กรมชลฯ-UNDP อัปเดตเมกะโปรเจกต์สู้โลกร้อนลุ่มน้ำยม-น่าน คืบหน้าตามแผน ติดตั้งสถานีอัจฉริยะ-ก่อสร้าง ปตร. เสริมแกร่งเกษตรกร
กรมชลประทาน ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (GCF) รายงานความก้าวหน้า “โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยฯ” ในการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการ ครั้งที่ 3/2568 ณ กรมชลประทาน สามเสน เผยโครงการเดินหน้าด้วยดี ทั้งการติดตั้งระบบเตือนภัยและสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ-สถานการณ์น้ำที่ทันสมัย การก่อสร้างประตูระบายน้ำสำคัญ 2 แห่งใกล้แล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงนิเวศและเสริมสร้างการเรียนรู้ผ่านโรงเรียนเกษตรกร 22 กลุ่ม มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาชีพและคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรในลุ่มน้ำยม-น่านอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา โครงการฯ ได้จัดประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการ ครั้งที่ 3 (1/2568) โดยมีนายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและพิจารณาแผนงานในระยะต่อไป โดยโครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ 24 ตำบล 7 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย

ความก้าวหน้าโครงการ ปี 2568
ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าที่สำคัญใน 3 ด้านหลัก (ผลผลิต) ดังนี้
- การปรับปรุงการวางแผนซึ่งคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงในงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเกษตรกรรม
โครงการได้พัฒนาและติดตั้งระบบติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำที่ทันสมัย เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่แม่นยำสำหรับการวางแผน โดยได้ติดตั้งและจัดหาอุปกรณ์สำคัญแล้วเสร็จหลายรายการ ได้แก่:
- เครื่องวัดอัตราการไหล (Flow Radar) จำนวน 13 เครื่อง
- เครื่องวัดระดับน้ำในทุ่ง (Automatic Ultrasonic Water Level in Crop Plots) จำนวน 20 เครื่อง
- สถานีตรวจอากาศ (Met Station) จำนวน 1 สถานี
- เครื่องวัดระดับน้ำในบึง (Automatic Ultrasonic Water Level in Lake) จำนวน 5 เครื่อง
- กล้อง CCTV จำนวน 3 เครื่อง
- อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวน 2 เครื่อง
นอกจากนี้ ยังได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนเพาะปลูกและบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับผลกระทบฯ โดยเสริมโครงสร้างพื้นฐานและใช้มาตรการปรับตัวด้วยระบบนิเวศ (EbA) ความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานมีความชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างประตูระบายน้ำ (ปตร.) คลองเหมืองช้าง 2 แห่ง ในจังหวัดสุโขทัย ได้แก่:
- ปตร.คลองเหมืองช้าง แห่งที่ 1 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2568
- ปตร.คลองเหมืองช้าง แห่งที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2568
![]() | ![]() |
พร้อมกันนี้ ได้ดำเนินมาตรการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ (EbA) ใน 3 พื้นที่เป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการออกแบบรายละเอียดมาตรการ ได้แก่ การฟื้นฟูบึงโจน การฟื้นฟูตลิ่งคลองเมม และการฟื้นฟูบึงกล้วย
- ลดความเปราะบางและเพิ่มความมั่นคงในวิถีชีวิตของเกษตรกร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้เกษตรกรโดยตรง โครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เข้าถึงระดับครัวเรือน อาทิ:
- เสริมสร้างการเรียนรู้ผ่านโรงเรียนเกษตรกร (Farmer Field Schools – FFS) จำนวน 22 กลุ่ม เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และส่งเสริมการทำเกษตรที่ทนต่อสภาพอากาศ
- พัฒนาแปลงเกษตรอัจฉริยะ (IoT) เพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนการเพาะปลูกและจัดการน้ำในแปลง
- จัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรเกี่ยวกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ และการใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง
- สนับสนุนการจัดตั้งโรงเรือนเพาะชำ จำนวน 22 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและขยายพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

การดำเนินงานทั้งหมดนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่ภาคเกษตรกรรม ในลุ่มน้ำยม-น่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้ อย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

