สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ยุ่งกับการทำงาน ก็มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างคนให้มาแบ่งเบาภาระงานออกไป แต่หากติดขัดเรื่องงบประมาณ งานที่ทำต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และยังไม่สะดวกที่จะจ้างพนักงานประจำ ก็ต้องหันไปจ้างงานฟรีแลนซ์หรือ Outsource แทน

แม้ว่าการจ้างงาน ฟรีแลนซ์หรือ Outsource จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ในหลายธุรกิจกลับพบปัญหาเรื่องการค่าตอบแทนและดูแลคนทำงานเหล่านี้ที่มีความซ้ำซ้อน ทั้งการคำนวณค่าจ้าง การโอนเงิน การทำสัญญา การติดตามผลงาน จุดนี้จึงทำให้โปรแกรม Payroll เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ด้วยการจัดการตั้งแต่สัญญา การจ่ายเงิน และการคำนวณค่าจ้าง ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมของการเงินครบลูป จ่ายเงินได้ครบถ้วนถูกต้องตามสัญญา และลดความผิดพลาด

 

การจะจ้าง ฟรีแลนซ์หรือ Outsource เหมาะกับธุรกิจที่แตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาหาคำตอบว่า แบบไหนที่ตอบโจทย์ผู้ว่าจ้างมากกว่ากัน

Freelance คืออะไร


ฟรีแลนซ์ คือ การทำงานที่คนทำงานให้บริการลูกค้าด้วยการรับงานเอง โดยส่วนมากจะรับงานในลักษณะของโปรเจกต์ และคิดค่าจ้างตามโปรเจกต์ ตามสัญญา หรือตามชั่วโมง ซึ่งการจ้างงานฟรีแลนซ์ทำได้หลายอย่าง มีตั้งแต่งานออกแบบ งานทำเว็บไซต์ งานเขียน รับถ่ายรูป งานแปล ทำคลิป ถ่ายวิดีโอ ไปจนถึงรับเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ

การจ้างงานฟรีแลนซ์นั้น มีข้อดีคือราคาจะถูก มีคนว่าจ้างให้เลือกหลากหลาย และได้เจอกับคนทำงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่มีข้อเสียคือต้องผู้ว่าจ้าง จะต้องคอยติดต่อประสานงานทุกอย่างเอง และต้องคอยติดตามการทำงานของฟรีแลนซ์ด้วยตัวเอง และหากเจอฟรีแลนซ์ที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ งานที่ทำอาจจะไม่มาตรฐานที่ตกลงกันไว้

Outsource คืออะไร

Outsource คือการใช้บริการบริษัทจัดหาคน เพื่อทำงานในด้านที่ต้องการ โดยส่วนมากงาน Outsource มักจะเป็นงาน IT, งานบริการลูกค้า หรืองานการตลาด โดยที่มีข้อดีคือผู้ว่าจ้าง ไม่ต้องคอยติดตามและประสานงานเอง เนื่องจากมีบริษัทคอยเป็นตัวกลาง ควบคุมดูแลการทำงานให้

การจ้างงาน Outsource นั้น ทางผู้ว่าจ้างจะได้จ้างทีมที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถระบุได้ถึงคุณสมบัติของคนทำงาน ทั้งในเรื่องทักษะ ประสบการณ์การทำงาน และการันตีเรื่องคุณภาพของงาน อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของการจ้างงานแบบ Outsource คือมีราคาแพง และการทำงานจะไม่ยืดหยุ่นเท่ากับการจ้างงาน Freelance ที่ผู้ว่าจ้างไม่สามารถต่อรองได้มากอย่างที่ต้องการ

ข้อดีและข้อเสียของการจ้าง Freelance

Freelance

ในการจ้างงานแบบ Freelance มีทั้งข้อดีข้อเสียมากมาย ขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ว่าจ้าง ลักษณะงาน ดังนี้

 

