วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือรู้จักกันในชื่อของ SME เป็นอีกหนึ่งภาคธุรกิจที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไป ที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ในช่วงปี 2565 ธุรกิจ SME ยังเป็นแหล่งการจ้างงานสำคัญของไทย โดยมีสัดส่วนการจ้างงานร้อยละ 71 ของการจ้างงานทั้งประเทศ
ดังนั้น เพื่อเสริมแกร่งให้ธุรกิจกลุ่มนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง หน่วยงานที่มีบทบาททำหน้าที่สนับสนุนและให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น จึงเร่งออกแผนและยุทธศาสตร์ดำเนินงานช่วยเหลือ

ปี 67 ช่วยผู้ประกอบการ แก้หนี้สะสม หนุนเศรษฐกิจกว่า 2.2 แสนล้านบาท
โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 53,738 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 88,472 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) 90% ค้ำประกันเฉลี่ย 100,000 บาทต่อราย อีก 10% เป็น SMEs ทั่วไป ค้ำประกันเฉลี่ย 4.96 ล้านบาทต่อราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 58,986 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 487,253 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 220,462 ล้านบาท
ภายใต้ 3 โครงการหลัก คือ โครงการตามมาตรการรัฐ วงเงิน 33,502 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของยอดค้ำประกัน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 83,012 ราย โครงการค้ำประกันสินเชื่อ โดย บสย. ดำเนินการเอง วงเงิน 10,343 ล้านบาท คิดเป็น 20% ของยอดค้ำประกัน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 5,184 ราย และ โครงการ พ.ร.ก. สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2 (โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก) วงเงิน 9,893 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของยอดค้ำประกัน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 1,543 ราย
ส่วน โครงการหลัก PGS 11 ‘บสย. SMEs ยั่งยืน’ มียอดค้ำประกัน 28,537 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 30,381 ราย โดยเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ถึง 72% และเป็นกลุ่ม Micro SMEs 83% ตอกย้ำความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น
โดยประเภทอุตสาหกรรมที่ค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ภาคบริการ 28.4% 2. การผลิตสินค้าและการค้าอื่นๆ 10.8% และ 3. อาหารและเครื่องดื่ม 10.7% ซึ่งทั้ง 3 อุตสาหกรรมมีสัดส่วนค้ำประกันถึง 50% สะท้อนถึงอุตสาหกรรมหลักของประเทศที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
“ตลอดปี 2567 บสย. ยังมีภารกิจสำคัญในการช่วยแก้หนี้ให้กับ SMEs ที่ บสย. จ่ายค่าประกันชดเชย (ลูกหนี้ บสย.) ตอบโจทย์นโยบายภาครัฐ ผ่านมาตรการ ‘บสย. พร้อมช่วย’ หรือ มาตรการ 3 สี – ม่วง เหลือง เขียว ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนเมษายน 2565 จุดเด่นคือ ‘ผ่อนน้อย เบาแรง’ ‘ตัดเงินต้น ก่อนตัดดอก’ หรือจ่ายเงินต้นบางส่วน คิดอัตราดอกเบี้ย 0% และผ่อนยาว 7 ปี โดยตั้งแต่ออกมาตรการในปี 2565 ประสบผลสำเร็จในการช่วยเหลือลูกหนี้ไปแล้วถึง 18,489 ราย เฉพาะปี 2567 จำนวน 4,037 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 11,872 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 33 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย. มา” นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 นอกจาก บสย. จะปรับเงื่อนไขให้ผ่อนปรนยิ่งขึ้น ยังออกมาตรการใหม่คือ ช่วย SMEs ‘กลุ่มเปราะบาง’ ที่มียอดหนี้ เงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ย 0% ชำระครั้งแรกเพียง 500 บาท ผ่อนสูงสุด 80 เดือน ตัดเงินต้นทั้งจำนวน ค่างวดขั้นต่ำเพียง 500-2,500 บาท และสามารถปลดหนี้ ลดต้น 30% เมื่อจ่ายต่อเนื่อง 6 งวด โดยตลอดปี 2568 ตั้งเป้าปรับโครงสร้างหนี้ผ่านมาตรการ ‘บสย. พร้อมช่วย’ ไม่ต่ำกว่า 5,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ยังได้จัดกิจกรรมเชิงรุก ‘บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย’ ระดมทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำการปรับโครงสร้างหนี้ผ่านมาตรการ ‘บสย. พร้อมช่วย’ และการเข้าถึงสินเชื่อให้กับ SMEs เดินสายออกบูธที่ห้างโลตัส 12 จังหวัด กระจายไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ตลอดเดือนมกราคม – มีนาคม 2568 ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มี SMEs และลูกหนี้ บสย. เข้าร่วมกิจกรรมที่บูธรวม 288 ราย เป็นลูกหนี้ที่เข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ 229 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 183 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็น SMEs ลูกหนี้ ‘กลุ่มเปราะบาง’ ยอดหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท จำนวน 175 ราย โดยมีลูกหนี้สามารถปลดหนี้ ปิดบัญชีได้ถึง 93 ราย จำนวนนี้เป็นกลุ่มเปราะบางสูงถึง 96% คิดเป็นมูลหนี้ 5.6 ล้านบาท

ปี 68 ขยายความช่วยเหลือ SMEs ทุ่มงบ 1.1 แสนล้านบาท ค้ำประกันสินเชื่อ
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย ในปี 2568 นี้ บสย. ได้เตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่อกว่า 110,000 ล้านบาท ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ทั้งโครงการตามมาตรการรัฐ PGS 11 ‘บสย. SMEs ยั่งยืน’ และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ โดย บสย. ดำเนินการเอง ครอบคลุมการช่วยเหลือ SMEs 6 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มที่ต้องการซื้อกระบะใหม่ ในการขนส่งสินค้าและธุรกิจค้าขาย ผ่านมาตรการ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ วงเงินรวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปี ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 7 ปี (84 งวด) และวงเงินต่อรายสูงสุด 1.5 ลบ.
- กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย/กลุ่มเปราะบาง ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ มีอาชีพอิสระ ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 ‘บสย. SMEs สร้างโอกาส’ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 ‘บสย. SMEs มีทุน’ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 ‘บสย. SMEs Small Biz’ โครงการ PGS 11 ‘บสย. SMEs Smart Gen’ รวมไปถึงโครงการ PGS 11 ‘บสย. SMEs No One Left Behind’ และโครงการ PGS 11 ‘บสย. SMEs Smart Build’ รวมวงเงินทั้งสิ้น 6,500 ล้านบาท
- กลุ่มที่มุ่งเน้นสู่เศรษฐกิจสีเขียว สามารถขอสินเชื่อ ผ่านโครงการ PGS 11 บสย. ‘SMEs Smart Green’ โดยมีวงเงินโครงการ 2,000 ล้านบาท
- 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต ผ่านโครงการ PGS 11 บสย. ‘SMEs Ignite Biz’ วงเงิน 7,600 ล้านบาท และโครงการ PGS 11 บสย.’SMEs Ignite One’ วงเงิน 2,000 ล้านบาท
- กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และอยู่ระหว่างฟื้นตัว เป็นกลุ่มที่ต้องการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง โดย บสย. ให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องผ่าน 2 โครงการ คือ โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐ และโครงการ PGS 11
- กลุ่มที่ฟื้นตัวจากโควิด และต้องการขยายกิจการ โดย บสย. เดินหน้าให้ความช่วยเหลือผ่าน 2 โครงการ คือโครงการค้ำประกันสินเชื่อ อัตราค่าธรรมเนียมตามความเสี่ยง (Risk-Based Pricing) และโครงการสถาบันการเงินระยะที่

ยกระดับองค์กร เตรียมพร้อมการเปลี่ยนแปลง
นายสิทธิกร กล่าวต่ออีกว่า ตลอดปี 2568 นี้ บสย. ยังเดินหน้ายกระดับองค์ 4 มิติ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อและช่องทางบริการที่หลากหลาย การใช้ประโยชน์จาก Big Data พัฒนาโอกาสช่วย SMEs ให้มากยิ่งขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาเครื่องมือโมเดลวิเคราะห์ความเสี่ยงในรูปแบบข้อมูลทางเลือก และการใช้ Digital Disruption เป็นแรงขับเคลื่อนองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มุ่งเพิ่มศักยภาพในการช่วยเหลือ SMEs ในประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม ตามพันธกิจและวิสัยทัศน์ของ บสย. ‘SMEs Gateway’ ศูนย์กลางเชื่อมโยงเงินทุนและโอกาสให้แก่ SMEs เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับลูกหนี้ บสย. ที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ สามารถลงทะเบียนผ่าน LINE OA : @tcgfirst ฟรี! หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999 หรือเว็บไซต์ www.tcg.or.th/index.php