หุ่นยนต์ทำ ‘เจียนปิ่งกั่วจือ’ หรือ ‘เครปจีน’ ที่สวนสาธารณะในกรุงปักกิ่ง (ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์)
หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังปฏิวัติวงการการอุตสาหกรรมบริการอาหารของจีน
ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตจิ่นเจียงของเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หุ่นยนต์เชฟที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถผัดอาหารเสร็จได้ภายในเวลาเพียง 63 วินาที
“รสชาติของอาหารจานนี้ดีมาก แถมยังปรุงเสร็จรวดเร็ว หากเจ้าของร้านไม่ได้บอก ฉันคงไม่รู้เลยว่าอาหารจานนี้ทำโดยหุ่นยนต์” ลูกค้าคนหนึ่งกล่าว ในครัว หุ่นยนต์ 5 ตัวกำลังโชว์ทักษะการต้ม ผัดและทอดอาหาร โดยเมนูอาหารที่หุ่นยนต์ทำล้วนแต่ได้รับเสียงชื่นชมจากลูกค้าไม่ขาดปาก
“หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จำลองเทคนิคการทำอาหารฝีมือมนุษย์ โดยมุ่งหวังที่จะทำให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสของอาหารคล้ายคลึงกับอาหารที่ทำด้วยฝีมือมนุษย์มากที่สุด” อวี๋ ชินเหว่ย ประธานกรรมการบริษัท Jiubing Robot (Beijing) Co., Ltd. กล่าว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ การประชันฝีมือกันระหว่าง ‘หุ่นยนต์เชฟ AI’ กับ ‘หยาง ซุน’ เชฟอาหารหูหนาน กลายเป็นที่พูดถึงในวงการอาหาร โดยทั้งสองฝ่ายแข่งกันทำอาหาร 3 เมนู ซึ่งต่างก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งในด้านการนำเสนอ กลิ่น และรสชาติ แต่หุ่นยนต์กลับทำได้ดีกว่าในเรื่องของความเร็ว โดยทำเสร็จในเวลาเพียง 3 นาที 8 วินาที ในขณะที่หยางใช้เวลาถึง 9 นาที 32 วินาที

หุ่นยนต์ทำอาหารที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำงานในครัวของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองเจียงอิน มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน (ภาพถ่ายโดยผู้ให้สัมภาษณ์)
ความสามารถของเชฟ AI กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หุ่นยนต์บางตัวไม่เพียงแต่สามารถทำอาหารได้เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยเตรียมส่วนผสม ล้างและหั่นผัก รวมไปถึงจัดใส่จานหรือบรรจุภัณฑ์ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
การนำเชฟ AI เข้ามาใช้ในธุรกิจบริการอาหารกลายเป็นแนวทางใหม่ในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ และถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเตรียมอาหารในปริมาณมาก เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อและบำรุงรักษาหุ่นยนต์เชฟ AI มีความคุ้มค่าค่อนข้างสูง
จากรายงานการพัฒนาอุตสาหกรรมบริการอาหารของจีน ประจำปี 2024 ที่เผยแพร่โดยสมาคมการบริการแห่งประเทศจีน (China Hospitality Association) พบว่า 65.7% ของบริษัทที่สำรวจได้บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับแผนการพัฒนา และเริ่มเห็นการนำ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมบริการอาหารมากขึ้น

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติชงกาแฟให้กับผู้เยี่ยมชมงานมหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคนานาชาติจีน (CICPE) ครั้งที่ 4 ในนครไห่โข่ว มณฑลไห่หนานทางตอนใต้ของจีน (ซินหัว/ หยาง กวานอวี่)
เฉิน เจิ้น ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ EncoSmart เชื่อว่า หลายเมนูในปัจจุบันมีมาตรฐานที่สูง ซึ่งเหมาะกับการทำโดยหุ่นยนต์ และหุ่นยนต์ยังสามารถรับประกันคุณภาพและความคงที่ในการปรุงอาหารได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม หลัว เจี้ยน ผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร กลับมองว่า เชฟ AI ขาดสาระสำคัญของการทำอาหาร เขาเชื่อว่าการกะส่วนผสมและเวลาในการปรุงที่เหมาะสมต้องอาศัยประสบการณ์ที่สะสมมาของเชฟ ซึ่งเป็นรสชาติที่เครื่องจักรไม่สามารถทำซ้ำได้ง่ายๆ
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เชื่อว่า ความร่วมมือระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรจะเป็นแนวโน้มของอุตสาหกรรมร้านอาหารในอนาคต เทคโนโลยีอัจฉริยะสามารถช่วยเชฟที่มีทักษะสูงให้หลุดพ้นจากงานประจำวันที่น่าเบื่อ และช่วยให้พวกเขามีเวลาในการรังสรรค์และปรับปรุงพัฒนาอาหาร ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น และมีการนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น กราฟความรู้ และ machine learning เข้ามาประยุกต์ใช้ ในอนาคตหุ่นยนต์อาจมีความสามารถในการแนะนำเชฟ เพื่อปรับปรุงรสชาติและกำหนดปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพและรสชาติของอาหารได้
ที่มา People’s Daily Online