การอยู่ร่วมกันของผู้ต้องขังในเรือนจำ ทำให้การดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังเป็นเรื่องยาก เมื่อมีโรคติดต่อเกิดขึ้นก็จะลุกลามอย่างรวดเร็วควบคุมได้ยาก หรือถึงแม้จะเป็นโรคไม่ติดต่อก็มีความยุ่งยากในการส่งออกนอกเรือนจำเพื่อนำตัวไปรักษา อีกทั้งยังเพิ่มภาระให้กับเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปเฝ้าผู้ป่วยในโรงพยาบาล โครงการพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมของระบบโทรเวชกรรมสำหรับผู้ต้องราชทัณฑ์ เป็นโครงการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) โดยกรมราชทัณฑ์ ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง ประกอบด้วยการพัฒนา Application เกี่ยวกับโทรเวชกรรม เพื่อใช้สื่อสารระหว่างเรือนจำกับโรงพยาบาลแม่ข่าย อุปกรณ์โทรเวชกรรมครบวงจรในการคัดกรองเบื้องต้น ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิตสูง เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การปรับปรุงอาคารสถานที่ โดยมีโรงพยาบาลแม่ข่ายทำหน้าที่บันทึกข้อมูลสุขภาพผู้ต้องขัง และให้คำแนะนำผ่าน Video conference ซึ่งเรือนจำทั้ง 2 แห่งในโครงการนำร่อง ได้แก่ เรือนจำกลางเชียงรายได้รับเป็นรถ x-ray และโรงพยาบาลเขาบินได้รับเป็นเครื่อ x-ray เคลื่อนที่ (x-ray constable)

ผลจากการดำเนินโครงการพบว่าผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ได้มากขึ้น ลดการส่งออกในกลุ่มผู้ต้องขัง ลดภาระของเจ้าหน้าที่เรือนจำ สถิติการเจ็บป่วยลดลง เช่นเรือนจำกลางมักมีปัญหาเรื่องผิวหนัง พอมีอุปกรณ์สำหรับตรวจผิวหนังตอนนี้แทบจะไม่พบในเรือนจำอีกเลย นอกจากเคทผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่ยังไม่ได้รับการรักษา ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าสามารถควบคุมโรคติดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมการติดต่อได้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี และจากเดิมที่ตรวจได้แผนกเดียวอย่างอายุรกรรม ปัจจุบันบัน เมื่อมีเครื่องมือโทรเวชกรรม ทำให้สามารถตรวจได้หลายแบบ ได้แก่ ตรวจตา ตรวจผิวหนัง ตรวจเกี่ยวกับศัลยกรรม

ปัจจุบันโครงการนี้ได้เสร็จสิ้นการทำวิจัยไปแล้ว แต่เรือนจำทั้ง 2 แห่ง ยังคงใช้งานอุปกรณ์ ที่ได้จากการรับทุนจาก กทปส. อย่างต่อเนื่อง โดยโรคส่วนใหญ่ที่ได้รับการรักษาผ่าน video conference จากเครื่องมือของโครงการได้แก่โรคผิวหนัง โรคตา โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคอายุรกรรมทั่วไป และศัลยกรรม

โดยในเคทของศัลยกรรมเป็นการ follow up หลังการผ่าตัด ผ่านกล้องดูแผล นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อย่างมากในกรณีที่มีเคทฉุกเฉิน เช่น กรณีของเคทฉุกเฉินที่เกิดขึ้นจริงในเรือนจำเกี่ยวกับโรคหัวใจขาดเลือด ทำให้สามารถส่งผู้ป่วยถึงมือแพทย์ได้อย่างทันท่วงที