ททท.กระตุ้นท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง มิ.ย.-ธ.ค.68 จัดเต็ม 3 แคมเปญ ต่อยอด “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” ผนึก AIS นำร่อง “สุขใจเที่ยวไทย อุ่นใจทุกที่” 59 จังหวัด 87 กิจกรรม เร่งเปิด “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ก.ค.นี้เพิ่มรายได้ 55 เมืองน่าเที่ยว 5 แสนสิทธิ์ ลุย “Thailand in The Box” ผนึก Grand Moement เดือน Pride Month มิ.ย.กระจายจัด 5 ภูมิภาค ขานรับรายได้ 65,000 ล้าน/ปี ใช้ TTM+2025 โปรโมทเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางอาหาร สุขภาพ จากเชียงใหม่สู่ภาคเหนือ และเที่ยวข้ามภาคสู่อีสาน และตะวันออก

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ด้วางกลยุทธ์การสื่อสารช่วงครึ่งปีหลัง 2568 เริ่มจาก “ตลาดในประเทศ” เดินหน้าสร้างความแรงกระตุ้นการเดินทางใช้จ่ายเงินหมุนเวียนทั่วประเทศด้วย 3 แคมเปญ ได้แก่ แคมเปญที่ 1 “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” สอดรับกับปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sport Years ผนวกเข้ากับ Grand Moment นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจใหม่ ๆ มากมาย เจาะกลุ่มเฉพาะเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ช่วงมิถุนายนนี้ จัดทำ “สุขใจเที่ยวไทย อุ่นใจทุกที่” ททท.ร่วมกับ AIS นำข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายการสื่อสาร 5G ส่งมอบความสุขให้นักท่องเที่ยว

ขณะนี้ทำโปรโมชั่นให้สมาชิกและผู้ใช้งานเอไอเอสแลกคะแนนตามโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า และอื่น ๆ ทั่วประเทศครอบคลุม 59 จังหวัด ระหว่างมิถุนายน-ธันวาคม 2568 กระจายทำมากถึง 87 กิจกรรม โดยห้ามพลาด “อิ่มอร่อย” เริ่มต้นจุดพลุ “ถนนบรรทัดทอง” มีจุดเช็คอิน 10 จุด ให้เช็คอินผ่านแอปพลิเคชั่น My AIS แล้วให้สมาชิกใช้ 40-50 คะแนน แลกรับประทานอาหาร

โดย ททท.ได้ผนวก “ตลาดต่างประเทศ” ก็เข้าร่วมแคมเปญ “สุขใจเที่ยวไทย อุ่นใจทุกที่” ด้วยการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาถึงเมืองไทยรับสิทธิพิเศษ ซื้อบัตรเข้าชมมวยไทย ชมหมูเดี้ยงอุทยานแห่งชาติเขาเขียว รับกิฟท์โวเชอร์ช้อปปิ้งที่คิง เพาเวอร์ และห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เพื่อโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองไทยควบคู่กันไปด้วย

แคมเปญที่ 2 เที่ยวไทยคนละครึ่ง อยู่ระหว่างนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนมิถุนายน 2568 จากนั้นเตรียมประกาศให้นักท่องเที่ยวใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป มีจำนวนรวมทั้งหมด 500,000 สิทธิ์ ใช้ได้คนละไม่เกิน 5 สิทธิ์ ในเมืองน่าเที่ยว เมืองหลัก และท่องเที่ยววันธรรมดา

ไฮไลต์จะเน้นให้ใช้สิทธิ์กระจายไปยัง “55 เมืองน่าเที่ยว” เปิดให้นักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางกับเที่ยวไทยคนละครึ่งจะได้รับส่วนลดถึง 50 % มากกว่าการท่องเที่ยวเมืองหลักจะได้ส่วนลดเพียง 40 % เท่านั้น

แคมเปญที่ 3 Thailand in The Box นำเสนอสินค้าในกลุ่ม Grand Moment ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวภูมิปัญญาไทย และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่น เส้นทางข้าว อาหาร สุขภาพ/เวลเนส แล้วมีกิจกรรม Be my Guest เชิญบุคคลสำคัญระดับโลกให้สถานฑูตทั่วโลกเชิญคนมาเมืองไทย แล้วมีคอนเทนท์สะท้อนออกไปถึงเมืองไทยให้ประสบการณ์แปลกใหม่ทั้ง ความปลอดภัย มาตรฐาน ได้คัดเลือกพื้นที่ต้อนรับไว้คือจังหวัดสุโขทัย จันทบุรี สมุทรสงคราม และเชื่อมโยงจังหวัดอื่น ๆ เช่น จังหวัดเลย จันทบุรี ระยอง เพื่อให้เกิดการเดินทางในภาพใหญ่ของตลาดต่างประเทศเข้ามาเสริมด้วย

ในส่วนของ “ตลาดต่างประเทศ” มีประเด็นสำคัญเรื่อง “ความปลอดภัย” แผนสื่อสาร 1.ตลาดระยะไกล ก็จะเน้นประสบการณ์การบอกเล่าเรื่องราว Stories Teller และ Stories Never End ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสประเทศไทยได้ตลอดทั้งปีไม่ต้องมีฤดูกาลอีกต่อไป จาก อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และอื่น ๆ ใช้จ่ายเงินมากถึง 1 ใน 5 ของตลาดต่างประเทศทั้งหมด 5เดือนแรก เพิ่มขึ้นถึง 20 % 2.ตลาดระยะใกล้ ได้แก่ เอเชียใต้อย่างอินเดีย หรือเอเชียตะวันออก แม้จีนจะชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพมาไทยเพิ่มมากขึ้น

นายนิธี กล่าวว่า ททท.ยังได้ใช้เวทีงาน Thailand Travel Mart Plus :TTM+2025 เมื่อวันที่ 4-6 มิถุนายน 2568 ที่อุทยานราชพฤกษ์ เชียงใหม่ ทำโมเดลจัดงานท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมกับเสนอสินค้าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness) ในเชียงใหม่และภาคเหนือ กับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy) นำวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นออร์แกนิก ลงทุนการสร้างขยะเป็นศูนย์ Zero Food Waste ในภาคเหนือ เช่น กาแฟ โกโก้ ข้าว สินค้าโครงการหลวงต่าง ๆ

พร้อมกับจัด “Pre Tour :เที่ยวก่อนงาน” 9 เส้นทาง เช่น ท่องเที่ยววิถีชุมชน ปั่นจักรยาน ดูแลช้าง เดินท่องเที่ยว สตรีทฟู้ด และ “Post Tour :เที่ยวหลังงาน” ในภาคเหนือตอนบน เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน ตามเส้นทาง ศิลปะหัตถกรรม แหล่งท่องเที่ยวโครงการหลวง เส้นทางชา กาแฟ ต่อเนื่องไปถึงภูมิภาคอื่น ๆ อย่าง เส้นทางเกษตรในขอนแก่น เส้นทางธรรมชาติและอาหารถิ่นระยอง เส้นทางสุขภาพประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี

ส่วน “ตลาดในประเทศ” ช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ททท.ได้ทำงานร่วมกับวงดนตรีวัยรุ่น The Drivers ยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ออกทัวร์ในภาคเหนือ เผยแพร่การท่องเที่ยว เริ่มที่จังหวัดแพร่ ประตูเมือง จังหวัดน่าน บริเวณหน้าวัดภูมินทร์ ลำปาง แล้วมาที่เชียงใหม่ตรงประตูท่าแพ

นายนิธี กล่าวว่า ททท.ได้สนับสนุนเต็มที่งาน Pride Month เดือนมิถุนายน 2568 หลังจากไทยประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมทำให้ทั่วโลกมองไทยมีภาพลักษณ์เปิดกว้าง ยอมรับความแตกต่างและหลากหลาย ตามผลศึกษาของ Agoda พบว่ามีนักท่องเที่ยวตลาด LGBTQ+ เพิ่มขึ้น 4 ล้านคน/ปี ทำรายได้ 65,000 ล้านบาท/ปี ไทยเป็นจุดหมายปลายทางติด 1 ใน 10 ของตลาดดังกล่าว ปี 2568 จึงจัดฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand Love Wins Festival” เพิ่งเปิดตัวในกรุงเทพฯ ต่อด้วย“ภาคเหนือ” จัดที่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก น่าน “ภาคตะวันออก” จัดที่ พัทยา ตราด “ภาคใต้” จัดที่ สมุย ภูเก็ต เพิ่มใหม่คือ หาดใหญ่ สงขลา ตรัง “อีสาน” จัดที่ ขอนแก่น อุบลราชธานี มุกดาหาร /ริมแม่น้ำโขง

ล่าสุดไทยมีข่าวดีที่การ์ตูนชื่อดัง “โดราเอมอน” ของญี่ปุ่น ได้ทำคอนเทนท์เรื่องราวการตามมาแมวโดยใช้การขนส่งในเมืองไทย เช่น นั่งตุ๊กตุ๊ก กินอาหารไทย ไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก ไปนั่งช้างไทยสัมผัสเมืองมรดกโลกที่พระนครศรีอยุธยา ข้ามไปถึงอีสาน ไปไหว้และชมความงามพระธาตุหนองบัว อุบลราชธานี ย้อนมาไหว้พระพิฆเนศฉะเชิงเทรา และมีโอกาสได้ร่วมขบวนแห่นางแมวโดยใช้ตุ๊กตาแมวแทนของจริง แล้วให้ชิสุกะได้สวมชุดไทย สะท้อนถึงพลังซอฟท์ พาวเวอร์ ไทย จึงขอเชิญชวนคนไทยออกมาเดินทางท่องเที่ยวตามรอยโดราเอมอนกันตลอดปีนี้

ททท.พร้อมจะพัฒนาสื่อสารการตลาดสร้างพลังกระตุ้นทุกคนออกมาเดินทางใช้จ่ายเงิน เพื่อใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างเศรษฐกิจประเทศให้แข็งแกร่ง และยั่งยืน

เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน