หากใครกำลังมีปัญหาขับถ่ายเป็นเลือด หรือคลำเจอติ่งเนื้อบริเวณทวารหนักอยู่ละก็ นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคริดสีดวงทวารก็เป็นได้ ในบทความนี้จะพามาทำความรู้จักว่าริดสีดวงเกิดจากอะไร สามารถรักษาและป้องกันได้อย่างไรบ้าง พร้อมตอบคำถามที่คุณสงสัย ถ้าพร้อมแล้วตามมาอ่านกันได้เลย!
สารบัญบทความ
ริดสีดวงทวาร คืออะไร เกิดจากสาเหตุใดบ้าง?
ริดสีดวงทวารมีกี่ประเภท?
ป้องกันริดสีดวงทวาร ด้วยการใส่ใจสุขภาพ
ริดสีดวงทวารต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือไม่?
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับริดสีดวงทวาร
เป็นริดสีดวงทวารไม่ใช่เรื่องแปลก อย่าอายที่จะเข้ารับการรักษา
ริดสีดวงทวาร คืออะไร เกิดจากสาเหตุใดบ้าง?

ริดสีดวงทวารคือภาวะที่เนื้อเยื่อหลอดเลือดในรูทวาร (Anal Cushion) เกิดการขยายตัวจนเกิดการหย่อนตัวลงมาในตำแหน่งที่ต่ำ และอาจห้อยย้อยเป็นลักษณะติ่งเนื้อ เมื่อมีการขับถ่ายอาจทำให้ติ่งริดสีดวงทวารแตกจนทำให้เกิดเลือดออกขณะขับถ่ายได้
โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคริดสีดวงทวารมีหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น
- พฤติกรรมการขับถ่ายที่ไม่ดี เช่น ใช้เวลานั่งขับถ่ายนาน ๆ
- การรับประทานอาหารที่ไม่มีกากใย
- ท้องผูกหรือท้องเสียเป็นประจำ
- การออกแรงเบ่งมาก ๆ เป็นประจำ เช่น การทำอาชีพที่ต้องยกของ
- น้ำหนักตัวมากเกินไป
- การตั้งครรภ์
- การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
- กล้ามเนื้อเกี่ยวพันในทวารหนักหย่อนยานจากอายุที่มากขึ้น
- โรคแทรกซ้อน เช่น โรคตับแข็ง
ริดสีดวงทวารมีกี่ประเภท?
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ริดสีดวงทวารนั้นสามารถแบ่งประเภทของริดสีดวงได้ตามตำแหน่งที่เกิดขึ้น ดังนี้
- ริดสีดวงภายใน เกิดขึ้นเหนือหูรูดทวารหนัก ในระยะแรก ๆ จะไม่สามารถคลำเจอ และไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด มักตรวจพบด้วยการส่องกล้อง โดยริดสีดวงภายในสามารถแบ่งออกได้อีก 4 ระยะตามระดับความรุนแรงของติ่งริดสีดวง
- ระยะที่ 1 หัวริดสีดวงมีขนาดเล็ก และจะไม่มีหัวโผล่ออกมาขณะขับถ่าย มีเพียงแค่อาการขับถ่ายเป็นเลือดที่ไม่เจ็บปวดเท่านั้น
- ระยะที่ 2 หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อขับถ่ายหัวริดสีดวงจะโผล่ออกมาแต่สามารถหดกลับเข้าไปได้เองเมื่อหยุดเบ่ง
- ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงจะโผล่ออกมาเมื่อขับถ่ายและไม่สามารถหดกลับไปได้เองจนต้องใช้นิ้วดันเข้าไป
- ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่มาก ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้อีก และอาจมีอาการอักเสบ บวม ไม่สามารถนั่งได้
- ริดสีดวงภายนอก เกิดขึ้นบริเวณรอบ ๆ ปากทวารหนัก สามารถมองเห็นและคลำพบได้ อาจมีเลือดออกและคันบริเวณทวารหนัก ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยริดสีดวงภายนอกจะมีอาการเจ็บปวด เนื่องจากบริเวณปากทวารหนักมีประสาทรับความรู้สึกอยู่มาก
ป้องกันริดสีดวงทวาร ด้วยการใส่ใจสุขภาพ

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าริดสีดวงทวารหนักส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดริดสีดวง เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดโอกาสในการเกิดริดสีดวงทวารได้ดังนี้
- ปรับนิสัยการขับถ่าย เช่น ไม่นั่งขับถ่ายพร้อมกับการอ่านหนังสือหรือดูหนัง ไม่เบ่งอุจจาระแรง ๆ และพยายามขับถ่ายให้เป็นเวลา
- รับประทานอาหารที่มีกากใย ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย
- ดื่มน้ำให้เพียงพอให้การขับถ่ายง่ายขึ้น
- ออกกำลังกายเป็นประจำ
ริดสีดวงทวารต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือไม่?
หากพบว่าตนเองเป็นริดสีดวงในระยะแรก ๆ หรือมีอาการริดสีดวงทวารไม่รุนแรง อาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด เพียงแค่ให้ยาร่วมกับปรับพฤติกรรมก็เพียงพอ หรือหากเริ่มมีอาการมากขึ้น ในเบื้องต้นสามารถรักษาด้วยการฉีดยา หรือยางรัดเพื่อให้ริดสีดวงฝ่อตัว แต่กรณีที่ริดสีดวงทวารมีขนาดใหญ่และรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง
การผ่าตัดริดสีดวงนั้นสามารถทำได้ทั้งการใช้เลเซอร์เพื่อเข้าไปทำลายเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงริดสีดวงทวาร หรือจะผ่าตัดนำหัวริดสีดวงออก ทั้งนี้ การรักษาจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ ซึ่งกรณีที่เลือกการผ่าตัดนำริดสีดวงออก ในปัจจุบันนั้นสามารถใช้วิธีผ่าตัดแบบแผลเล็ก MIS เพื่อลดผลข้างเคียงจากการผ่าตัด ให้แผลหายไวขึ้น สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติได้เร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับริดสีดวงทวาร
รักษาริดสีดวงทวารแบบไม่ผ่าตัดได้ไหม?
กรณีที่ริดสีดวงทวารอยู่ในระยะแรก ๆ หรือเป็นริดสีดวงภายนอกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก อาการยังไม่รุนแรง สามารถใช้การรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ ซึ่งมีอยู่หลายวิธี เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง และปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต การเหน็บยา การฉีดยา หรือการรัดยาง เป็นต้น
โรคริดสีดวงทวารสามารถเป็นซ้ำได้ไหม?
แม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้ว แต่โรคริดสีดวงทวารก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ หากยังคงพฤติกรรมเสี่ยง ไม่ว่าจะการขับถ่ายที่ไม่ดี ทานกากใยน้อย รวมถึงการมีระบบขับถ่ายที่ผิดปกติ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดริดสีดวงซ้ำได้ทั้งสิ้น
เป็นริดสีดวงทวารไม่ใช่เรื่องแปลก อย่าอายที่จะเข้ารับการรักษา
ไม่ว่าใครก็มีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารได้ หากมีพฤติกรรมการขับถ่ายและการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เพื่อเป็นการป้องกันโรคดังกล่าวจึงควรดูแลเรื่องการขับถ่าย และการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง แต่หากเป็นริดสีดวงแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกังวล ให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการรักษา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง
อย่าปล่อยให้ปัญหาริดสีดวงทวารคอยเป็นอุปสรรคในชีวิตประจำวัน ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : Praram 9 hospital
- Line : @Praram9Hospital
- โทร. 1270