ดำเนินคดีแล้ว 3,654 คน คุมเข้มแรงงานผิดกฎหมาย ดันต่างชาติในระบบ–คุ้มครองตลาดแรงงานไทย

กรุงเทพฯ 15 กรกฎาคม 2568 – กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เผยผลการดำเนินงานภายใต้ปฏิบัติการ “เจอ จับ ปรับ ผลักดัน” ในสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างชาติทั่วประเทศ จำนวน 62,022 แห่ง ในระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 มิถุนายน 2568) พบมีการกระทำความผิดจำนวน 1,793 แห่ง และตรวจสอบแรงงานต่างชาติ จำนวน 781,642 คน พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดรวม 3,654 ราย โดยอาชีพที่พบคนต่างชาติกระทำผิดกฏหมายมากที่สุด ได้แก่ งานเร่ขายสินค้า, งานตัดผม และงานนวด เป็นต้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการควบคุมแรงงานผิดกฎหมาย ลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง คุ้มครองสิทธิแรงงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ และสนับสนุนให้นายจ้างและแรงงานเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างสมดุลและเสถียรภาพในตลาดแรงงานไทยอย่างเป็นรูปธรรม

นายจำนงค์ ทรงเคารพ ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน กล่าวว่า “กรมการจัดหางานยังคงยึดมั่นและส่งเสริมให้มีการดำเนินการนำเข้าแรงงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายการทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงานระหว่างรัฐ หรือ MOU เพื่อควบคุมการนำเข้าแรงงานอย่างเป็นระบบ รวมถึงควบคุมจำนวนแรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานจริงตามขนาดของเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่เพื่อให้มีระบบการบริหารการจัดการแรงงานต่างด้าวที่ดี ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ สร้างความรับรู้ขั้นตอนการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน ยังมีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องสิทธิและโอกาสในการทำงานของแรงงานไทย ดังเช่นประกาศกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 เรื่อง “กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ” ซึ่งถือเป็นการควบคุมการทำงานของแรงงานต่างด้าวในประเทศ โดยกำหนดอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 4 บัญชีหลัก ได้แก่

  • บัญชีหนึ่ง คือกลุ่มอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบโดยเด็ดขาดในทุกท้องที่ของราชอาณาจักร หรือเป็นอาชีพที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องมีสัญชาติไทย โดยรวมทั้งหมด 27 อาชีพ เช่น งานแกะสลักไม้ งานขับขี่ยานยนต์ (ยกเว้นรถยก Forklift) งานขายทอดตลาด งานเจียระไนเพชรพลอย งานตัดผมหรือเสริมสวย งานทอผ้าด้วยมือ งานทำเครื่องทอง เงิน นาก งานมัคคุเทศก์ งานนวดไทย งานบริการทางกฎหมาย และอื่น ๆ ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะด้านฝีมือ วัฒนธรรม หรือมีบทบาทสำคัญในอัตลักษณ์ความเป็นไทย
  • บัญชีสอง เป็นกลุ่มอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำเช่นกัน แต่มีข้อยกเว้นให้สามารถทำได้หากมีข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือพันธกรณีที่ประเทศไทยมีความผูกพันไว้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งครอบคลุม 3 วิชาชีพ ได้แก่ วิชาชีพบัญชี วิชาชีพวิศวกรรม และวิชาชีพสถาปัตยกรรม
  • บัญชีสาม เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำในทุกพื้นที่เช่นกัน เว้นแต่จะทำงานได้โดยมี “นายจ้าง” อย่างชัดเจน และได้รับอนุญาตตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด กลุ่มนี้ประกอบด้วยงานฝีมือและกึ่งฝีมือจำนวน 8 งาน เช่น 1.งานกสิกรรม 2.งานช่างไม้ ช่างก่อสร้าง 3.งานทำที่นอน 4.งานทำมีด 5.งานทำรองเท้า 6.งานทำหมวก 7.งานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย และ 8.งานปั้นเครื่องดินเผา
  • บัญชีสี่ เป็นงานที่คนต่างด้าวจะสามารถทำได้ “เฉพาะเมื่อ” มีนายจ้างและเข้ามาในประเทศโดยถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงานระหว่างรัฐ หรือ MOU ที่รัฐบาลไทยทำร่วมกับรัฐบาลประเทศต้นทาง โดยมีเพียง 2 งาน ได้แก่ งานกรรมกร และงานขายของหน้าร้าน ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่มักพบปัญหาการฝ่าฝืนบ่อยครั้ง”

นายจำนงค์ กล่าวเสริมว่า กรมการจัดหางานยังได้จัดตั้งชุดปฏิบัติการ“เจอ จับ ปรับ ผลักดัน” โดยบูรณาการร่วมกันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทั้งฝ่ายแรงงานและนายจ้าง ขณะที่ยังมีการตรวจสอบเชิงรุก เช่น การลงพื้นที่ย่านธุรกิจ ตรวจสอบแรงงานอย่างเข้มงวด ตรวจสอบเรื่องเอกสารใบอนุญาตทำงาน ยังมีการประสานความร่วมมือ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ในการลงพื้นที่ตรวจสอบตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยผลการตรวจจับแรงงานต่างชาติทำงานผิดกฎหมายในประเทศไทยภายใต้ปฏิบัติการ “เจอ จับ ปรับ ผลักดัน” ปีงบประมาณ 2568 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 มิถุนายน 2568) ในสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างชาติทั่วประเทศ จำนวน 62,022 แห่ง พบมีการกระทำความผิดจำนวน 1,793 แห่ง และตรวจสอบแรงงานต่างชาติ จำนวน 781,642 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 592,641 คน กัมพูชา 107,085 คน ลาว 49,755 คน เวียดนาม 807 คน และสัญชาติอื่น ๆ 31,354 คน

นอกจากนี้ มีการดำเนินคดีกับแรงงานต่างชาติทั้งสิ้น 3,654 คน ในจำนวนนี้ พบเป็นการแย่งอาชีพคนไทยถึง 1,281 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 682 คน กัมพูชา 204 คน ลาว 192 คน เวียดนาม 69 คน และสัญชาติอื่น ๆ 134 คน โดยอาชีพที่พบคนต่างชาติแย่งอาชีพมากที่สุด ได้แก่ 1. งานเร่ขายสินค้า 2. งานตัดผม 3. งานนวด และ 4. งานเสมียนพนักงาน ตามลำดับ ส่วนงานที่คนต่างชาติถูกดำเนินคดีเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ได้แก่ งานขายของหน้าร้าน งานช่างก่อสร้าง และงานกรรมกร

กรมการจัดหางานให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติอย่างเข้มงวดและเป็นระบบ โดยยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดควบคู่กับการตรวจสอบเชิงรุก เพื่อรับประกันว่าแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องมีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องครบถ้วน และได้รับการคุ้มครองตามสิทธิแรงงานที่พึงมีอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน กรมการจัดหางานยังให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลในการจ้างงาน ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโอกาสของแรงงานไทยในตลาดแรงงาน ทั้งนี้ แนวทางที่เราดำเนินการยังรวมถึงการบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และองค์กรในพื้นที่ เพื่อร่วมกันตรวจสอบและควบคุมแรงงานต่างชาติให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ตลอดจนการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับนายจ้างและประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมายอย่างยั่งยืนนายจำนงค์ กล่าวสรุป

สำหรับประชาชนทั่วไปยังสามารถแจ้งเบาะแสแรงงานผิดกฎหมายผ่านสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 สายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 หรือช่องทางออนไลน์ของกรมการจัดหางานได้เช่นกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694 (ตลอด 24 ชั่วโมง) และทางเฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการจัดหางาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน