การได้รับมรดก เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่สำคัญอย่างการจัดการภาษีมรดก ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่ค่อยเข้าใจและอาจมองข้ามไป ส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับจากการที่ละเลยการเสียภาษีมรดก

แล้วการรับมรดกเกี่ยวข้องกับภาษีอย่างไร ภาษีมรดกเสียเท่าไหร่? บทความนี้รวมทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับภาษีมรดก ปี2568 มาให้แล้ว

ภาษีมรดกคืออะไร เรื่องต้องรู้ก่อนรับมรดกก้อนโต!

ภาษีมรดก คือ

ภาษีมรดก คือภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บจากผู้ที่ได้รับมรดก หรือทรัพย์สินที่ตกทอดมาจากผู้เสียชีวิต เมื่อมูลค่าของมรดกนั้นสูงเกินกว่า 100 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจระหว่างผู้ที่มีทรัพย์สินมหาศาลกับผู้ที่มีทรัพย์สินน้อย โดยเงินที่ได้จากภาษีมรดกจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการสังคม และบริการสาธารณะต่างๆ

ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดก

หลายคนอาจสงสัยว่ากองมรดกเสียภาษีในกรณีใด โดยทั่วไปผู้ที่ต้องเสียภาษีมรดกคือ ผู้รับมรดก ไม่ว่าจะเป็นบุตร บิดา มารดา หรือญาติสนิท ถ้ามูลค่าของมรดกที่ได้รับรวมกันเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป โดยภาษีมรดกที่ดินต้องเสียกี่เปอร์เซ็นก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้มรดกกับผู้รับมรดก ผู้สืบสันดานโดยตรง เช่น บุตร หรือพ่อแม่จะเสียภาษีมรดกในอัตรา 5% และบุคคลอื่น นอกเหนือจากผู้สืบสันดาน จะเสียภาษีในอัตรา 10%

ใครบ้างที่ไม่ต้องเสียภาษีมรดก

แม้ทรัพย์สินจะมีมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านบาท การส่งมอบมรดกในบางกรณีได้รับการยกเว้นภาษีมรดก เช่น

  1. คนที่ได้รับมรดกก่อนกฎหมายภาษีมรดกบังคับใช้
  • ถ้าเจ้ามรดกได้ส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้รับมรดก ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 (ก่อนพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้) ผู้รับไม่ต้องเสียภาษี
  1. คนที่มอบมรดกเพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • มรดกที่ส่งมอบให้แก่ วัด มูลนิธิ หรือสถาบันการศึกษา เพื่อใช้ในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจะได้รับการยกเว้นภาษี
  1. คนที่มอบมรดกให้หน่วยงานภาครัฐ
  • มรดกที่มอบให้แก่ หน่วยงานราชการ องค์การมหาชน หรือรัฐวิสาหกิจ เพื่อสนับสนุนการทำงานหรือกิจกรรมที่เกิดประโยชน์แก่ประเทศ ไม่ต้องเสียภาษี
  1. คนที่มอบมรดกให้กับองค์กรระหว่างประเทศ
  • มรดกที่ส่งมอบให้กับ องค์กรระหว่างประเทศ ที่มีข้อผูกพันกับประเทศไทย หรือองค์กรที่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับจะไม่เสียภาษี เช่น
    • องค์การสหประชาชาติ (UN)
    • สถานทูตประเทศต่าง ๆ
  1. คนที่มอบมรดกให้คู่สมรสตามกฎหมาย
  • หากผู้รับมรดกเป็น คู่สมรสตามกฎหมายที่มีการจดทะเบียนสมรสถูกต้อง จะได้รับ การยกเว้นภาษีมรดก
  1. คนที่ได้รับสิ่งของที่ไม่ระบุชื่อ
  • ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ไม่มีการขึ้นทะเบียนเพื่อระบุชื่อเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็น เงินสด ทองคำ เครื่องประดับ เพชรพลอย ของสะสม ภาพวาด วัตถุโบราณ ประติมากรรม รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา จะไม่เสียค่าภาษีมรดก
  1. คนที่ได้รับค่าสินไหมจากประกันชีวิต
  • เงินค่าสินไหมจากประกันชีวิต เป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นหลังผู้เอาประกันเสียชีวิตแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินมรดก และผู้ที่ได้รับค่าสินไหมจากประกันชีวิตจึงไม่ต้องเสียค่าภาษี

ประเภทของมรดกที่ต้องเสียภาษี

ตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มีการกำหนด ประเภทของทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก ไว้อย่างชัดเจน หากมีมูลค่ารวมเกิน 100 ล้านบาท โดยประเภทของมรดกที่ต้องเสียภาษี มีดังนี้

  1. อสังหาริมทรัพย์
  • ที่ดิน บ้าน อาคาร หรือคอนโดมิเนียมจะต้องเสียภาษีหากมีการโอนสิทธิ์ให้แก่ผู้รับมรดกหลังเจ้ามรดกเสียชีวิต
  1. หลักทรัพย์
  • การถือครองหุ้น พันธบัตร ตราสารหนี้ หน่วยลงทุนในกองทุนรวมในนามของเจ้ามรดกที่ถูกโอนไปยังผู้รับมรดก
  1. เงินฝากในธนาคารหรือสถาบันการเงิน
  • เงินฝากที่อยู่ในบัญชีของเจ้ามรดก รวมถึงเงินฝากประจำ เงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากแบบพิเศษ
  1. รถยนต์
  • ยานพาหนะที่เจ้ามรดกครอบครอง เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะอื่น ๆ
  1. ทรัพย์สินทางการค้า
  • สิทธิหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการ เช่น สิทธิในธุรกิจ แบรนด์ หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้างรายได้

ตัวอย่างการคำนวณภาษีมรดกที่ต้องจ่าย

การคำนวณภาษีมรดกเป็นเรื่องที่คนที่ได้รับมรดกทุกคนจำเป็นต้องรู้ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนเนื่องจากอัตราภาษีแตกต่างกันตามความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ได้มรับมรดกและคนที่ให้มรดก แต่จริง ๆ แล้วไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด โดยสามารถแบ่งได้ 2 กรณี ดังนี้

  1. กรณีผู้รับมรดกมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้ให้มรดก

ถ้าคนที่ได้รับมรดกเป็นพ่อ แม่ และผู้สืบสันดาน จะต้องเสียภาษี 5% ของมูลค่าทรัพย์สินส่วนเกิน เช่น มรดกมูลค่า 180 ล้านบาท โดยผู้รับมรดกเป็นพ่อของผู้เสียชีวิต สามารถคำนวณได้โดยใช้สูตร

( มูลค่ามรดกสุทธิที่ได้รับ – 100,000,000 ) x 5% = ภาษีมรดกที่ต้องจ่าย

( 180,000,000 – 100,000,000 ) x 5% = 4,000,000 บาท

ภาษีมรดกที่ต้องจ่าย = 4,000,000 บาท

2.กรณีผู้รับมรดกไม่เกี่ยวข้องกับผู้ให้มรดกทางสายเลือด

ถ้าคนที่ได้รับมรดกที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้มรดกทางสายเลือด เช่น ญาติ เพื่อนหรือคนรู้จัก จะต้องเสียภาษี 10% ของมูลค่าทรัพย์สินส่วนเกิน

เช่น มรดกมูลค่า 200 ล้านบาท โดยผู้รับมรดกเป็นญาติของผู้เสียชีวิต สามารถคำนวณได้โดยใช้สูตร

( มูลค่ามรดกสุทธิที่ได้รับ – 100,000,000 ) x 10% = ภาษีมรดกที่ต้องจ่าย

( 200,000,000 – 100,000,000 ) x 10% = 10,000,000 บาท

ภาษีมรดกที่ต้องจ่าย = 10,000,000 บาท

ไม่จ่ายภาษีมรดก ผิดกฎหมายรึเปล่า?

การไม่จ่ายภาษีมรดกถือว่าผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่ได้รับมรดกที่มีมูลค่ารวมเกิน 100 ล้านบาท ต้องยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สินและชำระภาษีให้กับกรมสรรพากร

  • ยื่นแบบภาษีมรดกล่าช้าเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษี + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
  • ยื่นแบบไม่ครบหรือไม่ตรงความจริง เบี้ยปรับ 0.5 เท่าของภาษี
  • ไม่ยื่นแบบโดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับสูงสุด 500,000 บาท
  • ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ทำลาย/ซ่อนเร้นทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 400,000 บาท
  • จงใจให้ข้อมูลเท็จหรือหลีกเลี่ยงภาษี จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วางแผนการจ่ายภาษีมรดกให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ภาษีมรดก คือเงินที่คนรับมรดกต้องจ่ายให้รัฐบาล ถ้าทรัพย์สินที่ได้รับมีค่าเกิน 100 ล้านบาท ไม่ว่าคุณจะมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับผู้ให้มรดกหรือไม่ ถ้าละเลยไม่จ่ายค่าภาษีมรดก อาจต้องเผชิญบทลงโทษ เช่น เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือโทษจำคุก ขึ้นอยู่กับกรณีที่กระทำผิด

ถ้าคุณกำลังวางแผนจัดการค่าใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน บัตรกดเงินสด KTC PROUD ความคล่องตัวทุกการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเบิกถอนเงินผ่าน ATM ได้ 24 ชั่วโมง โอนเงินผ่านแอป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา หรือจะรูดซื้อ และผ่อนสินค้า 0% ก็สะดวก ทั้งที่ร้านค้า และออนไลน์ที่ร่วมรายการ สมัครง่าย อนุมัติไว เงินเดือน 12,000 บาท ก็สมัครได้

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน