การเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาได้ และค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนจึงมองหาประกันเพื่อเป็นหลักประกันยามเจ็บป่วย แต่ก็มักสับสนระหว่างประกันสุขภาพกับประกันโรคร้ายแรง ซึ่งมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่แตกต่างกัน วันนี้เรามาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างประกันทั้งสองประเภทนี้กัน
ประกันสุขภาพคืออะไร

ประกันสุขภาพเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ โดยจะจ่ายตามค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น ภายในวงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่ายา ค่าหมอ หรือค่าผ่าตัด ทั้งกรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ทำให้ผู้เอาประกันไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
ความคุ้มครองประกันสุขภาพ
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามใบเสร็จที่โรงพยาบาลเรียกเก็บ
- คุ้มครองทั้งโรคทั่วไป และโรคร้ายแรง แต่ไม่คุ้มครองโรคและอาการที่เป็นมาก่อนทำประกัน
- ค่าห้องและค่าอาหารระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
- ค่ารักษาพยาบาลทั่วไป รวมถึงค่ายาและเวชภัณฑ์
- ค่าแพทย์ตรวจรักษา และค่าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ค่าผ่าตัดและหัตถการต่าง ๆ
- ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก
- ค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน
- ค่าชดเชยรายวันระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
- ค่าตรวจสุขภาพประจำปี (บางแผน)
ประกันโรคร้ายแรงคืออะไร

ประกันโรคร้ายแรงเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะโรคร้ายแรงที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยจะจ่ายเงินก้อนตามจำนวนเงินเอาประกันทันทีเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่ระบุไว้ ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลจริงจะเป็นเท่าไร ผู้เอาประกันสามารถนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ซึ่งเบี้ยประกันโรคร้ายแรงมักจะถูกกว่าประกันสุขภาพ
ความคุ้มครองประกันโรคร้ายแรง
- คุ้มครองในรูปของสินไหมทดแทน (เงินก้อน) เมื่อตรวจเจอโรคร้าย
- ไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเมื่อเข้ารักษาตัวด้วยโรคร้ายที่โรงพยาบาล
- โรคร้ายแรงที่คุ้มครอง เช่น โรคมะเร็งระยะลุกลาม โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคปอดระยะสุดท้าย โรคโปลิโอ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือโรคอัมพาตครึ่งซีก เป็นต้น
ความแตกต่างระหว่าง ประกันสุขภาพ กับ ประกันโรคร้ายแรง
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ลักษณะการจ่ายผลประโยชน์และขอบเขตความคุ้มครอง ประกันสุขภาพจะจ่ายตามค่าใช้จ่ายจริงในการรักษาพยาบาลทุกโรค ภายในวงเงินที่กำหนด และสามารถใช้ได้หลายครั้งตลอดปีกรมธรรม์ ในขณะที่ประกันโรคร้ายแรงจะจ่ายเงินก้อนครั้งเดียวเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงตามที่ระบุในกรมธรรม์ โดยไม่จำกัดว่าต้องใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น
ทำไมมีประกันสุขภาพแล้ว ยังต้องซื้อประกันโรคร้ายแรง
แม้จะมีประกันสุขภาพแล้ว การมีประกันโรคร้ายแรงเพิ่มเติมก็ยังมีประโยชน์ เพราะเมื่อเจอโรคร้ายแรง นอกจากค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมาก เช่น ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าดูแลพิเศษ รวมถึงรายได้ที่อาจสูญเสียไประหว่างพักรักษาตัว เงินก้อนจากประกันโรคร้ายแรงจึงเป็นเหมือนเงินสำรองที่ช่วยให้เราสามารถรับมือกับผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรอบด้าน
สรุปบทความ
ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ความคุ้มครองและการจ่ายผลประโยชน์ แต่ทั้งสองประเภทก็เติมเต็มซึ่งกันและกัน การมีทั้งสองแบบจะช่วยให้เรามีความคุ้มครองที่ครอบคลุมและรอบด้านมากขึ้น ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเจ็บป่วย