ในช่วงฤดูทำนาที่ผ่านมา กลิ่นไหม้จากการเผาตอซังและฟางข้าวยังคงอบอวลในหลายพื้นที่ของประเทศไทย การเผาอาจดูเป็นทางลัดที่สะดวก แต่ในระยะยาว มันกำลัง “เผาอนาคตของเรา” ไปพร้อมกัน

แต่ในท่ามกลางควันไฟและฝุ่นละออง มีทางเลือกใหม่ที่เริ่มงอกงามจากผืนดิน “จุลินทรีย์ย่อยฟาง” เทคโนโลยีชีวภาพที่อาจเป็นคำตอบของคำถามที่เราค้นหามานาน

“จุลินทรีย์ย่อยฟางคือคำตอบของการทำนาแบบใหม่ที่ไม่ฝากภาระไว้กับสิ่งแวดล้อม… เราวิจัยสิ่งเล็กๆ ที่มีพลังมหาศาล เพื่อให้เกษตรกรได้อยู่รอด และโลกของเราไม่ต้องจ่ายราคาที่แพงเกินไปในวันข้างหน้า”
– ดร.เฟื่องลดา ธนะโชติ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว หัวหน้าโครงการฯ

กรมการข้าว และภาคีมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันศึกษา วิจัย และพัฒนา “หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว” มาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการตอซังและฟางข้าวด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีจุลินทรีย์เพื่อปลอดการเผาและผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุและลดระยะเวลาในการเตรียมดินแล้ว ยังปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผา ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของโลกร้อนได้อีกด้วย ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่าง กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“เราไม่ได้คิดค้นแค่ผลิตภัณฑ์ย่อยฟาง แต่เราคิดค้นเครื่องมือในการฟื้นฟูดิน ลดมลพิษ และคืนชีวิตให้กับนาอย่างยั่งยืน ที่เกิดขึ้นได้จริง”
– ศ.ดร.อลิสา วังใน ผู้ร่วมวิจัยฯ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านตัวเร่งชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพยั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
หัวเชื้อจุลินทรีย์นี้สามารถย่อยสลายเศษฟางและตอซังได้ในระยะเวลาอันสั้น เปลี่ยนฟางและตอซังที่เคยเป็นปัญหาให้กลายเป็นอินทรีย์วัตถุที่อุดมด้วยธาตุอาหาร โดยไม่ต้องเผา ไม่ต้องปล่อยควัน และไม่ต้องเสียเวลา ที่สำคัญ ปลอดภัยต่อสุขภาพและระบบนิเวศ