ขบวนการยาเสพติด-แก๊งคอลเซ็นเตอร์-ของเถื่อนระบาดหนัก
กองกำลังสุรนารีและสุรศักดิ์มนตรี ปิดทองหลังพระทุ่มสุดตัวอุดรอยรั่วชาติ
ในวันที่ไม่มีสงคราม แต่ประเทศไทยกลับเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่อาจมองข้าม
จากขบวนการค้ายาเสพติด, การลักลอบเข้าเมือง, ของเถื่อน ไปจนถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์—ภัยที่ซ่อนตัวเงียบๆ ตลอดแนวชายแดน “กองทัพภาคที่ 2″ หรือ “กำแพงเหล็กแห่งอีสาน” จึงต้องลุกขึ้นสู้แบบเงียบๆ ทุกวัน

โดยมี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในปฏิบัติการ “อุดรอยรั่วชาติ” ที่แท้จริง

เส้นทางยานรกจากสามเหลี่ยมทองคำ
การลักลอบลำเลียงยาเสพติด ไม่ได้มาแค่จากด่านบนบก แต่ยังใช้ แม่น้ำโขง ที่ทอดยาวกว่า 1,000 กม.เป็นทางขนส่งหลัก ให้กลายเป็นเรื่องง่ายต่อเครือข่ายยาเสพติด
บริเวณแนวชายแดนของ 3 ประเทศ อย่าง “ไทย-พม่า-ลาว” ที่มาบรรจบกัน ผลักให้ชายแดน “ภาคเหนือ” และ “ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)” กลายเป็นจุดลักลอบหลักในการขนยา “แต่ภาคเหนือ ด้วยสถานที่ที่ภูมิประเทศค่อนข้างจำกัด จะต้องมีร่องเขาบังคับ และการเดิน การเคลื่อนย้ายเนี่ยลำบาก ก็เลยมีส่วนที่เปลี่ยนมาเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะตอนบน” โดยใช้ “แม่น้ำโขง” เป็นเส้นทางหลักเพราะสามารถขนยาขึ้นฝั่งไทย จากจุดไหนก็ได้ของแม่น้ำโขง จนกลายเป็นว่ามีการขนยาผ่าน “ชายแดนอีสาน” มากขึ้นเรื่อยๆ
นี่จึงเป็นภารกิจหลักของหน่วย “นบ.ยส.24” เพื่อจัดการภัยคุกคามอันดับ 1 ตามแนวชายแดน อย่าง “ขบวนการขนยาเสพติด” โดยมีพื้นที่รับชอบ 7 จังหวัดชายแดนภาคอีสาน ได้แก่ นครพนม, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
เน้นการทำงานเชิงรุกของ “กองทัพภาคที่ 2” และหน่วย “นบ.ยส.24” ที่มีทั้งการบุกจับ สกัดกั้น ประสานงานข่าวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “สปป.ลาว” รวมถึงความร่วมมือจากชาวบ้านตามแนวชายแดน ทำให้รู้ทุกความเคลื่อนไหวของขบวนการยาเสพติด “นำมาสู่การจับกุมของผิดกฎหมายหลายอย่าง เช่นยาเสพติด แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง สินค้าหนีภาษี การลักรถข้ามแดน ไปจนถึงสิ่งผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับแก็งคอลเซ็นเตอร์”

ยอดจับกุมทะลุ 95 ล้านเม็ด แนวโน้มเพิ่มขึ้น
หน่วย นบ.ยส.24 ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงต่อการสกัดยาเสพติด เผยว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน
มีการจับยึด ยาบ้ากว่า 95 ล้านเม็ด และ ยาไอซ์ราว 3,000 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 6,500 ล้านบาท
ไม่เพียงยาเสพติดเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่าง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ดูดเงินคนไทยผ่าน
โลกออนไลน์ แม่ทัพภาคที่ 2 ประกาศกร้าวว่า “นี่คือภัยมั่นคงที่ต้องจัดการให้สิ้นซาก” ไม่ใช่แค่จับ แต่ป้องกันถึงต้นน้ำ
แม้ต้นตอปัญหาจะอยู่นอกพรมแดนไทย แต่ทภ.2 ย้ำชัดว่า “ไม่มีอะไรเกินความพยายาม” พร้อมประสานงาน
กับประเทศเพื่อนบ้าน จับตาทุกความเคลื่อนไหว และป้องกันตั้งแต่ชายแดน

เสริมภารกิจช่วยประชาชน
ท่ามกลางการสู้ภัยเงียบ กองทัพภาคที่ 2 ยังลุยภารกิจช่วยเหลือภัยพิบัติ ทั้ง น้ำท่วม ภัยแล้ง และไฟป่า ผ่านการทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ และจิตอาสาในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

สำหรับเรื่องที่คนไทยติดตามว่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาหรือไม่
กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพบก ยืนยันว่าทหารมีความพร้อม และจะไม่ยอมให้กองกำลังใดๆ ล่วงล้ำอธิปไตยไทยเด็ดขาด ถึงจะไม่อยากให้มีการสู้รบ แต่ก็พร้อมเมื่อมีสั่งการจากหน่วยเหนือ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น
“ภารกิจในการปกป้องพี่น้องประชาชน และสร้างความมั่นคงให้ชาติ ไม่มีวันหมดหน้าที่ของทหาร”
แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำคำนี้ด้วยความมุ่งมั่น…เพราะสงครามนี้ แม้ไม่มีเสียงปืน แต่มีเดิมพันคือ “ความมั่นคงของชาติ”