ททท.ชวนสุขทันทีเที่ยวภาคกลาง ไฮไลต์ 3 เทศกาล “ไหว้ครูมวยไทยโลก” 16-17 มี.ค.ที่พระนครศรีอยุธยา “ว่าวนานาชาติชะอำ” 21-23 มี.ค.ตื่นตากับว่าวเอกลักษณ์ไทย ว่าวแฟนตาซี 10 ชาติที่หาดชะอำ เม.ย.สนุกสุดมันส์ “มหาสงกรานต์ภาคกลาง” ปลุกกระแสเที่ยวไทย 8 ตลาด

นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตลอดเดือนมีนาคม 2568 จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้คึกคักทั่วภูมิภาคภาคกลาง 17 จังหวัด ตามคอนเซ็ปต์ “เที่ยวกลาง เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย” สุขใจเที่ยวได้ตั้งแต่ครึ่งวัน 1 วัน หรือ 2 วัน 1 คืน ซึ่งจะตอบโจทย์ครบกลุ่มเป้าหมาย โดยมี “เสน่ห์ภาคกลาง” เรื่องอาหาร กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอีกการท่องเที่ยวอีกหลากหลายเทรนด์

ขณะนี้ภูมิภาคภาคกลางได้คัดเลือก สินค้า กิจกรรม งานเทศกาล ประเพณี ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวครอบคลุมมากถึง 8 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 นักท่องเที่ยวเป็นครอบครัว กลุ่มที่ 2 ท่องเที่ยวสายศรัทธา แล้วยังได้ขยายกลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น กลุ่มที่ 3 คนรักสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว หรือ Pet Parent ตอกย้ำถึงภูมิภาคภาคมีความพร้อมรองรับตลาดศักยภาพสูง นำไปสู่ “Grand Moment” ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกันในโอกาส เวลา และคนพิเศษ สร้างความสัมพันธ์ และความประทับใจที่ดี

กลุ่มที่ 4 ท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและความท้าทาย ระหว่างมีนาคม-เมษายน 2568 ททท.ภูมิภาคภาคกลาง จัดมหกรรมความสนุก “ตามล่าหาหัวเอเลี่ยน” ที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู จ.กาญจนบุรี

กลุ่มที่ 5 สายศรัทธา ชวนท่องเที่ยววัดตูม จ.พระนครศรีอยุธยา สัมผัสประสบการณ์ความมหัศจรรย์เศียรพระพุทธรูปมีน้ำอยู่ตลอดไม่เคยเหือดแห้งมาตลอด 100 ปี “วันพระใหญ่” ปี 2568 ทางวัดได้เปิดเศียรครั้งแรกปะพรหมน้ำมันต์ วันมาฆบูชา วันอาสาฬบูชา วันวิสาขบูชา

กลุ่มที่ 6 สายหวาน โรแมนติก คู่รัก ตอนนี้ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ศาลายา จ.นครปฐม กำลังเบ่งบาน รอต้อนรับนักท่องเที่ยวดังกล่าวอยู่ตลอดเดือนมีนาคมนี้

กลุ่มที่ 7 สายธรรมชาติ สัมผัสสีสันผืนป่ามรดกโลก อุทยานแห่งชาติ จ.เพชรบุรี

กลุ่มที่ 8 สายค้นหาความสนุก ชวนนักท่องเที่ยวไปทำกิจกรรมร่อนทองบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีโอกาสได้ทองกลับบ้านด้วย

โดยมีไฮไลต์ 1 ใน 5 Must Do in Thailand เที่ยวภูมิภาคภาคกลาง คือ “Must Seek” ชวนออกเดินทางไปท่องเที่ยวงานเทศกาลประเพณี ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2568 เบื้องต้นสุขทันทีกับ 3 เทศกาลใหญ่ ได้แก่

งานที่ 1 ไหว้ครูมวยไทย วันที่ 16-17 มีนาคม นี้ ที่วัดมหาธาตุและหลังคาขาว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยานำเสนอเอกลักษณ์ “ความเป็นไทย” ส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่และต่างชาติที่สนใจได้ร่วมพิธีไหว้ครูด้วย ในงานจะมีกิจกรรมไหว้ครูมวยไทยโลก แข่งขันและสาธิตชกมวยไทย สาธิตศิลปะไทยที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ อย่าง สักยันต์ ตีดาบ นิทรรศการให้ความรู้ การสอนมวยไทยโบราณ และอื่น ๆ

งานที่ 2 เทศกาลว่าวนานาชาติ วันที่ 21-23 มีนาคม บริเวณชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตากับการแสดง “ว่าวไทย”ของภูมิภาคต่าง ๆ สวยงามตามอัตลักษณ์ไทย และชมการแสดง “ว่าวแฟนตาซีนานาชาติ”จาก 10 ประเทศ รวมทั้งการจัดนิทรรศกาลการแสดงศิลปะให้นักท่องเที่ยวร่วมประสบการณ์ D.I.Y.ทดลองทำว่าวที่ชื่นชอบได้อย่างเพลิดเพลิด

งานที่ 3 เสน่ห์งานมหาสงกรานต์ นอกเหนือจากกรุงเทพมหานครแล้ว ก็จะมีไฮไลต์น่าเที่ยว อีก 4 แห่ง คือ 1. สงกรานต์ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี 2.เล่นน้ำสงกรานต์กับช้างที่กรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา 3.สงกรานต์รามัญปากเกร็ด อัตลักษณ์ไทย จ.นนทบุรี 4.สงกรานต์มอญ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

ผอ.วรรณภา กล่าวว่า ล่าสุดจัดทำโครงการ “Capture the Moment @ภาคกลาง” ตั้งแต่วันนี้ -15 มีนาคม ททท.จับมือกับพันธมิตรชั้นนำที่มีชื่อเสียงหลายวงการอย่าง EVEANDBOY, BIG Camera, DiveHouse แพลตฟอร์มท่องเที่ยว Gother แทรเวลโลกา นำเสนอขาย “เอ็กซ์คลูซีฟ เอาท์ดอร์ แฟชั่น โฟโต้กราฟฟี่ ทริป” สร้างสีสันให้เกิด “Grand Moment” ขานรับเทรนด์ “Fashion & Beauty” เดินทางท่องเที่ยวกับกูรู ผู้เชี่ยวชาญ เปิดให้ร่วมเวิร์คช้อปสอนแต่งหน้า ส่วน Big Camera สอนเทคนิคถ่ายภาพสวยงาม จุดประกายให้เกิดไอเดียการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ ๆ สร้างความประทับใจกระจายทั่วภาคกลาง 4 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 กรุงเทพมหานคร จัดธีม City of Life สีสันพระนครยามค่ำคืน

เส้นทางที่ 2 ราชบุรี ชูธีม พลังแห่งเสน่ห์ ภูผาหินเขางู ไปชมจุดซ่อนความลี้ลับน่าค้นหาหรือ Hidden Spot มีมุมเก๋ ๆ ให้ได้ถ่ายรูปอย่างเต็มที่

เส้นทางที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ชูธีม LEGEND OF HERITAGE ไปชมความมหัศจรยย์ของแสงพระอาทิตย์สุดอลังการส่องทะลุช่องสวยงามที่ปราสาทพระนครหลวง แสงที่ตกกระทบกำแพงสามารถสร้างสีสันแฟชั่นตลอดทริปท่องเที่ยวได้

เส้นทางที่ 4 ประจวบคีรีขันธ์ ชูธีม Ocean Secret ชวนสายที่ชื่นชอบการดำน้ำทั้งคู่รัก หรือคู่เพื่อน ลงไปถ่ายภาพบริเวณทุ่งลาเวนเดอร์ที่อยู่ใต้ทะเลด้วยกัน

ผอ.วรรณภา กล่าวว่า ยังมีอีเวนต์ใหญ่แห่งปี “งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย” จะยกหมู่บ้านภูมิภาคภาคกลาง วันที่ 26-30 มีนาคม 2568 ชวนมาชม “แลนด์มาร์กสถานที่ท่องเที่ยว” โดยจะจำลองสัดส่วนมาไว้ในศูนย์ประชุมสิริกิติ์คือ “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” จ.เพชรบุรี “สถานีรถไฟ” หัวลำโพง และหัวหิน บ่งบอกถึงความสะดวกสบายการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวภาคกลาง

“ร้านอาหาร” หรือ Must Taste แต่ละร้านอาหารดังภาคกลางจะเมนูขึ้นชื่อมาให้ชิม อย่างร้านรางวัลมิชลิน ให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับเสน่ห์อาหารภาคกลางมีอัตลักษณ์ รสชาติ ชัดเจน

“งานคราฟท์” หรือ Must Try มีลายผ้าต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมจะได้ลองทำ พวงกุญแจ เพนต์เบญจรงค์ ทำสมุดโน้ตจากผักตบชวา พร้อมของฝากต่าง ๆ เป็นผลิตภัณฑ์ตรวจสอบแหล่งภูมิศาสตร์ได้ หรือสินค้า GI ในพื้นที่ภาคกลาง จากวิสาหกิจชุมชน มากันอุ่นหนาฝาคั่ง

“โปรโมชั่น/ของรางวัล” นักท่องเที่ยวลองมายืนกลางเยาวราชเพื่อให้ได้ภาพแบบเดียวกับศิลปินอินฟลูเอนเซอร์ดัง “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” หรือจะทำกิจกรรมหา RC ลุ้นรางวัล และอื่น ๆ หรือจะร่วมลีลาศสวิงแดนซ์ ททท.จะจำลอง งานแบบเดียวกับที่เคยปิดถนนทรงวาดมาให้ชม

สำหรับการท่องเที่ยวภาคกลาง ททท.ได้จัดทำระบบเชื่อมโยงการเดินทางทุกจังหวัดครอบคลุมทั้ง 3 แบบดังนี้

แบบที่ 1 “ขับรถท่องเที่ยวด้วยตัวเอง-Roadtrip” พร้อมกับส่งเสริมการใช้รถยนต์ระบบไฟฟ้า (EV) สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มุ่งรักษาสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

แบบที่ 2 “นั่งรถไฟท่องเที่ยว” ขณะนี้กำลังอยู่ในกระแสได้รับความนิยมมากจากบริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดขบวนพิเศษคือ Royal Blossum และ KIHA

แบบที่ 3 การท่องเที่ยวโดยเครื่องบิน จากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศเข้ามายังภาคกลาง ได้ตลอดทุกเดือน

เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน