ททท. ลุยต่อยอด “เมืองน่าเที่ยว” จับมือ “เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป” แพลตฟอร์มท่องเที่ยวโลก 3 ปี เร่งทำ 4 เรื่อง “เพิ่มยอดคนและรายได้-แลกข้อมูล-เวิร์คช้อป-ถ่ายทอดเทคโนโลยี” เร่งส่งเสริมตลาดเชื่อมโยงเมืองหลักสู่ 55 จังหวัด ใช้อุตฯท่องเที่ยวกระจายเม็ดเงินปลดล็อกเศรษฐกิจไทยโตยั่งยืน และเตรียมปั้น “คลัสเตอร์เมืองน่าเที่ยว” 5 ภาคเปิดให้ร่วมเวที “ไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส” มิ.ย.68 ที่อุทยานราชพฤกษ์ เชียงใหม่

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เดินหน้ากลยุทธ์ส่งเสริมการตลาด “55 เมืองน่าเที่ยว” ล่าสุดผู้บริหาร ททท.ได้ลงนามกับ เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI : Letter of Intent) ความร่วมมือพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อร่วมกันเฟ้นหาจุดขายเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในประเทศและทั่วโลก กระจายการใช้จ่ายเงินไปสู่เมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศตามนโยบายรัฐบาล และเร่งผลักดันไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก เติบโตอย่างยั่งยืน

โดยจะใช้ศักยภาพของ “เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป” ที่มีเทคโนโลยีเข้าช่วยเสริมช่องทางการเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายของไทย ด้วยวิธีแลกเปลี่ยนข้อมูลและเทรนด์การท่องเที่ยวที่ ททท. สามารถนำมาใช้เป็นอินไซต์จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาด นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวได้ตรงตามความต้องการเทรนด์นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มในตลาดในประเทศและทั่วโลก

กิจกรรมโครงการนี้ ททท.ตั้งเป้าเร่งส่งเสริม “การท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว” ร่วมกับ เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ร่วมมือกันสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางสู่จุดหมายปลายทางใหม่ ๆ กระตุ้นนักเดินทางคุณภาพเพิ่มการใช้จ่ายเงินและสามารถสร้างแรงจูงใจเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางทั่วไทยในอนาคต 3 ปีหน้า ใช้ศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนำพาเศรษฐกิจไทยเติบโตเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศ

การลงนาม LOI เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะเวลา 3 ปี หวังผลลัพธ์ 4 เรื่องหลัก ได้แก่

เรื่องที่ 1 เพิ่มยอดนักท่องเที่ยวจองมาไทย โดยมุ่งเน้นนตลาดคุณภาพและใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวสูงเข้ามายังเมืองไทย

เรื่องที่ 2 แลกเปลี่ยนข้อมูลและเทรนด์ท่องเที่ยว ร่วมกันสร้างการเติบโตให้ท่องเที่ยวชุมชนในเมืองน่าเที่ยว ด้วยวิธีนำเสนอสินค้าและบริการของเมืองน่าเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มของเอ็กซ์พีเรีย

เรื่องที่ 3 จัดเวิร์กช็อปเสริมความรู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นของไทยในเมืองท่องเที่ยว ได้เพิ่มศักยภาพและเทคนิคการคัดเลือกสินค้าท่องเที่ยวเพื่อนำมาทำตลาดให้ตรงตามความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย

เรื่องที่ 4 ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดโปรโมทเมืองน่าเที่ยว เพิ่มการรับรู้ และยอดการจองเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายแต่ละปี

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท. มั่นใจกิจกรรมโครงการนี้จะส่งเสริมไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก เพิ่มช่องทางส่งเสริมการขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพของไทย กระจายการเดินทางไปสู่เมืองน่าเที่ยว พร้อมยกระดับคุณภาพให้บริการและอำนวยความสะดวกสบายอย่างไร้รอยต่อ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน ททท.ได้ปูพรมสร้างโอกาสให้เมืองน่าเที่ยวในงาน “ไอทีบี เบอร์ลิน 2568” เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยนำ 18 เมืองน่าเที่ยว และ 1 สตาร์ตอัพ แทรเวล เทค1 ราย เข้าร่วมการขายท่องเที่ยวระดับโลกเป็นครั้งแรก หลังเสร็จสิ้นงานผู้ประกอบการไทยต่างเห็นโอกาสใหม่เกิดขึ้นคือ “ภาพลักษณ์สินค้าท่องเที่ยว” เช่น มีบริษัทผู้ซื้อต่างชาติเดินมาตามหาโรงแรมที่พัก “จันทบุรี” เมืองน่าเที่ยวมาแรงภาคตะวันออก ตอบโจทย์อีกหลายคู่ค้าที่กำลังมองหาพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่เพื่อนำไปเสนอขายมากขึ้น

ททท.จึงวางกลยุทธ์ต่อยอดส่งเสริมการขายเมืองน่าเที่ยว ตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มหลักที่ต้องการหลีกหลีความวุ่นวายจากเมืองหลักสู่ “ชุมชน” มากขึ้น แล้วสิ่งที่บริษัทผู้ซื้อการท่องเที่ยวต้องการมากที่ไทยเองต้องเตรียมความพร้อมขยายฐานตอบรับกระแสดังกล่าว ประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่

เรื่องที่ 1 บริษัทจัดการท่องเที่ยวสู่พื้นที่จุดหมายปลายทางในเมืองไทย หรือ DMC : Destination Management Company หรือแม้แต่โรงแรมที่พักก็ควรจะแนะนำวิธีการเดินทางเชื่อมโยงจากสนามบินเมืองหลักสู่ที่พักในเมืองน่าเที่ยวและการเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รอบพื้นที่ได้

เรื่องที่ 2 สร้างคลัสเตอร์เมืองน่าเที่ยว โดย ททท.แต่ละภูมิภาคในประเทศ จะสานต่อการเชื่อมโยงเส้นทางจังหวัดอยู่ใกล้เมืองหลัก เพื่อรวมตัวกันนำเสนอการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเข้าหากันให้ได้ สร้างตัวอย่างโมเดลต้นแบบคลัสเตอร์เมืองน่าเที่ยวโดยใช้จุดตั้งต้นเมืองท่องเที่ยวหลักที่ได้รับความนิยมในตลาด เช่น กรุงเทพฯ หัวหิน/ประจวบคีรีขันธ์ (ภาคกลาง) พัทยา(ภาคตะวันออก) เชียงใหม่ (ภาคเหนือ) สมุย (ภาคใต้)

จากนั้นใช้กลยุทธ์ “ดาวกระจาย” สร้างคลัสเตอร์ท่องเที่ยว เช่น ภาคเหนือ “เชียงใหม่” ไป ลำปาง เชียงราย “ภาคใต้” จากสมุย ไป กระบี่ พังงา ตรัง นครศรีธรรมราช หรือ “ภาคตะวันออก” จากพัทยา ไป ระยอง จันทบุรี ตราด “ภาคอีสาน” จากอุดรธานี หนองคาย ไปอีสานเหนือ อีสานใต้ และภาคอื่น ๆ ก็ทำรูปแบบเดียวกัน

เรื่องที่ 3 ททท.จะนำ 18 เมืองน่าเที่ยว และ 1 สตาร์ตอัพ แทรเวล เทค เข้าร่วมมหกรรมขายการท่องเที่ยวรายการใหญ่สุดของประเทศจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 22 ในงาน TTM+ :Thailand Travel Mart Plus 2025 เดือนมิถุนายน 2568 ที่อุทยานราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

ททท.เดินหน้าขานรับนโยบายรัฐบาลใช้อุตสากรรมการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือกระจายรายได้ลงสู่จังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะ 55 เมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสความเท่าเทียม และพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็งยั่งยืนต่อไป

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน