สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เดินหน้าสืบสาน ต่อยอดงานศิลปหัตถกรรม ผลักดันให้เป็นอาชีพที่มั่นคง ช่างผู้สร้างสรรค์งานมีแรงบันดาลใจในการสานต่อมรดกทางภูมิปัญญา โดยนำเทคโนโลยีผสานกับภูมิปัญญาพัฒนาการผลิต ด้วย “เครื่องขัดผิวชิ้นงาน” มาใช้เพิ่มคุณภาพการผลิต ลดระยะเวลา ลดปัญหาในการทำหัตถกรรมเครื่องทองลงหิน
นางพรรณพิลาส แพพ่วง รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า สศท. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย โดยการนำเทคโนโลยีนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อลดระยะเวลา ลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นการรองรับกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการงานศิลปหัตถกรรม เช่น กลุ่ม Trader หรือกลุ่มที่มีความต้องการของขวัญ ของที่ระลึก หรือของชำร่วยในเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะเสริมให้ช่างฝีมือมีรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการประกอบอาชีพผลิตงานหัตถกรรม ที่มุ่งเข้ามามีส่วนช่วยลดอุปสรรคปัญหาในการผลิตชิ้นงานของช่างศิลปหัตถกรรม การทำงานร่วมกับ ครูสมคิด ด้วงเงิน ครูศิลป์ของแผ่นดินปี 2565 ประเภทหัตถกรรมทองลงหิน และกลุ่มช่างในศูนย์หัตถกรรมเครื่องทองลงหิน ซึ่งเครื่องทองลงหิน เป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ได้ชื่อว่ามีกรรมวิธีการทำที่ยาก เพราะผลิตจากโลหะที่มีความแข็งแรงและมีลักษณะเหนียวเป็นพิเศษ โดยหลักสำคัญของเครื่องทองลงหิน คือ การผสมผสานกันระหว่างแร่ทองแดงและดีบุก มีคุณสมบัติในด้านความแข็งแรง และความทนทาน รวมถึงมีขั้นตอนการ “ลงหิน” ซึ่งคือกระบวนการการใช้หินขัดผิวชิ้นงานโลหะอย่างประณีตจนชิ้นงานเรียบเป็นมันวาว ด้วยวิธีการที่ใช้หินขัดให้มันเป็นเงาวาวนี้เอง จึงทำให้เรียกว่า “เครื่องทองลงหิน” ส่วนมากนิยมไปใช้ในการผลิตเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ช้อน , ส้อม , ช้อนกาแฟ , ตะเกียบ , ทัพพี รวมถึงของที่ระลึกต่าง ๆ

สศท. ได้ลงพื้นที่รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคร่วมกับช่างศิลปหัตถกรรม พบว่า “ขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน” ที่หลังจากปั๊มและเทออกจากแม่พิมพ์ มีเศษโลหะส่วนเกินอยู่โดยรอบชิ้นงาน
อีกทั้ง เครื่องมือชัดที่ใช้อยู่เดิมมีสภาพเก่าทรุดโทรม และฝุ่นละอองที่เกิดจากการขัดยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพของช่างหัตถกรรม ทำให้ขั้นตอนดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาและแรงงานเป็นจำนวนมากในการขัดเกลี่ยผิวผลิตภัณฑ์ให้เรียบ ส่งผลให้ทางกลุ่มช่างฯ ไม่สามารถรองรับคำสั่งซื้อในปริมาณมากได้ สศท. จึงได้นำ “เครื่องขัดผิวชิ้นงาน” ชนิดถังเขย่า ขนาดบรรจุ 60 ลิตร มีลักษณะการทำงานด้วยแรงเหวี่ยงจากมอเตอร์ พร้อมโช้กด้านล่าง 4 ตัว ซึ่งเป็นตัวรับน้ำหนักในการเขย่าในแต่ละทิศทาง ภายในบรรจุวัสดุสำคัญที่วนกลิ้งอยู่ในถัง ทำหน้าที่ในการเสียดสีและลบคมเศษโลหะของชิ้นงาน ทั้งนี้สามารถกำหนดระยะเวลาการขัดชิ้นงานได้ตามความต้องการ โดยขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นงาน รวมทั้งยังมีตัวกรองฝุ่นละอองจากการขัด ซึ่งจะช่วยป้องกันผลกระทบกับสุขภาพของผู้ผลิตชิ้นงาน ซึ่งหลังจากที่ สศท. นำเอาเทคโนโลยีเครื่องขัดผิวชิ้นงานมาช่วยในกระบวนการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมเครื่องทองลงหิน พบว่า สามารถช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน เพิ่มปริมาณการผลิต จากเดิมใช้ระยะเวลา 20 ชิ้นต่อชั่วโมง เพิ่มเป็นผลิตได้ 80 ชิ้นต่อชั่วโมง ลดแรงงานคน ตลอดจนช่วยทำให้การขัดชิ้นงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


