อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะและเป็นลม เป็นภาวะที่สามารถพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน และอาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเช่นกัน แต่หากเจออาการเหล่านี้บ่อย ๆ ก็อาจจะได้ดีนัก ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับวิธีการแก้ไขอาการเหล่านี้ และหันกลับมาดูแลตัวเองให้มากยิ่งขึ้น นอกจากการใช้เครื่องวัดความดัน เพื่อตรวจสอบความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจนำไปสู่อาการดังกล่าวได้แล้วนั้น ยังมี 5 วิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โดยจะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย
5 วิธีแก้อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ
สำหรับผู้ที่ประสบกับอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกว่าจะเป็นลม เรามี 5 วิธีการจัดการที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยบรรเทาอาการในทันที แต่ยังช่วยป้องกันการเกิดอาการซ้ำในระยะยาวอีกด้วย
-
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำให้เพียงพอ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการหน้ามืดและวิงเวียนศีรษะ การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และเพิ่มออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมอง แนะนำให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นเล็กน้อย โดยค่อย ๆ จิบทีละน้อยเพื่อป้องกันการสำลัก และควรดื่มน้ำวันละประมาณ 8 แก้วหรือ 2 ลิตรนั่นเอง
-
นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
ปัจจัยสำคัญในการป้องกันและบรรเทาอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือป้องกันไม่ให้เกิดโรคอื่น ๆ คือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วิธีนี้นับว่าเป็นวิธีการแก้ไขขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้ง่าย ๆ เนื่องจากการอดนอน หรือนอนไม่เพียงพอเป็นระยะเวลานานจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและการทำงานของสมอง ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะได้
โดยการนอนหลับอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน จะช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การนอนหลับที่เพียงพอยังช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืดและวิงเวียนศีรษะได้อีกด้วย
-
นอนราบ
เมื่อเกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกว่ากำลังจะเป็นลม การนอนราบลงบนพื้นเป็นอีกวิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการนั้นได้อย่างรวดเร็ว โดยจะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น แก้ไขปัญหาการขาดเลือดไปเลี้ยงสมองชั่วคราว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการดังกล่าว และควรยกขาสูงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดกลับสู่หัวใจและสมองได้ดียิ่งขึ้น
-
ไม่ควรขยับร่างกายอย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนท่าทางจากนั่งเป็นยืน หรือจากนอนเป็นนั่ง สามารถก่อให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วงและการไหลเวียนเลือดได้ทัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอชั่วขณะ
ดังนั้น การเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะเมื่อต้องลุกขึ้นยืนหรือเปลี่ยนท่าทาง จะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดปรับตัวได้ทัน และสามารถลดโอกาสการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนท่าได้ ซึ่งการเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็วเป็นสาเหตุสำคัญของอาการวิงเวียนและหน้ามืด
-
ดื่มน้ำหวาน
วิธีสุดท้ายที่จะช่วยให้เราดีขึ้นจากอาการหน้ามืด คือการดื่มน้ำหวาน ในกรณีที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ การดื่มน้ำหวาน หรือลูกอม จะช่วยเพิ่มระดับกลูโคสในเลือดได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมองได้รับพลังงานที่จำเป็นต่อการทำงาน
ทั้งนี้ การดื่มน้ำหวานเพื่อบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีโรคประจำเดือนดังกล่าว แต่พักผ่อนไม่เพียงพอ วิธีนี้ก็สามารถบรรเทาอาการหน้ามืดนี้ได้ แต่ก็ไม่ควรบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

สรุป
อาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ และการเป็นลม แม้จะเป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน แต่ส่งผลกระทบการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก แต่หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นก็สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็ว หรือเมื่อรู้สึกหน้ามืดขณะกำลังเดินอยู่ แนะนำให้นอนนอนราบเมื่อมีอาการ หาน้ำหวานหรือลูกอม เพื่อบรรเทาอาการได้ ณ ขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม หากอาการเหล่านั้น ยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีความรุนแรงมากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป