บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลชั้นนำของไทย ที่มุ่งส่งเสริมการใช้งานถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมให้กับลูกค้าและคนไทย ภายใต้โครงการ AIS อุ่นใจ CYBER โดยล่าสุดเปิด “ผลดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย Thailand Cyber Wellness Index 2024” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมเดินหน้าส่งต่อผลการศึกษาให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปต่อยอดสร้างความรู้ ทักษะ รวมถึงเส้นทางในการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับคนไทย
โดยผลการศึกษา Thailand Cyber Wellness Index 2024 ซึ่งสำรวจคนไทยกว่า 5 หมื่นคนทั่วประเทศ มีเกณฑ์นับตั้งแต่ 0-1 พบว่า การใช้งานทักษะดิจิทัลในภาพรวมอยู่ในระดับพื้นฐาน แม้ว่าเพิ่มขึ้นหากเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ทว่ายังคงไม่พ้นระดับพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังขาดทักษะด้านทางดิจิทัล และมีจุดน่ากังวล คือ คนไทยเกินครึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security and Safety)

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS เผยว่า AIS จึงเดินหน้าประกาศเจตนารมณ์ เพื่อยกระดับการสร้างทักษะความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber safety & security) ให้เป็นวาระแห่งชาติ ร่วมขับเคลื่อนสร้างทักษะให้คนไทยสามารถอยู่รอดปลอดภัยในยุคดิจิทัล

“นอกจากนี้พบว่า กลุ่มที่ต้องพัฒนาเร่งด่วน คือ เด็กและเยาวชน อายุ 10-15 ปี อยู่ในระดับพื้นฐาน คือ 0.53 และ 0.58 รวมถึงวัยเกษียณอายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ในระดับพื้นฐาน 0.59 ด้าน AIS จึงมุ่งดำเนินแนวทางเพื่อก้าวไปสู่ระดับสูง โดยผนึกกำลังกับ สพฐ. เพื่อมุ่งเป้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน สำหรับวัยเกษียณได้ผสานความร่วมมือกับ พม. ซึ่งมีการลงนามความร่วมมือ นอกจากนี้ยังมีการประสานความร่วมมือกับ กทม. อีกทางหนึ่ง”
นางสายชล เผยอีกว่า การที่คนไทยสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นเป็นเรื่องที่ดี ขณะเดียวกันคนไทยเกินครึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security and Safety) โดยเฉพาะเรื่องที่มีความเสี่ยงต่อภัยคุกคาม อาทิ การไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการถูกโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ การใช้ Wi-Fi สาธารณะในการทำธุรกรรมทางการเงิน การใช้ วันเดือนปีเกิด มาตั้งเป็นรหัสผ่านซึ่งง่ายต่อการคาดเดา แม้แต่การไม่ทราบว่าการเข้าเว็บไซต์ที่ปลอดภัย จากลิงก์ URL ควรเป็น HTTPS ที่มีความปลอดภัยสูงกว่า

เพื่อตอบสนองในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว AIS จึงพัฒนาเครื่องมือเช็กภูมิคุ้มกันภัยทางไซเบอร์แบบรายบุคคล หรือ Digital Health Check ดิจิทัลรายบุคคล โดยเครื่องมือนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์และประเมินทักษะด้านดิจิทัลของตนเอง รวมถึงแนะนำหลักสูตรการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมแนะนำแนวทางการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะ-องค์ความรู้ในการป้องกันภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังมีบริการ AIS Secure Net ในการกรองเว็บไซต์อันตรายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งลูกค้า AIS สามารถใช้บริการนี้ได้ฟรีเป็นเวลา 12 เดือน เพียงกด *689*6# เพื่อสมัครใช้งาน

ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ปัจจุบันกระบวนการในการโจมตีในโลกไซเบอร์มักทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งกระทรวงดีอี ในฐานะองค์กรเกี่ยวเนื่องด้านดิจิทัลโดยตรง มุ่งดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์และคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม อาทิ การบูลลี่ การแสดงความเกลียดชัง การพนัน เป็นต้น พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทางเอกชน นำโดย AIS ดำเนินการสำรวจและเปิดเผยข้อมูล ดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย เพื่อนำผลการสำรวจศึกษา นำมาเป็นข้อมูลสถิติเพื่อส่งเสริมการทำงานของทั้งภาครัฐ-เอกชน พร้อมสร้างสังคมที่เป็นมีความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security and Safety) ก้าวสู่โลกดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและแข็งแรง
“สิ่งที่ทาง AIS ดำเนินการเป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม ทั้งหนุนเสริมทักษะความมั่งคงปลอดภัยไซเบอร์ในยุคปัจจุบันที่โลกดิจิทัลหรือโลกไซเบอร์ มักถูกพูดถึงในหลายแง่มุม มีความซับซ้อนทางมิติที่หลากหลาย จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมสร้างให้สังคมมีความสงบสุข และพัฒนาต่อไป”
นอกเหนือจากองค์ความรู้แล้วนั้น AIS ยังคงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี-บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าร่วมในการเสริมสร้างความรู้ ต่อยอดการพัฒนาทักษะทางดิจิทัลของคนไทย พร้อมป้องกันภัยไซเบอร์หมดไปจากประเทศไทยอย่างยั่งยืน
