ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ รวมถึงหน่วยงานระดับพื้นที่ เข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ On-site และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) ในการนี้ นายโอภาส ถาวร และนายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้แทนจากกรมทรัพยากรน้ำ

การประชุมในครั้งนี้มีขึ้นภายหลังจากที่ประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์การปนเปื้อนของสารหนูและโลหะหนักในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง ซึ่งการตรวจสอบโดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าค่าปนเปื้อนดังกล่าวเกินค่ามาตรฐานทั้งในน้ำและตะกอนดิน สร้างผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการความร่วมมือเพื่อตรวจสอบสาเหตุ บรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และวางแนวทางป้องกันในระยะยาว ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นโดยมีตนเป็นประธาน พร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานอนุกรรมการ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบายและภาคสนามอย่างเป็นรูปธรรม

ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะการเตรียมการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเมียนมาในระดับรัฐต่อรัฐ เพื่อหาทางออกร่วมกันในการจัดการต้นตอของการปนเปื้อน ซึ่งเชื่อมโยงกับกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการประสานข้อมูล จัดทำประเด็นเจรจา และเสนอรายชื่อคณะผู้แทนเจรจาภายในเดือนกรกฎาคม 2568

นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำได้รับมอบหมายให้จัดทำโครงการออกแบบระบบดักตะกอนในแม่น้ำกกเพื่อชะลอการกระจายตัวของสารปนเปื้อน พร้อมเสนอขอรับการจัดสรรงบกลางเพื่อดำเนินการในกรณีเร่งด่วน ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านสุขภาพ อาทิ กรมอนามัย การประปาส่วนภูมิภาค และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้รับมอบหมายให้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงตรวจสอบระบบประปาหมู่บ้านที่ใช้น้ำจากแม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำดิบ และรายงานผลทุกวันที่ 30 ของเดือน เพื่อให้การสื่อสารกับประชาชนเป็นไปอย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ รายงานข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินงานแก่ฝ่ายเลขานุการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจัดทำข้อมูลกลางเสนอผ่านโฆษกรัฐบาลและเผยแพร่สู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์บัญชาการร่วมระดับจังหวัดและส่วนกลาง เพื่อเป็นกลไกหลักในการติดตามสถานการณ์และสื่อสารเตือนภัยในระดับพื้นที่ อีกทั้ง รัฐบาลยังเน้นย้ำให้เร่งจัดหาน้ำสะอาดให้เพียงพอสำหรับประชาชนในพื้นที่สีเหลืองและสีแดง รวมถึงจัดทีมแพทย์เข้าไปตรวจสุขภาพเชิงรุกและวางระบบส่งต่อผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและเปราะบางอย่างเป็นระบบ

ในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำ นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่
- มาตรการเฝ้าระวัง:
ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องโดยกรมทรัพยากรน้ำและกรมควบคุมมลพิษ พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 2 จุด ได้แก่ บริเวณสะพานมิตรภาพแม่นาวาง–ท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และสะพานพ่อขุนเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ - มาตรการแก้ไขและป้องกัน:
แบบไม่ใช้โครงสร้าง ได้แก่ การบูรณาการร่วมกันของกรมทรัพยากรน้ำ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อใช้แนวทาง “ธรรมชาติเป็นฐาน” (Eco-Based Natural Solutions) โดยมีรูปแบบสำคัญ เช่น บึงประดิษฐ์ แพพืชลอยน้ำ พืชบำบัด และแนวพืชกันชนริมลำน้ำ ซึ่งสามารถนำมาใช้ดูดซับและชะลอสารพิษในธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แบบใช้โครงสร้าง ได้แก่ การก่อสร้างฝายและแอ่งดักตะกอน รวมถึงการใช้กล่องแกเบี้ยนบรรจุวัสดุดูดซับโลหะหนัก เพื่อกรองสารปนเปื้อนในแม่น้ำ โดยกรมทรัพยากรน้ำจะร่วมกับกรมควบคุมมลพิษในการออกแบบและดำเนินการต่อไป