เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน เป้าหมายสำคัญที่หลายคนใฝ่ฝัน คือ การมีคอนโดเป็นของตัวเอง เพราะคอนโดคือจุดเริ่มต้นของ “ชีวิตที่ออกแบบได้” ทั้งในด้านการอยู่อาศัยที่ลงตัว การเดินทางที่สะดวกสบาย และการใช้ชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาส สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่กำลังวางแผนก้าวแรกสู่การมีคอนโดในฝัน มี 5 ข้อที่ควรรู้และเตรียมให้พร้อม เพื่อให้การซื้อคอนโดครั้งนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมั่นคงในระยะยาว

1. รู้กำลังผ่อนคอนโดของตัวเอง

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่กำลังวางแผนซื้อคอนโดเป็นของตัวเอง สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ ธนาคารจะพิจารณาจากความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน หากอยากรู้ว่าตัวเอง “กู้ได้เท่าไหร่” หรือ “ตอนนี้พร้อมที่จะซื้อคอนโดไหม” ลองเริ่มคำนวณจาก 2 สูตรง่าย ๆ ดังนี้

วิธีคำนวณหา ‘ความสามารถผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน’

สูตรคำนวณ

( เงินเดือน x 70% ) – ภาระหนี้สินต่อเดือน = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน

ตัวอย่าง

รายได้ 20,000 บาท มีหนี้ผ่อนมือถือเดือนละ 2,000 บาท

→ ( 20,000 x 70% ) – 2,000 บาท = สามารถผ่อนชำระสูงสุด 12,000 บาท ต่อเดือน

วิธีคำนวณหา ‘วงเงินที่สามารถกู้ได้สูงสุด’

สูตรคำนวณ

ความสามารถผ่อนต่อเดือน x 1,000,000 / 7,000 = วงเงินที่สามารถกู้ได้สูงสุด

ตัวอย่าง

กรณีผ่อนคอนโดได้ 12,000 บาทต่อเดือน

→ ( 12,000 x 1,000,000 ) / 7,000 = สามารถกู้ได้สูงสุด 1,714,285.71 บาท

ดังนั้น แม้จะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเด็กจบใหม่ก็สามารถซื้อคอนโดเป็นของตัวเองได้ เพียงเริ่มต้นจากการรู้กำลังซื้อที่แท้จริงจากความสามารถผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือนและวงเงินที่สามารถกู้ได้สูงสุดของตัวเอง

2. รู้วิธีการดาวน์คอนโด

การดาวน์คอนโดมี 3 รูปแบบที่ควรรู้ ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่มีความสามารถบริหารจัดการทางการเงินแตกต่างกัน

  • จ่ายครั้งเดียว: จ่ายเงินดาวน์ทั้งหมดในคราวเดียว เช่น 10-20% ของราคาคอนโด เหมาะกับคนมีเงินก้อน พร้อมจบเร็ว
  • ผ่อนเท่ากันทุกงวด: แบ่งจ่ายเงินดาวน์รายเดือนจำนวนเท่า ๆ กัน ควบคุมงบง่าย เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำ
  • แบบบอลลูน: ผ่อนงวดเล็กสลับงวดใหญ่ เหมาะกับคนมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แต่มีโอกาสได้เงินก้อนเป็นช่วง ๆ

*ข่าวดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่กำลังวางแผนซื้อคอนโดในช่วงนี้ มาตรการ LTV ปี 2568 เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อคอนโดหรือบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทสามารถกู้ได้เต็ม 100% ของราคาหลักประกัน โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569

ทั้งนี้สำหรับใครที่มีเงินก้อนและต้องการผ่อนรายเดือนให้น้อยลง การวางเงินดาวน์ 10-20% ของราคาคอนโดจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดต่อเดือน พร้อมเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

3. รู้ค่าใช้จ่ายนอกจากราคาคอนโด

สำหรับมนุษย์เงินเดือน การซื้อคอนโดต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากราคาคอนโดและค่าผ่อนรายเดือนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ตามมา เช่น

  • ค่าธรรมเนียมการโอน: โดยปกติคิด 2% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) แต่ภายใต้มาตรการรัฐปี 2568–2569 ลดเหลือเพียง 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • ค่าทำสัญญา: ประมาณ 5,000-100,000 บาท ขึ้นอยู่กับมูลค่าของโครงการและเงื่อนไขของโครงการ มักจ่ายหลังวางเงินจอง 1-2 สัปดาห์
  • ค่าตกแต่ง: ค่าใช้จ่ายที่เติมเต็มพื้นที่อยู่อาศัย ทั้งในด้านฟังก์ชันและความสวยงาม เช่น การบิ้วอินเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้อยู่อาศัย
  • ค่าส่วนกลางรายเดือน: ค่าใช้จ่ายใช้สำหรับดูแลและบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการที่เราพักอาศัย เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย ลิฟต์ สวนหย่อม สระว่ายน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ให้น่าใช้งานอยู่เสมอ

รวมถึงรายจ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างค่าเดินทางและค่าครองชีพ จึงควรเตรียมแผนการเงินล่วงหน้า พร้อมเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้ภาระการผ่อนส่งกระทบต่อคุณภาพชีวิต

4. รู้เอกสารที่ต้องใช้สำหรับยื่นกู้

ก่อนยื่นกู้ซื้อคอนโด ผู้ซื้อควรเตรียมเอกสารให้ครบ เพราะการมีเอกสารพร้อม ช่วยให้อนุมัติสืนเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยังสะท้อนถึงความพร้อมและความน่าเชื่อถือทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการยื่นกู้ให้ผ่านในครั้งเดียว โดยเอกสารพื้นฐานที่มักใช้ในการพิจารณา คือ

  • สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สลิปเงินเดือนล่าสุด หรือ หนังสือรับรองเงินเดือน (ย้อนหลัง 3-6 เดือน)
  • Statement รายการเดินบัญชีย้อนหลัง
  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด หรือเอกสารจองจากโครงการ
  • สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

5. รู้วิธีเลือกคอนโดให้เหมาะกับตัวเอง

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการเลือกคอนโดให้เหมาะกับตัวเอง ควรเริ่มจากการพิจารณาเป้าหมายในการซื้อ ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัย ปล่อยเช่า หรือขายต่อในอนาคต จากนั้นจึงพิจารณาความเหมาะสมของราคาเมื่อเทียบกับรายได้ ความสะดวกในการเดินทาง ทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และขนาดหรือฟังก์ชันของห้องที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิต

เมื่อรู้ปัจจัยในการเลือกคอนโดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การมองหาตัวเลือกคอนโดมือหนึ่งและมือสองที่ตอบโจทย์ทั้งงบประมาณและไลฟ์สไตล์ กับ Bangkok CitiSmart ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านการซื้อ-ขาย-ให้เช่าอสังหาฯ แบบครบวงจร พร้อมแนะนำ 3 ทำเลเด่นครองใจมนุษย์เงินเดือน

  • คอนโดพระราม 4-สามย่าน-สีลม

คอนโดบนทำเลศักยภาพใจกลาง CBD เชื่อมต่อสาทร-สีลม-สุขุมวิท รายล้อมด้วยสำนักงานขนาดใหญ่ สถาบันการศึกษาชั้นนำ และพื้นที่ทำงานยุคใหม่ที่ตอบโจทย์คนเมือง การเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินตลอดแนวเส้นทาง และ BTS สายสีเขียวเข้ม ที่เชื่อมตรงสู่ย่านธุรกิจสำคัญ ดูโครงการคอนโดพระราม 4-สามย่าน-สีลม

  • คอนโดพระราม 9-อโศก-รัชดา

คอนโดบนแหล่งธุรกิจใหม่ (New CBD) รายล้อมด้วยสำนักงานใหญ่และอาคารสำนักงานชั้นนำ ใกล้แหล่งธุรกิจสำคัญอย่างอโศก สีลม และสาทร เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าหลายสาย ทั้ง MRT สายสีน้ำเงิน, MRT สายสีส้ม (ในอนาคต), MRT สายสีเหลือง และ Airport Rail Link ดูโครงการคอนโดพระราม 9-อโศก-รัชดา

  • คอนโดลาดพร้าว-รัชโยธิน-พหลโยธิน

คอนโดบนทำเลเด่นที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและการเติบโตอย่างรวดเร็ว รายล้อมด้วยศูนย์การค้า แหล่งไลฟ์สไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เชื่อมต่อเข้าย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้สะดวกในโซนเดียว รองรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าถึง 3 สาย ได้แก่ MRT สายสีน้ำเงิน, MRT สายสีเหลือง และ BTS สายสีเขียวเหนือ ดูโครงการคอนโดลาดพร้าว-รัชโยธิน-พหลโยธิน

ค้นหาคอนโดที่ใช่ กับ Bangkok CitiSmart ตัวจริงที่รู้ใจมนุษย์เงินเดือน

ค้นพบโครงการคอนโดมือหนึ่งและมือสอง จากแบรนด์ชั้นนำในราคาที่จับต้องได้ ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์สวยทันสมัย ฟังก์ชันที่ลงตัว ทำเลศักยภาพ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย กับ Bangkok CitiSmart ตัวจริงที่รู้ใจมนุษย์เงินเดือน ด้วยความเข้าใจว่าคอนโดเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่มากกว่าที่อยู่อาศัย พร้อมใช้ทุกโมเมนต์ของชีวิตในแบบที่คุณออกแบบเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน