุสิทธิบัตรมาใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่าและยกระดับความน่าเชื่อถือให้ผลงาน เพื่อดึงดูดการลงทุนหรือ

การระดมทุนจัดตั้งบริษัท spin-off การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับเอกชนที่นำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ

ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมีความมั่นใจในการ up-scale การผลิต การต่อยอดผลงานและทำวิจัยร่วมกับภาคเอกชน การหาผู้ร่วมวิจัยหรือผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งการขอขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ การวางแผนการผลิตและการจำหน่าย

โดยภาพรวมของการประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับ 5 (พึงพอใจมากที่สุด) คิดเป็นร้อยละ 79.1 และระดับ 4 (พึงพอใจมาก) คิดเป็นร้อยละ 20.9 ซึ่งสาขาที่ได้รับความสนใจมาก คือ เทคโนโลยีสีเขียว

(Green Technology) เช่น เศรษฐกิจหมุนเวียน (ร้อยละ 41.9) และเชื้อเพลิงชีวภาพ/เคมีชีวภาพ (ร้อยละ 37.2)

นายวุฒิไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากการดำเนินโครงการการเร่งรัดสิทธิบัตรมุ่งเป้าด้านนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขมาระยะหนึ่ง กรมฯ เปิดรับคำขอสาขา “นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

(Future Food)” เพิ่มอีกสาขาหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งกรมฯ เล็งเห็นความสำคัญ

ของการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมด้านอาหารที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค

ทำให้อาหารที่ดีต่อสุขภาพมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่มีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน