วันที่ 27 พฤศจิกายน ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มอบหมายให้ คุณกลยุทธ คงพิบูลย์ และคุณจิราพร ธนะโสธร ทีมงานเลขานุการส่วนตัว เป็นผู้แทนในการหล่อพระวิษณุกรรม ณ โรงหล่อพระ ส.พระเจริญ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งผู้เข้าร่วมพิธีเททองหล่อต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกปลื้มใจที่ได้มาร่วมบุญในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนสร้างพระพุทธรูป 9 องค์ และพระวิษณุกรรม 1 องค์ รวม 10 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ โดยมีคณะที่ปรึกษาจากก๊วนตัวตึงเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (รุ่นเดียวกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ประกอบด้วย พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ พล.ร.อ.รพล คำคล้าย พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม และพล.ท.บรรพต งามกัณหา เข้าร่วมเป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระในวันดังกล่าวด้วย

และเมื่อโรงหล่อได้นำพระวิษณุกรรมที่ตกแต่งทำสีเสร็จเรียบร้อยแล้วมาส่งมอบ ทำให้ตนเกิดความปิติยินดี รู้สึกขนลุก ปลาบปลื้มและตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ตนจึงตั้งสมมติฐานคาดคะเนว่าผู้พบเห็นรูปหล่อพระวิษณุกรรมก็คงเกิดความปิติยินดีเช่นเดียวกัน ตนจึงมีความประสงค์ที่จะหล่อพระวิษณุกรรมเพิ่มอีก 3 องค์ โดยองค์แรกจะอัญเชิญไปประดิษฐานที่มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ส่วนอีกสององค์จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่อาคารห้างร้านของตน”

“พระวิษณุกรรม เป็นเทพผู้สร้างอาศรมให้แก่พระโพธิสัตว์ ก่อนที่จะบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้สร้างบันไดเงิน บันไดทอง บันไดแก้ว ทอดจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ที่เมืองสังกัสสนคร ซึ่งเป็นเส้นทางที่พระพุทธเจ้าใช้เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ในช่วงเข้าพรรษา นอกจากจะเป็นสถาปนิกและเป็นวิศวกรด้านโยธาและสำรวจ ดังจะเห็นได้จากผลงาน 2 ประการที่ว่านี้แล้ว พระวิษณุกรรม ยังเป็นวิศวกรเครื่องกลอีกด้วย กล่าวคือ ท่านเป็นผู้สร้างวาฬสังฆาตยนต์ ซึ่งเป็นกงล้อหมุนรอบองค์พระสถูป ปกปักรักษาป้องกันมิให้บุคคลเข้าใกล้พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่พระเจ้าอชาตศัตรูได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุหลังพุทธปรินิพพานและอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในองค์พระสถูปแห่งนี้”

ดร.ภาคภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อโรงหล่อพระส่งมอบพระวิษณุกรรมให้เราเสร็จเรียบร้อย ตนจะอัญเชิญพระวิษณุกรรมไปประดิษฐานที่มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมในช่วงต้นปี 2568 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมและพนักงานของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวได้กราบสักการะบูชาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเกิดเทวตานุสติ ทำให้ได้น้อมระลึกถึงคุณงามความดีของเทพเทวดา ซึ่งก่อนที่ท่านจะได้เป็นเทวดานางฟ้าที่บุคคลให้ความเคารพนับถือ ท่านต้องเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยมนุษยธรรม คือมีคุณธรรม 5 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย ศรัทธา คือมีความเชื่อในการกระทำความดี, ศีล คือการประพฤติดีทางกาย วาจา และใจ, สุตะ คือการได้รับฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า, จาคะ คือการบริจาค เสียสละ และให้ทาน และปัญญา คือการเพิ่มพูนความรู้ด้วยการคิด การฟัง และการภาวนา

“บางท่านถือว่าการกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปเป็นสรณะสูงสุด แต่จริงๆ แล้วคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทำให้ผู้คนพ้นทุกข์และประกอบแต่กรรมดีต่างหากที่เป็นสรณะสูงสุด ส่วนการสร้างรูปหล่อ รูปจำลองขององค์เทพต่างๆ เพื่อให้ผู้คนกราบไหว้ ทำให้บางคนเห็นแล้วดีใจเกิดมุทิตาจิตยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี ได้เป็นเทวดา นางฟ้า เป็นกุศโลบายทำให้คนเราได้รักษาศีล ไม่ประพฤติชั่ว ถึงแม้สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หนทางไปสู่นิพพาน แต่ก็ยังดีกว่าให้ตนไปสร้างรูปปั้นที่ก่อกิเลสราคะ หรือรูปปั้นลามกต่างๆ ที่ไม่เจริญหูเจริญตา”

“ส่วนองค์เทพที่ค้ำชูพระพุทธศาสนามีอีกหลายองค์ แต่ที่เราตั้งใจมั่นที่จะสร้างพระวิษณุกรรมเพราะว่าองค์กรของเราไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม และเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่มีความเกี่ยวข้องกับศาสตร์ทางด้านวิศวกรรม และความรู้เกี่ยวกับงานก่อสร้าง เรามีการก่อสร้างอาคารใหม่ๆ อีกหลายอาคารจึงมีความเกี่ยวโยงกับงานวิศวกรรมและงานก่อสร้างไปโดยปริยาย มีทั้งอาคารฝาแฝด เช่น อาคารธัญญา และอาคารชมเพลิน เป็นต้น”

“ในระหว่างที่มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมและเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและปรับปรุงสถานที่ ขอให้แฟนคลับที่สนใจติดตามข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ สามารถติดตามได้ทางช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ Page Facebook : Jesada Technik Museum และสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-339468” ดร.ภาคภูมิ กล่าวปิดท้าย
