การเก็บไวน์ที่เหมาะสมถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาคุณภาพและรสชาติของไวน์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดงหรือไวน์ขาว ไวน์ที่ผ่านการเก็บรักษาอย่างเหมาะสมจะยังคงเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้อย่างครบถ้วน แต่ถ้าหากการเก็บไวน์ไม่ได้มาตรฐาน ไวน์เก่าที่เก็บไว้เนิ่นนานหรือไวน์ขวดโปรด ก็อาจเสื่อมคุณภาพและรสชาติได้ แม้ว่าจะเก็บได้เพียงไม่นานก็ตาม แต่จะรู้ได้อย่างไร ว่าไวน์ที่เราเก็บไว้นั้นยังคงคุณภาพ ไม่เสียหาย และพร้อมดื่ม? ในบทความนี้ เราจะมาแนะ 4 สเต็ปเบื้องต้นตรวจสอบคุณภาพไวน์ ที่สายดื่มไวน์ควรรู้! เพื่อช่วยให้คุณมั่นใจว่าไวน์ที่เก็บไว้นั้นยังคงรสชาติและเอกลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมอยู่ พร้อมเผยเคล็ดลับเพิ่มเติมในการเก็บไวน์ที่จะช่วยคงคุณภาพและรสชาติไวน์ไว้อย่างไร้ที่ติ

1. สังเกตลักษณะของขวดไวน์

ไวน์ที่ได้รับการเก็บอย่างเหมาะสม แม้ขวดไวน์จะไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น ฉลากเปื่อยยุ่ย ภายนอกขวดมีร่องรอยไม่สวยงาม แต่ความเสียหายเหล่านั้นต้องไม่ส่งผลต่อไวน์หรือของเหลวที่อยู่ภายใน ไม่ควรมีรอยคราบไวน์ที่เลอะออกมาข้างนอก และจุกไม้ก๊อกจำเป็นต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยสามารถสังเกตจากลักษณะภายนอกของขวดไวน์ ดังนี้

  • คราบไวน์ จุดสังเกตแรกที่มองเห็นได้ง่ายสุด คือรอยคราบไวน์ โดยสังเกตจากรอบปากขวดหรือฉลากว่ามีคราบไวน์เปรอะเปื้อนหรือไม่ หากมีร่องรอยของไวน์อยู่นอกขวด นั่นอาจบ่งบอกว่าขวดมีการรั่ว และอาจส่งผลต่อรสชาติของไวน์ที่อยู่ภายในได้
  • จุกไม้ก๊อก จุกไม้ก๊อกที่อยู่ในสภาพปกติ ควรจะยังชื้นและปิดปากขวดแน่นสนิท หากจุกไม้ก๊อกแห้งหรือบวมจนดันออกมา นั่นอาจทำให้อากาศเข้าไปในขวด และทำให้ไวน์เสียได้
  • ระดับไวน์ในขวด อีกหนึ่งจุดสังเกตที่สามารถเห็นได้จากภายนอก คือระดับปริมาณของไวน์ภายในขวด หากระดับไวน์ลดต่ำกว่าปกติ นั่นเป็นสัญญาณว่าขวดไวน์ปิดไม่สนิท และอากาศภายนอกเข้า จนเกิดการระเหยหรือการรั่วซึมนั่นเอง

2. ตรวจสอบสีของไวน์

สีของไวน์เป็นตัวบ่งบอกอายุและคุณภาพโดยรวมของไวน์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งการสังเกตสีเป็นสเต็ปแรกที่ควรทำก่อนการดมและการลิ้มรสชาติของไวน์ เพราะสีสามารถเผยถึงลักษณะรสชาติและการเปลี่ยนแปลงของไวน์ได้ ดังนี้

  • ไวน์แดง โดยปกติแล้ว สีของไวน์แดงปีใหม่ๆ จะมีสีแดงสด หรือออกแดงทับทิม ถ้าหากมีสีแดงเข้ม แดงอิฐ หรือแดงออกน้ำตาล นั่นอาจบ่งบอกว่าไวน์ขวดนั้นผ่านการเก็บมานาน แต่ถ้าหากมีสีเข้มมากจนออกไปทางน้ำตาล ขุ่นและมีตะกอน ไม่ใส หรือแปลกตาจากสีไวน์ปกติ นั่นอาจเพราะไวน์ขวดนั้นผ่านการออกซิไดซ์หรือการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม จนทำให้ไวน์เริ่มเสื่อมสภาพนั่นเอง
  • ไวน์ขาว สีของไวน์ขาวที่สดใหม่ จะมีสีเหลืองอ่อน มีความใส ถ้าหากมีสีเหลืองทองหรือเหลืองอำพัน อาจเป็นเพราะผ่านการเก็บไวน์มานาน และอาจบ่งบอกว่าไวน์ขวดนั้นมีการพัฒนาในรสชาติที่ซับซ้อนและมีความเข้มข้นขึ้น แต่สีของไวน์มีสีเข้มออกน้ำตาล หรือมีสีทึบ นั่นเป็นเพราะไวน์ผ่านการสัมผัสกับอากาศหรือแสงมากเกินไป จนอาจทำให้ไวน์เสื่อมสภาพ

3. ตรวจสอบกลิ่นของไวน์

สเต็ปถัดมาที่สามารถตรวจสอบคุณภาพว่าไวน์ขวดนั้นผ่านการเก็บไวน์ที่เหมาะสม และยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ คือการตรวจสอบกลิ่น ซึ่งมี 3 สเต็ปคร่าวๆ ดังนี้

  • วิธีการตรวจสอบกลิ่นของไวน์

  1. หมุนแก้วไวน์เบาๆ การหมุนแก้วช่วยให้ออกซิเจนสัมผัสกับไวน์มากขึ้น และปล่อยกลิ่นหอมของไวน์ออกมาได้ชัดเจนขึ้น
  2. ดมครั้งแรก แบบผิวเผิน การดมกลิ่นไวน์ครั้งแรกหรือ First Nose จะเป็นการเริ่มดมใกล้ๆ สัมผัสกับกลิ่นบางๆ เพื่อสัมผัสกับกลิ่นเบื้องต้น โดยทั่วไปแล้วกลิ่นไวน์จะมีความหอมผลไม้ เครื่องเทศ และกลิ่นของแอลกอฮอล์จางๆ
  3. ดมครั้งที่สอง อย่างลึกซึ้ง เป็นการดมกลิ่นไวน์อีกรอบหรือ Second Nose จะเป็นการดมแบบสำรวจละเอียดถึงกลิ่นบูเกต์ที่ซ่อนอยู่ในน้ำไวน์ ให้ทำการเอียงแก้วไวน์พร้อมเอียงจมูกให้เข้าใกล้มากขึ้น จะช่วยให้ได้กลิ่นไวน์ที่ซับซ้อน และตรวจสอบความผิดปกติของไวน์ได้ง่าย หากกลิ่นไวน์มีกลิ่นคาว เหม็นไหม้ หรือกลิ่นคล้ายน้ำส้มสายชู นั่นอาจแสดงว่าไวน์ขวดนั้นเสื่อมคุณภาพนั่นเอง
  • ลักษณะของกลิ่นไวน์

  1. ไวน์แดง โดยทั่วไปแล้ว กลิ่นหลักของไวน์แดงจะเป็นกลิ่นผลไม้ เช่น กลิ่นองุ่น แบล็กเบอร์รี่ หรือเชอร์รี่ และยังมีกลิ่นเครื่องเทศ เช่น กลิ่นของพริกไทยดำ กานพลู เป็นต้น ขึ้นอยู่กับผลไม้ชนิดหลักและกรรมวิธีการหมักบ่มของไวน์ขวดนั้น ส่วนกลิ่นรอง โดยเฉพาะในไวน์เก่า จะมีคลิ่นของไม้โอ๊ค หรือกลิ่นคล้ายหนังสัตว์ หากมีกลิ่นอื่นที่ผสมเข้ามา อย่างกลิ่นคาวคล้ายกระดาษเปียก หรือเชื้อรา ไวน์ขวดนั้นอาจถูกปนเปื้อนได้
  2. ไวน์ขาว กลิ่นหลักของไวน์ขาวจะมีความเป็นผลไม้สด เช่น สับปะรด ลูกแพร์ แอปเปิล หรือเลมอน รวมถึงกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ เช่น ดอกส้ม หรือดอกมะลิ ส่วนกลิ่นรองจะมีความหอมคล้ายกลิ่นน้ำผึ้ง วานิลลาอ่อนๆ หากมีกลิ่นแปลกๆ ผสมเข้ามาด้วย อย่างกลิ่นเหม็นไหม้ หรือกลิ่นคล้ายน้ำส้มสายชู นั่นอาจเป็นเพราะไวน์เกิดการรออกซิเดชันและเสื่อมสภาพ

4. ตรวจสอบรสชาติของไวน์

เมื่อดมกลิ่นของไวน์แล้ว สเต็ปถัดมาคือการทดสอบรสชาติของไวน์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันคุณภาพไวน์ได้ดีที่สุด รวมถึงเอกลักษณ์รสชาติของไวน์ขวดนั้นๆ รสชาติไวน์ที่ผ่านการเก็บไวน์อย่างเหมาะสมจะมีรสชาติกลมล่อม มีความสมดุลของรสชาติ รสกระจายทั่วทุกอณูในช่องปาก ส่วนไวน์ที่เสีย ผ่านการเก็บไวน์ที่ไม่ได้มาตรฐาน รสชาติจะขาดความสดชื่น เปรี้ยวจัด หรือขมเกินไป โดยสามารถสังเกตรสสัมผัสได้ ดังนี้

  • ไวน์แดง รสชาติของไวน์แดงจะมีความเข้มข้นจากผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นรสองุ่น แบล็กเบอร์รี่ หรือผลไม้ที่ใช้หมักบ่ม และมีความฝาดติดปลายลิ้นที่เกิดจากเปลือกองุ่นหรือเมล็ด ซึ่งบ่งบอกถึงโครงสร้างของไวน์ ส่วนรสชาติรองจะมีความหอมไม้โอ๊ค เป็นต้น
  • ไวน์ขาว รสชาติของไวน์ขาวจะมีความหวาน ที่เกิดจากกรรมวิธีการผลิต และยังบ่งบอกถึงปริมาณน้ำตาลตกค้าง ความเปรี้ยวที่เกิดขึ้นจากกรดธรรมชาติ อย่างกรดซิตริก ซึ่งช่วยให้ไวน์สดชื่นและดื่มง่ายมากขึ้น ความนุ่มลื่นและสัมผัสที่กลมกล่อม อย่างกลิ่นเนยหรือวานิลลา ซึ่งเกิดจากกรรมวิธีการผลิต หรือการบ่มในถังไม้โอ๊ค เป็นต้น

เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการเก็บไวน์อย่างมืออาชีพ

  • ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม การเก็บไวน์ควรเก็บที่อุณหภูมิ 12-15 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน เพราะอาจทำให้รสชาติไวน์เสียได้
  • ความชื้นสัมพัทธ์ การเก็บไวน์ ควรรักษาระดับความชื้นที่ประมาณ 50-70% เพื่อให้จุกไม้ก๊อกชื้นและปิดสนิท หากความชื้นต่ำเกินไป อาจทำให้จุกไม้ก๊อกแห้งและอากาศเล็ดลอดเข้าไปในขวด และหากความชื้นสูงเกินไป อาจทำให้ฉลากไวน์เสียหายและเกิดเชื้อราได้
  • หลีกเลี่ยงแสงโดยเฉพาะแสงแดด การเก็บไวน์ ควรเก็บในที่มืด หรือใช้ตู้แช่ไวน์ที่ป้องกันแสง UV เพราะแสง UV เป็นตัวการทำลายสารประกอบในไวน์ ทำให้ไวน์รสชาติเสียได้
  • ควรเก็บในแนวนอน สำหรับการเก็บไวน์ ที่ขวดเป็นจุกไม้ก๊อก ควรเก็บในแนวนอนเพื่อให้จุกไม้ก๊อกสัมผัสกับไวน์เสมอ ป้องกันจุดไม้ก๊อกแห้งและอากาศเข้า ส่วนไวน์ที่ขวดเป็นฝาเกลียว สามารถวางเก็บได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

การเก็บไวน์อย่างเหมาะสม และการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นด้วย 4 สเต็ปข้างต้นที่ได้แนะนำไป จะช่วยให้มั่นใจว่าไวน์ขวดโปรดที่เก็บไว้อย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะไวน์เก่าหรือไวน์ชั้นเลิศที่จำเป็นต้องเก็บรักษาดูแลเป็นพิเศษ พร้อมสำหรับการลิ้มลองในทุกโอกาสสำคัญ สำหรับใครที่กำลังมองหาห้องเก็บไวน์ที่ได้มาตรฐาน ที่ i-Store Self Storage เราให้บริการห้องเก็บของและบริการห้องเก็บไวน์ มี Wine Storage ที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นตามมาตรฐาน เหมาะสำหรับนักสะสมไวน์หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บไวน์ มั่นใจได้เลยว่าไวน์ขวดโปรดของคุณจะได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกต้องและคงอยู่ในสภาพดีที่สุด สอบถามข้อมูลบริการห้องเก็บไวน์ได้ผ่านช่องทาง LINE: @i-Store หรือติดตามข้อมูลของ i-Store Wine Storage เพิ่มเติมได้ที่ i-Store Self Storage ทุกช่องทาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน