วันที่ 3 ก.ค. ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม, บริษัท ไทยเฮิร์บ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด และ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนและองค์กรชั้นนำ

ร่วมจัดขบวนพาเหรดที่ยาวที่สุดในเอเชีย เพื่อการเฉลิมฉลองส่งท้ายเดือน Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจและความหลากหลายทางเพศครั้งประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง “Love Pride Parade Bangkok 2025”

โดยมี ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติร่วมในพิธีเปิดงาน และมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เกียรติขึ้นรถบัสเปิดประทุน Double Decker Hollywood สีแดง โบกธงสัญลักษณ์แห่งเดือน Pride Month ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมภาคลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION” และร่วมผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 2030 โดยมีคุณวรางค์สิริ นามนคร คณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เข้าร่วมงานในครั้งนี้

ดร.ภาคภูมิ กล่าวว่า “ขบวนสีรุ้งสุดอลังการที่มาในคอนเซปต์ “Spectrum Forward : Power of Creation” เริ่มต้นจากสนามกีฬาแห่งชาติ ผ่านสยามพารากอน ราชประสงค์ อโศก และสิ้นสุดที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ภายในขบวนมีเหล่าดารา นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังร่วมเดินสายพาเหรดอย่างคับคั่ง นอกจากชาว LGBTQ แล้วยังมีนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้าร่วมงานอย่างสนุกสนาน แม้ว่าฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดเส้นทาง โดยมีรถบัสคลาสสิก 2 คัน ประกอบด้วยรถบัสเปิดประทุนสีแดง DOUBLE DECKER HOLLYWOOD และรถบัส DOUBLE DECKER LEYLAND สีเขียวครีม จากมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เป็นหนึ่งในไฮไลต์หลัก สะท้อนการเดินทางข้ามกาลเวลาของสังคมไทยจากอดีตสู่อนาคตที่เปิดกว้างและหลากหลายยิ่งกว่าเดิม และขอแสดงความชื่นชมภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันผลักดันและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งความเท่าเทียม”

“ปีนี้ถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งได้ประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ โดยไทยนับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพในมิติอื่นๆ ของประชาชนทุกกลุ่มในสังคม การจัดงานในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจ ที่จะเกิดจาก Soft Power ของไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว การค้าปลีก หรือแบรนด์ไทยที่เป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลนำโดย ฯพณฯ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจควบคู่กับสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมกันในสังคม”

“มูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เป็นองค์กรที่ไม่ฝักใฝ่การเมือง เน้นทำกิจกรรมเพื่อเพื่อสังคมส่วนร่วม ดังนั้นการที่รวมตัวกันของชาว LGBTQ เข้ามาเกี่ยวข้องในวันดังกล่าว เพราะทุกคนมาด้วยใจ และอยากแสดงออกถึงสิทธิเสรีภาพของตนเองให้ชาวโลกได้ประจักษ์ และงานในวันนี้จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ สามารถดึงดูดผู้สนใจเข้าร่วมงานทั้งจากผู้สนใจชาวไทย และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”

น.ส.โยษิตา ธรรมใจ CEO บริษัท ไทยเฮิร์บ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด กล่าวว่า “ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ไทยเฮิร์บ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ทุกคนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานพาเหรด Love Pride Parade, Bangkok 2025 โดยให้การสนับสนุนค่าน้ำมันรถบัสทั้ง 2 คัน จากมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เพื่อร่วมขบวนพาเหรดในวันนี้ เพราะเราเชื่อมั่นว่าความเท่าเทียมไม่ใช่แค่เรื่องของสิทธิ แต่คือพลังที่จะขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน Love Pride Parade, Bangkok 2025 คือพลังแห่งความหวัง เสียงของความรัก และสัญลักษณ์ของประเทศไทยที่พร้อมเคียงข้างทุกความแตกต่าง”

“สำหรับงานในวันนี้ตอนแรกนึกว่าจะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ให้ความสนใจ แต่ตลอดสองฝั่งถนนได้รับความสนใจจากท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ จัดเต็มกันทุกคน ส่งเสียงเชียร์ โบกมือทักทายและให้กำลังใจอย่างกึกก้องตลอดเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่าน ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว LQBTG+ เป็นการกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวทำให้อยากมาเที่ยวประเทศไทยกันมากขึ้น”

“ขอกราบขอบพระคุณ ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมที่ให้โอกาส บริษัท ไทยเฮิร์บ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว หากมีกิจกรรมดีๆ เช่นนี้อีกตนยินดีที่จะมาร่วมงานและให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบ และขออวยพรให้กิจกรรมดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี” น.ส.โยษิตา กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน