ในยุคที่เด็กเติบโตมาพร้อมกับหน้าจอและเทคโนโลยีรอบตัว การเล่นอิสระ (Free Play) อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของเด็กๆ โดยเฉพาะในเจนอัลฟ่า ทว่าทุกวันนี้ ความกังวลของพ่อแม่ รวมถึงพฤติกรรมติดจอของเด็กได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเล่นอิสระเวที Free Play for Future Generations ที่งาน Alpha Skills Summit 2025 จึงช่วยให้เด็กๆ ได้กลับมาเล่นอย่างอิสระอีกครั้ง ทั้งยังพาไปสำรวจ ‘พลังของการเล่นอิสระ’ ตลอดจนแนวทางสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพัฒนาการของเด็กให้พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงในโลกอนาคต

บนเวทีเสวนามีผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและสุขภาวะครอบครัวมามอบประสบการณ์ พร้อมแบ่งปันมุมมองเรื่องการเล่นอิสระ นำโดย คุณณัฐยา บุญภักดี ผอ.สำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เล่าว่า การเล่นอิสระสำคัญและจำเป็น เพราะส่งผลต่อเรื่องพัฒนาการของเด็ก รวมถึงช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้การควบคุมตนเอง เสริมสร้างทักษะอนาคต พร้อมเติบโตอย่างสมดุลทั้งทางร่างกาย – จิตใจ ขณะเดียวกัน ภาวะติดจอไม่พบเพียงแค่ในเด็กเท่านั้น แต่พบว่าเป็นทุกช่วงวัย ดังนั้น สสส. ในฐานะองค์กรสร้างเสริมสุขภาพ จึงดำเนินโครงการร่วมกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ ‘ลานเล่นอิสระ’ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ออกแบบให้เด็กและคนในชุมชนได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ โดยนำสิ่งของเหลือใช้และของเล่นที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการมาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการออกมาเคลื่อนไหว ใช้เวลาคุณภาพ ตลอดจนลดการพึ่งพาสื่อดิจิทัลมากเกินไป

“งานวิจัยออสเตรเลียเมื่อสองปีที่แล้วชัดเจนมาก เป็นการเก็บข้อมูลระยะยาว ตั้งแต่เด็กอายุ 2 – 8 ขวบ จำนวน 2,000 กว่าคน พบว่ากลุ่มเด็กที่ควบคุมตนเองได้ดีมีการเล่น Free play สรุปคือ เริ่มเร็ว ยิ่งได้ผล และเวลาเล่นต่อวัยยิ่งมาก ยิ่งได้ผล หรือก็คือ เล่นอิสระเท่ากับควบคุมตนเองได้” คุณณัฐยา เผย นพ.โมทย์ศักดิ์ แสงทอง คุณพ่อผู้จัดการศึกษาบ้านเรียน Neuro Homeschool, โค้ชและกระบวนกรอิสระด้าน Brain Friendly Learning และแพทย์ประจำแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลศิครินทร์ สมุทรปราการ เสริมว่า Free Play คือการที่เด็กๆ เป็นเจ้าของการเล่นด้วยตัวเอง โดยที่พ่อแม่ไม่ได้กำหนดกติกาให้เด็ก เพราะหากให้เด็กเป็นเจ้าของการเล่นเอง เขาจะรู้สึกมีตัวตนและทำให้ตัวตนเติบโต เนื่องจากรู้สึกได้รับความเชื่อใจ – ไว้วางใจทั้งนี้ แม้ว่าการปล่อยให้เด็กอยู่กับหน้าจอจะได้ประโยชน์ในบางด้าน ทว่าสิ่งที่ต้องสูญเสียไปอาจจะไม่คุ้มค่า ดังนั้น การเตรียมสภาพแวดล้อมสำหรับการป้องกันการติดจอถือเป็นสิ่งสำคัญ นั่นคือ ‘การเล่นอิสระ’ โดยมีองค์ประกอบ คือ Space, Time, Creative Toys และ Parents เพราะเมื่อลูกได้รับโอกาสเป็น ‘เจ้าของการเล่น’ อย่างแท้จริง พวกเขาจะเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง พร้อมเติบโตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมได้อย่างสมดุล

“เดิมทีการเล่นอิสระเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว ทว่าความเป็นห่วงของพ่อแม่ถือเป็นอุปสรรคของการเล่นอิสระของลูก ดังนั้น จึงต้องมีความเชื่อใจในศักยภาพการเล่นของเด็ก เชื่อว่าตนเองจะดูแล แต่ไม่ควบคุมลูก รวมถึงเชื่อมั่นในพื้นที่การเล่น เพื่อให้เด็กๆ ได้รับประโยชน์ของพื้นที่เล่นอิสระได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการเห็นคุณค่าในตัวเอง ทักษะในการวางแผน ทักษะการปรับตัวได้ดี ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และทักษะบริหารอารมณ์ของตนเอง” นพ.โมทย์ศักดิ์ ทิ้งท้าย