ข้อดีของการจ้างฟรีแลนซ์

  • สื่อสารตรง : การทำงานกับฟรีแลนซ์จะเป็นการทำงานกับคนที่ทำงานโดยตรง ดังนั้นผู้ว่าจ้างจะได้พูดคุย สื่อสาร มอบหมายงาน ควบคุมกำกับการทำงานอย่างใกล้ชิด ได้มีการสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมาถึงความคาดหวังของงาน กำหนดการส่งงาน และอื่น ๆ
  • ต่อรองราคาได้ : ผู้ว่าจ้างสามารถพูดคุยต่อรองราคากับฟรีแลนซ์ได้โดยตรง และจ่ายเงินเฉพาะงานที่ทำตามโปรเจกต์หรือชั่วโมงทำงาน ช่วยประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้
  • ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง : การทำงานกับฟรีแลนซ์นั้นคือการได้จ้างคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยตรง เป็นคนที่รู้ลึกและสามารถให้คำปรึกษากับผู้ว่าจ้างได้ว่าแบบไหนดี แบบไหนไม่ดี ในราคาที่เหมาะกับงบประมาณ

ข้อเสียของการจ้างฟรีแลนซ์

  • ปัญหาด้านคุณภาพของงาน : ฟรีแลนซ์แต่ละคนมักจะมีสไตล์การทำงานของตัวเอง ดังนั้นคุณภาพของงานที่ได้จะไม่แน่นอน และหากต้องการปรับเปลี่ยนงาน แก้ไขงานเพิ่มเติม ฟรีแลนซ์บางคนก็อาจจะคิดเงินเพิ่ม
  • ต้องจ้างฟรีแลนซ์ใหม่เรื่อย ๆ : เมื่อฟรีแลนซ์ส่งมอบงานให้แล้ว หน้าที่ของฟรีแลนซ์ก็หมดลง และฟรีแลนซ์ก็สามารถไปรับงานใหม่กับคนอื่นได้ หากผู้ว่าจ้างต้องการจ้างงานเดิม แต่ฟรีแลนซ์ติดรับงานอื่น ผู้ว่าจ้างก็ต้องไปว่าจ้างฟรีแลนซ์คนใหม่ และต้องเริ่มปรับจูนการทำงานกันใหม่ ทำให้เสียเวลามากกว่าเดิม
  • ปัญหาการสื่อสาร : แม้ผู้ว่าจ้างจะทำงานกับฟรีแลนซ์โดยตรง แต่สุดท้ายอาจเกิดปัญหาการสื่อสารได้เช่นกัน ทั้งในเรื่องของคุณภาพงาน สไตล์การทำงาน ผู้ว่าจ้างต้องคอยกำกับควบคุมการทำงานเอง เพื่อให้งานเป็นไปตามที่ต้องการ

ข้อดีและข้อเสียของการจ้าง Outsource

outsource

เฉกเช่นเดียวกันการจ้างฟรีแลนซ์ การจ้าง Outsource เองก็มีข้อดี-ข้อเสียมากมาย ดังนี้

ข้อดีของการจ้าง Outsource

  • ได้งานที่มีคุณภาพ : โดยส่วนมากการจ้างงาน Outsource จะมีมาตรฐานการทำงานที่เป็นที่ยอมรับของตลาด เนื่องจากบริษัท Outsource จะมีซูเปอร์ไวเซอร์ที่ควบคุมการทำงาน และมีทีมตรวจสอบคุณภาพ ทำให้ได้รับงานที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของผู้ว่าจ้าง
  • ไม่ต้องประสานงานเอง :การทำงานกับ Outsource ทางผู้ว่าจ้างไม่ต้องประสานงานการทำงานเอง เพราะทางบริษัทจะคอยควบคุม สั่งการ และดูแลการทำงานแทนผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างเพียงแค่บอกความต้องการกับบริษัท Outsource เท่านั้น
  • ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง : สำหรับโปรเจกต์ที่ต้องการการทำงานต่อเนื่อง บริษัท Outsource จะสามารถหาคนมารับช่วงต่อการทำงานได้อย่างไม่สะดุด หรือหากปิดโปรเจกต์แล้วและต้องการเริ่มโปรเจกต์ใหม่ บริษัทก็สามารถหาคนที่ตรงความต้องการมาให้ได้ตามที่ต้องการ

ข้อเสียของการจ้าง Outsource

  • สัญญาระยะยาว : การจ้างงาน Outsource มักจะต้องยึดติดอยู่กับสัญญาระยะยาว และการทำงานต้องเป็นไปตามสัญญา จะปรับเปลี่ยนได้ยาก
  • ราคาแพง : เนื่องจากการจ้างงาน Outsource มีสัญญาระยะยาวที่คอยกำกับ และมีทีมงานที่คอยควบคุมการทำงานของพนักงานอีกที จึงทำให้ราคาในการจ้างค่อนข้างสูง สำหรับโปรเจกต์ระยะสั้นหรือคนที่มีงบประมาณจำกัด การจ้าง Outsource จึงอาจจะยังไม่ตอบโจทย์
  • การควบคุมงาน : ทางบริษัท Outsource จะเป็นคนจัดการการทำงานแทนผู้ว่าจ้างเอง และส่งมอบงานสำเร็จให้เท่านั้น หากผู้ว่าจ้างต้องการควบคุมการทำงานให้ละเอียด การจ้างงาน Outsource จึงอาจไม่ใช่คำตอบ

สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อจ้าง Freelance หรือ Outsource

ราคา : การจ้างงาน Outsource จะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่า แค่ราคานั้นเป็นราคารวมทุกอย่าง เหมาะกับการจ้างงานระยะยาว ในขณะที่การจ้างงาน Freelance จะมีราคาที่ถูกกว่าเนื่องจากเป็นการจ่ายตามโปรเจกต์หรือจ่ายตามชั่วโมงการทำงาน แต่การจ้างงาน Freelance อาจจะมีค่าใช้จ่ายแฝงตามมา หากงานไม่เสร็จหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ไม่คาดคิด เหมาะสำหรับการจ้างงานระยะสั้น

การจ่ายเงิน : การจ่ายเงินให้ฟรีแลนซ์นั้น สามารถเลือกรูปแบบการจ่ายได้ตามแต่ที่ฟรีแลนซ์กำหนด เช่นการจ่ายเป็นก้อนเดียวก่อนเริ่มงาน จ่ายมัดจำ หรือจ่ายเงินเต็มจำนวนหลังจากรับมอบงาน แต่การจ่ายเงินให้ Outsource นั้น จำเป็นต้องมีสัญญาแก่กัน การจ่ายเงินจะเป็นไปได้ทั้งการจ่ายเป็นรายเดือน รายปี ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญา

ทักษะการทำงาน : หากผู้ว่าจ้างต้องการคนทำงานที่มีทักษะการทำงานที่หลากหลาย ต้องมีการประสานหลายอย่างเข้าด้วยกัน การจ้าง Outsource ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากผู้ว่าจ้างต้องการคนที่มีทักษะการทำงานเฉพาะ มีเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การจ้าง Freelance จะตอบโจทย์การทำงานมากกว่า

การควบคุมการทำงาน : หากผู้ว่าจ้างต้องการที่จะควบคุมการทำงานอย่างละเอียดทุกขั้นตอน สามารถแก้ไขงานได้ระหว่างทาง และได้พูดคุยสื่อสารกับคนทำงานตอลดเวลา การจ้างฟรีแลนซ์จะตอบโจทย์การทำงาน แต่หากผู้ว่าจ้างต้องการเพียงแค่งานที่สำเร็จ ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งกับการทำงานมาก การจ้าง Outsource จะตรงกับความต้องการมากกว่า

ระยะเวลาของสัญญา : หากงานนั้นเป็นงานที่ต้องการความต่อเนื่อง และเป็นโปรเจกต์ระยะยาวที่เชื่อมโยงกับโปรเจกต์อื่น การจ้างงาน Outsource จะตอบโจทย์ผู้ว่าจ้าง แต่หากงานนั้นเป็นเพียงโปรเจกต์ระยะสั้น และไม่มีความเชื่อมโยงกับโปรเจกต์อื่น การจ้างงาน Freelance จะช่วยแก้ปัญหาในจุดนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน