ประกันภัยรถยนต์มีความสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคน ไม่เพียงแค่ช่วยให้รู้สึกมั่นใจในทุกครั้งในการเดินทาง แต่ยังสามารถคุ้มครองคุณและรถยนต์ จากอุบัติเหตุ คุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุโดยไม่ได้คาดคิด อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายของการทำประกันรถอาจเป็นภาระทางการเงินก้อนใหญ่สำหรับหลาย ๆ คน แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีวิธีการอีกหลายอย่างที่สามารถช่วยลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ได้ โดยที่คุณยังคงได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับความต้องการ มาดูกันว่าเคล็ดลับที่ใช้ได้ผลจริงนี้มีอะไรบ้าง
7 เคล็ดลับช่วยลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ที่ใช้ได้ผลจริง
- เลือกประกันภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน
การเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากการใช้งานรถยนต์ของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกันออกไป บางคนอาจใช้รถยนต์เพียงแค่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือขับขี่แค่ระยะสั้น ๆ บนเส้นทางเดิม ๆ ในขณะที่บางคนอาจต้องใช้งานรถยนต์ทุกวันเพื่อไปทำงาน หรือไปทำธุระ อาจมีการขับข้ามเขต ข้ามจังหวัด การเลือกแผนประกันภัยที่ครอบคลุมตามการใช้งาน ตามความเสี่ยงของอุบัติเหตุ จะสามารถช่วยลดเบี้ยประกันภัยลงได้
- เพิ่มอุปกรณณ์ด้านความปลอดภัยของรถยนต์
การติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับรถยนต์ นอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ตัวรถยนต์เองแล้ว ทางบริษัทประกันภัยเองก็จะมองว่ารถยนต์มีความเสี่ยงน้อยลง และสามารถช่วยลดค่าเบี้ยประกันภัยลงได้ เช่น ระบบสัญญาณกันขโมย หรือการติดตั้ง GPS ที่สามารถติดตามตำแหน่งรถยนต์ได้ หรือการติดตั้งกล้องติดรถยนต์ทั้งหน้าและหลัง ที่สามารถช่วยในการบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และถ้าหากเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยรถยนต์ยังสามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญได้ด้วย
- รักษาประวัติการขับขี่ที่ดี
การขับขี่อย่างปลอดภัยและรักษาประวัติการขับขี่ที่ดี สามารถทำให้คุณได้รับส่วนลดประวัติดีจากบริษัทประกันภัยได้ เนื่องจากบริษัทประกันภัยจะมองว่าคุณเป็นผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าคนอื่น ๆ ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงการขับรถเร็ว การขับขี่โดยประมาท การขับรถขณะมึนเมา และพยายามปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด หากไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่มีการเคลมประกันเลยในแต่ละปี คุณอาจได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยในปีถัดไปตั้งแต่ 20-50% เลยทีเดียว
- พิจารณาการจ่ายเบี้ยประกันภัยรายปี
การจ่ายประกันภัยรถยนต์รายปี แทนการแบ่งจ่ายรายเดือน หรือจ่ายเป็นเงินสดแทนการจ่ายด้วยบัตรเครดิต จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ เพราะบางบริษัทประกันภัยจะให้ส่วนลดเพิ่มเติม เมื่อคุณเลือกจ่ายเบี้ยประกันภัยทั้งหมดในครั้งเดียว ซึ่งการจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์เป็นรายปีนี้ก็จะช่วยลดค่าเบี้ยลงได้เช่นกัน แต่เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับคนที่พร้อมที่จะจ่ายเงินก้อนในคราวเดียว ในทางกลับกัน ถ้าหากไม่สะดวกที่จะจ่ายเป็นเงินก้อนเดียวจบแบบรายปี การเลือกผ่อนจ่ายรายเดือน ก็อาจจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในรายเดือนลงได้เช่นกัน ซึ่งคุณยังได้รับความคุ้มครองเทียบเท่ากับการจ่ายเป็นก้อนในรอบเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ที่การพิจารณาเพิ่มเติมว่าสะดวกทำการจ่ายเป็นแบบใด
- เปรียบเทียบราคาประกันรถจากหลายบริษัท
การเปรียบเทียบราคาประกันรถจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ สามารถช่วยให้คุณได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด โดยคุณสามารถใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาประกันภัยที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละบริษัทได้อย่างชัดเจน แม้แต่ในบางครั้ง การเปลี่ยนบริษัทประกันภัยในปีต่อไป อาจทำให้คุณได้แผนประกันภัยที่ครอบคลุมและคุ้มค่ากว่าเดิม ในราคาที่ถูกลง ทั้งนี้อย่าลืมตรวจสอบรีวิวและความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันภัยก่อนตัดสินใจด้วย
- เลือกแบบระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
หากเลือกทำประกันภัยรถยนต์ แบบระบุค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) จะสามารถช่วยลดค่าเบี้ยลงได้ แต่ต้องมั่นใจว่าคุณมีทักษะการขับรถที่ดี มีความเชี่ยวชาญ ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ได้หากเกิดอุบัติเหตุ และคุณเป็นฝ่ายผิด เพราะหากต้องเคลมประกัน คุณจะต้องจ่ายเงินส่วนแรกนี้ด้วยตนเองก่อนที่บริษัทประกันภัยจะเข้ามารับผิดชอบในส่วนที่เหลือ
- ระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์
หากคุณเป็นผู้ใช้รถยนต์เพียงคนเดียว โดยที่ไม่ได้ให้ใครยืมรถไปใช้งานเลย การระบุชื่อผู้ขับขี่ลงในกรมธรรม์จะสามารถช่วยลดเบี้ยประกันลงได้ 5-20% ซึ่งโดยปกติแล้วบริษัทประกันภัยจะยอมให้ระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 2 คนในกรมธรรม์
การลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป หากคุณนำเคล็ดลับและวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ ทั้งนี้การทำประกันรถยนต์ต้องไม่มองที่ค่าเบี้ยเป็นหลัก ควรเลือกแผนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงในการใช้รถยนต์ของตนเอง ถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด และเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับการใช้งาน ที่สำคัญทุกครั้งที่ขับขี่ต้องมีสติ มีสมาธิ และขับขี่อย่างปลอดภัยเสมอ แม้จะมีประกันรถยนต์คุ้มครองเต็มขั้น แต่การไม่เกิดอุบัติเหตุเลยย่อมดีที่สุด