การเป็นริดสีดวงมักจะสร้างความกังวลใจและรำคาญใจให้หลาย ๆ คน ทั้งยังอายไม่กล้าบอกใคร กังวลกับอาการ จะต้องไปหาหมอไหม จะต้องกินยาอะไรดี เจ็บก็เจ็บ คันก็คัน สารพัดปัญหาเต็มไปหมด ถ้าใครมีปัญหานี้อยู่รีบมาเรียนรู้วิธีการรับมือกับริดสีดวง พร้อมวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดริดสีดวงด้วยตัวเองได้เลย

ทำไมถึงเป็นริดสีดวงได้

ก่อนอื่นริดสีดวงคือการที่ความดันในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้เส้นเลือดบริเวณรอบ ๆ ทวารหนักขยายตัว โป่งพองขึ้น และแตกออกจนเห็นเป็นเลือดซึมออกมา ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้นและป้องกันได้ คือ
1. การออกแรงเบ่งอุจจาระ
2. การนั่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน หรือการขับถ่ายไม่เป็นเวลา
3. มีอาการท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวมากผิดปกติ
4. การทานอาหารรสจัด
5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
6. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

คนที่มีอาการหรือพฤติกรรมข้างต้น จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจทำให้เป็นริดสีดวงได้ ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การลดหรือเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้นมานั่นเอง

3 วิธีรับมือเพื่อบรรเทาอาการริดสีดวงด้วยตัวเอง

แต่หากใครก็ตามที่เป็นโรคริดสีดวงแล้ว ก็สามารถบรรเทาอาการในเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ด้วย 3 วิธีง่าย ๆ นี้

  1. เริ่มต้นจากการดูแลระบบขับถ่าย การฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาจะทำให้ร่างกายเรียนรู้เวลาในการขับถ่าย มีข้อดีคือ ไม่ต้องออกแรงเบ่งอุจจาระ ที่จะไปเพิ่มแรงดันช่องท้องและลำไส้ส่วนล่าง และในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องกลั้นอุจจาระ ที่จะส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายในอนาคต เพราะเมื่ออุจจาระถูกกักไว้ในลำไส้เป็นเวลานาน ร่างกายจะดูดน้ำออกจากก้อนอุจจาระ ทำให้ก้อนอุจจาระมีความแห้ง แข็ง และทำให้ถ่ายได้ยาก หรือก็คืออาการท้องผูกนั่นเอง

ส่วนเวลาในการนั่งขับถ่ายก็ควรจำกัดด้วย อ้างอิงจากที่เคยมีการศึกษาว่า ผู้ที่นั่งถ่ายนาน ๆ จะมีโอกาสเป็นริดสีดวงได้มากกว่าคนที่ใช้เวลานั่งถ่ายน้อยกว่า ดังนั้นไม่ควรนั่งถ่ายนานจนเกินไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเลือดคั่งในเส้นเลือดทวารหนักเป็นเวลานาน

  1. ดื่มน้ำ และรับประทานอาหารที่มีกากใย เพราะจะทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มลง เราปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารที่ทานมีผลกับอุจจาระ ดังนั้นอาหารประเภทที่ช่วยเสริมกากใยก็จะทำให้อุจจาระเป็นก้อนใหญ่ ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช แต่ก็ควรค่อย ๆ เพิ่มปริมาณการทาน เพื่อไม่ให้ท้องอืดจากแก๊สในลำไส้ที่มากเกินไป และควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เป็นการช่วยเติมน้ำให้อุจจาระ เพื่อทำให้อุจจาระนุ่มลง

หรือหากเป็นวิธีการรักษาก็จะมียาประเภทที่ช่วยเพิ่มกากใย เป็นสารคล้ายไฟเบอร์ เป็นการเลียนแบบผักผลไม้เพื่อเพิ่มปริมาตรอุจจาระ ทำให้อุจจาระเป็นก้อนใหญ่ ขับถ่ายง่ายขึ้น และยาอีกประเภทที่ทำให้อุจจาระนุ่มลง ด้วยการเติมน้ำให้อุจจาระ ทำหน้าที่คล้ายสารหล่อลื่น จึงทำให้ขับถ่ายออกมาได้ง่ายขึ้น

ส่วนยาตำรับสมุนไพรจีนอย่างยาตราปลามังกรก็พบว่า มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มน้ำในอุจจาระ ทำให้การขับถ่ายง่ายขึ้น จึงช่วยลดการเสียดสีกับริดสีดวงได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดสาเหตุอื่นของการเกิดริดสีดวงได้ เป็นสูตรตำรับยาสมุนไพรแท้ 100% เพื่อรักษาแบบองค์รวม ทำให้ไม่กลับมาเป็นซ้ำ ดังนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใช้รักษาด้วยตัวเองได้เช่นกัน

แต่หากจะใช้ยาก็ต้องเลือกยาที่มีมารตฐานการผลิตที่ปลอดภัย เลี่ยงการใช้ยาเม็ดสมุนไพรลูกกลอนที่ระบุแหล่งผลิตไม่ได้ ซึ่งยาตราปลามังกรมีมารตฐานตั้งแต่กรรมวิธีการคัดเลือกสมุนไพร ขั้นตอนสกัดสารสำคัญ การผลิตที่คิดและออกแบบเป็นเม็ดยาขนาดเล็ก และเคลือบตัวยาแยกออกเป็น 5 ชั้น เพื่อให้ได้ยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และยังสามารถมั่นใจคุณภาพที่ผ่านการตรวจรับรอง GMP จากกระทรวงสาธารณสุขอีกด้วย

  1. สุดท้ายคือการออกกำลังกาย จะทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้ดี ขยับบีบตัวได้บ่อยขึ้น ไม่อยู่นิ่งกับที่ ทำให้เพิ่มความรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระ ลดอาการท้องผูกลง แต่ให้หลีกเลี่ยงกีฬาบางประเภท เช่น ขี่จักรยาน หรือขี่ม้า เนื่องจากอาจเพิ่มแรงเสียดสีในบริเวณนั้น ส่วนผลพลอยได้อีกอย่างจากการออกกำลังกายและถือว่าเป็นผลดีกับโรคริดสีดวงด้วยนั่นคือ น้ำหนักที่ลดลง ซึ่งจะช่วยลดแรงดันในช่องท้องและอุ้งเชิงกราน ลดการคั่งของเลือดในหลอดเลือด ทำให้ไม่ให้เกิดการอักเสบได้ง่ายนั่นเอง

3 วิธีที่แนะนำไปนั้นเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทุกคนทำตามได้อย่างแน่นอน และหากทำเป็นประจำนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงได้แล้ว ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ต้องกลับมาเป็นซ้ำอีก ส่วนท่านใดที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาตราปลามังกร และอยากขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาด้วยสมุนไพร สามารถติดต่อสอบถามได้จากช่องทางด้านล่างนี้เลย

สนใจปรึกษาหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของยาริดสีดวงตราปลามังกร ติดต่อได้ที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน