เจษฎาเทคนิคมิวเซียม จัดโครงการหนึ่งอิ่มเพื่อน้อง ครั้งที่ 4 เลี้ยงอาหารกลางวัน ครู-นักเรียน โรงเรียนวัดทรายมูล เชียงใหม่
วันที่ 18 ธันวาคม พลตรีหญิง นวรัตน์ บวรศักดิ์ ที่ปรึกษาด้านด้านการเงิน มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมและในฐานะประธานโครงการหนึ่งอิ่มเพื่อน้อง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ดิฉันได้เป็นผู้แทน ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันในโครงการหนึ่งอิ่มเพื่อน้อง ครั้งที่ 4 ให้กับน้องๆ นักเรียน คณะครู และเจ้าหน้าที่โรงเรียนวัดทรายมูล จังหวัดเชียงใหม่ รวม 195 คน โดยมีนายอรรถพล บาลยอ ผู้อำนวยโรงเรียนวัดทรายมูล ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

พลตรีหญิงนวรัตน์ กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจและภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้แทนมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เลี้ยงอาหารกลางวันในโครงการหนึ่งอิ่มเพื่อน้องซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 แล้ว และวันนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณรศิกาญจน์ ฉัตรอัคราศิลป์ เพื่อนรุ่นน้องที่สนิทสนมคุ้นเคยกันมานาน มาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้และยังเป็นเจ้าภาพสนับสนุนค่าไอศครีมสำหรับเลี้ยงน้องๆ ในวันนี้อีกด้วย ดิฉันจึงขออนุโมทนาบุญกับคุณรศิกาญจน์ด้วย สำหรับเมนูอาหารกลางวัน คือ ข้าวนึ่งไก่ทอด น้ำพริกหนุ่ม และขนมหวานคือไอศครีม เพราะเด็กๆ ชื่นชอบเมนูนี้เป็นพิเศษ จำนวน 220 ชุด โดยข้าวนึ่งไก่ทอดและน้ำพริกหนุ่ม อุดหนุนมาจากร้านอัสมาไก่ทอด ของคุณไกรฤกษ์ ลักษณาภิรมย์ ร้านไก่ทอดชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่

“โครงการหนึ่งอิ่มเพื่อน้องครั้งแรก ดำเนินการเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆ โรงเรียนจิตต์ภักดี (มัสยิดอัตตักวาเชียงใหม่) ไปเมื่อวันที่ 14 ก.ย.66 ส่วนครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เลี้ยงอาหารกลางวันและไอศครีมให้กับน้องๆ จากโรงเรียนวัดทรายมูล จังหวัดเชียงใหม่ ไปเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.66 และวันที่ 4 มี.ค.67 ตามลำดับ และดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ ได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะทำเพื่อส่วนรวมเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เพราะมีความสุขใจและอิ่มเอมใจที่ได้ทำ เป็นความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ เด็กนักเรียนบางคนถึงกับดีใจจะร้องไห้เพราะไม่ได้ทานไก่ชิ้นใหญ่ใหญ่แบบนี้มานานแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม เดินไปที่ไหนก็มีอาหารการกิน ดิฉันเรียนรู้จากคุณครูที่โรงเรียนมาแบบนี้มาแทบทุกชั้นปี แต่ก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งที่ประสบกับปัญหาความอดอยาก และการมีคุณภาพชีวิตที่ด้อยกว่าที่ควรจะเป็น”

พลตรีหญิง นวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากน้องๆ จะได้รับประทานอาหารกลางวันและไอศครีมแล้ว เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาคือ ดิฉันได้ให้โอวาทกับน้องๆ เยาวชนเรื่องความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นสถาบันหลักของประเทศชาติ หากไม่มีสถาบันหลักแล้วสังคมจะอยู่กันอย่างไร และนอกจากนี้ ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ ยังคงเน้นย้ำกับดิฉันเสมอว่าให้ความสำคัญกับการออม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในอนาคตของคนทุกวัย และดำเนินชีวิตบนความพอดีโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของล้นเกล้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในยุคข้าวยากหมากแพง ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีสำหรับน้องๆ หนูๆ จะได้นำไปใช้จนเป็นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีระเบียบวินัย รู้จักเก็บหอมรอมริบ และประหยัดมัธยัสถ์ในภายภาคหน้า และในโอกาสนี้ขอให้เด็กๆ ทุกคนมีความกตัญญูรู้คุณต่อบิดามารดา ครูบาอาจารย์ และขอให้รู้จักหน้าที่ของตัวเองและรับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมายอย่างสมบูรณ์ และในปี 2567 นี้ จากสถิติพบว่าโรงงานอุตสาหกรรมปิดไปมากกว่า 1,000 โรงงานแล้ว ดังนั้นดิฉันจึงขอให้กำลังใจคนไทยที่มีหัวใจนักสู้ ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้างทุกท่านให้ฝ่าฟันวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ด้วยดี”

“หลายท่านคงพอทราบข่าวแล้วว่า เราไม่สามารถเปิดเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ได้ทันในปีนี้ เนื่องจากเกิดอุปสรรคภายในบางประการ แต่กิจกรรมและงานต่างๆ ทุกภาคส่วนก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ และคาดว่าจะเปิดให้บริการเฟสแรก ได้ในช่วงปลายปี 2568 ในระหว่างที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ แฟนเพจทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่สื่อสังคมออนไลน์ Page Facebook : Jesada Technik Museum” พลตรีหญิง นวรัตน์ กล่าวปิดท้าย