ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง ทั้งด้านความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของชาติ การลักลอบนำเข้ายาเสพติดและการค้ายาในท้องถิ่นยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงเน้นย้ำการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดอย่างเข้มข้นและยั่งยืน เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมและป้องกันไม่ให้ชุมชนตกเป็นเหยื่อของภัยยาเสพติด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 68 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าวการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางยาไอซ์ 700 กิโลกรัม ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ชั้น 2 ตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้บริหารระดับสูงทั้งจากกระทรวงมหาดไทย ตำรวจ ป.ป.ส. และฝ่ายปกครองเข้าร่วม

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลา 01.12 น. โดยกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ร่วมกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 335 สกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด บริเวณบ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยานพาหนะ และขยายผลตรวจยึดยาไอซ์จำนวน 28 กระสอบ ๆ ละ 25 กิโลกรัม รวม 700 กิโลกรัม พร้อมรถโตโยต้า ไทเกอร์ สีบรอนทอง

นายภูมิธรรมกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ และสะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างทุกหน่วยงาน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. โดยเฉพาะปฏิบัติการ Seal Stop Safe ของรัฐบาลและโครงการ No Drugs No Dealers ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง เขาย้ำว่าการกวาดล้างยาเสพติดจะไม่เป็นเพียง “ไฟไหม้ฟาง” แต่ต้องทำอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดกลับเข้าสู่ชุมชน

โดยก่อนการแถลงข่าว เวลา 09.20 น. นายภูมิธรรมเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และ ป.ป.ส. เพื่อมอบนโยบายปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers สู่ Zero Drugs Thailand” ติดตามความคืบหน้าการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ และหารือแนวทางบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดและอำเภอ

“การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ทุกหน่วยงาน และย้ำความสำคัญของความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และชุมชน เพื่อให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างการตัดวงจรการลำเลียงและค้ายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ค้าจะถูกดำเนินคดี ผู้เสพจะเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู และเราจะเร่งนำเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู เพื่อคืนคนดีสู่ครอบครัวและสังคม เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าแก่ประเทศ”

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเท ภายใต้ความเสี่ยงและแรงกดดัน พร้อมสื่อมวลชนที่ช่วยเผยแพร่ข่าวสารให้ประชาชนรับรู้ สร้างความเข้าใจและความร่วมมือกว้างขวาง
ด้าน พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่ายาไอซ์ล็อตนี้มีสัญลักษณ์ตราทุเรียน เป็นเคสที่ 6 ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จากการตรวจสอบพบว่ายานี้เตรียมส่งออกไปไต้หวัน ผ่านย่างกุ้งและพักยาที่อินโดนีเซีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาเฉพาะไทย แต่เป็นภัยคุกคามระดับภูมิภาค ปัญหายาไอซ์และเฮโรอีนบ้านเราเป็นเส้นทางผ่านไปยังประเทศที่ 3 รัฐบาลจึงเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ นายภูมิธรรมได้เน้นย้ำว่า การปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดต้องคำนึงถึงทุกมิติ ทั้งการป้องกัน การบำบัด และการฟื้นฟูสังคม พร้อมสร้างความตระหนักให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแจ้งเบาะแสและเฝ้าระวังภัยยาเสพติด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน