ในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การมีแอร์ในบ้านหรือที่ทำงานได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับใครหลายคน เพราะแอร์ไม่เพียงช่วยคลายร้อนเท่านั้น แต่ยังสร้างความสบายให้กับการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้น การเลือกแอร์ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานและการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งความเย็นสบายและค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล
ในบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติมกันว่า แอร์แบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท พร้อมแนะนำวิธีเลือกซื้อแอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน รวมไปถึงแนะนำการใช้แอร์อย่างถูกวิธี เพื่อการประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานอีกด้วย
สารบัญบทความ
แอร์มีกี่ประเภท ควรเลือกยังไงให้เหมาะกับการใช้งาน
แอร์แบ่งได้เป็นกี่ประเภท
แอร์ติดผนัง (Wall Type)
แอร์แขวน (Ceiling Suspended Type)
แอร์ซ่อนใต้ฝ้า (Ceiling Concealed Type)
แอร์ตู้ตั้ง (Floor Standing Type)
แอร์เคลื่อนที่ (Portable Type)
วิธีเลือกแอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน
การใช้งานแอร์อย่างถูกวิธี
ควรเลือกซื้อแอร์ยี่ห้อไหนดี
เลือกใช้แอร์เพื่อความสบายในการใช้ชีวิต
แอร์แบ่งได้เป็นกี่ประเภท?
แอร์ปรับอากาศถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีอย่างประเทศไทย เราลองมาดูกันว่าประเภทของแอร์มีแบบไหนบ้าง เพื่อจะได้เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน
แอร์ติดผนัง (Wall Type)
แอร์ติดผนังเป็นแอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการติดตั้งในที่พักอาศัย ด้วยการติดตั้งที่ง่าย ราคาไม่สูงมากนัก และดูแลรักษาได้ง่าย ทำให้เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยจะแยกเป็นสองส่วนคือ คอยล์เย็นติดภายในห้อง และคอยล์ร้อนติดตั้งภายนอกอาคาร ทำให้ประหยัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง
แอร์แขวน (Ceiling Suspended Type)
แอร์แขวนจะเหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการการกระจายความเย็นได้ทั่วถึง เช่น ร้านอาหาร ห้องประชุม หรือพื้นที่โล่งกว้าง โดยการติดตั้งจะแขวนแอร์ไว้กับเพดานโดยไม่ต้องฝังฝ้า ทำให้ติดตั้งและซ่อมบำรุงได้ง่าย แต่อาจมีเสียงดังกว่าแอร์ประเภทอื่นเล็กน้อย
แอร์ซ่อนใต้ฝ้า (Ceiling Concealed Type)
แอร์ซ่อนใต้ฝ้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามในการตกแต่งภายใน เพราะตัวเครื่องจะถูกซ่อนอยู่เหนือฝ้าเพดาน มีเพียงช่องลมเย็นและรีโมทคอนโทรลให้เห็น ให้ความรู้สึกหรูหรา สะอาดตา แต่มีข้อเสียคือการติดตั้งและซ่อมบำรุงทำได้ยากกว่าแอร์ประเภทอื่น
แอร์ตู้ตั้ง (Floor Standing Type)
แอร์ตู้ตั้งเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่สามารถติดตั้งแอร์บนผนังหรือเพดานได้ หรือต้องการความเย็นที่รวดเร็วในพื้นที่ขนาดใหญ่ มักใช้งานในห้องโถงหรือพื้นที่สาธารณะ ข้อดีคือให้ความเย็นเร็ว ติดตั้งง่าย และเคลื่อนย้ายสะดวก แต่อาจเปลืองพื้นที่ใช้สอยมากกว่าแอร์ประเภทอื่น
แอร์เคลื่อนที่ (Portable Type)
แอร์เคลื่อนที่เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้ในห้องต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับห้องเช่าหรือพื้นที่ที่ไม่สามารถติดตั้งแอร์แบบถาวรได้ แต่มีข้อเสียคือประสิทธิภาพการทำความเย็นต่ำกว่าแอร์ประเภทอื่น และสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า
วิธีเลือกแอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือกซื้อแอร์บ้านให้คุ้มค่านั้นไม่ควรดูเพียงแค่ราคาแอร์บ้านเท่านั้น แต่ควรพิจารณาปัจจัยหลาย ๆ ด้านประกอบกัน โดยเฉพาะการเลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งแม้จะมีราคาสูงกว่าแต่จะช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาว นอกจากนี้ควรเลือกซื้อแอร์พร้อมบริการติดตั้งเพื่อความสะดวกโดยที่ไม่ต้องจ้างช่างติดตั้งเพิ่มเติม และเลือกขนาด BTU ให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง เพราะหากเลือกแอร์ขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น
การใช้งานแอร์อย่างถูกวิธี
การใช้งานแอร์อย่างถูกวิธีไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ แต่ยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าและรักษาสุขภาพของผู้ใช้งานอีกด้วย โดยวิธีการใช้งานแอร์อย่างถูกวิธีจะมีดังนี้
- ตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสม (25-26 องศา) การตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาเซลเซียสถือเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุด เพราะร่างกายสามารถปรับตัวได้ดีและประหยัดพลังงาน การตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไปนอกจากจะสิ้นเปลืองไฟแล้วยังส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
- ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกเดือน แผ่นกรองอากาศที่สะอาดช่วยให้การไหลเวียนของอากาศดีขึ้น ลดการทำงานหนักของคอมเพรสเซอร์ และช่วยกรองฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรล้างทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- ล้างแอร์ใหญ่ทุก 6 เดือน การล้างครั้งใหญ่โดยช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่สะสม เชื้อรา และแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงช่วยให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- หลีกเลี่ยงการเปิด-ปิดแอร์บ่อยเกินไป การเปิดปิดบ่อย ๆ ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก สิ้นเปลืองพลังงาน และอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลง ควรใช้ฟังก์ชันตั้งเวลาแทน
ควรเลือกซื้อแอร์ยี่ห้อไหนดี?
สำหรับใครที่กำลังเลือกซื้อแอร์อาจลองพิจารณา แอร์ LG หนึ่งในแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับความนิยมในตลาดเครื่องปรับอากาศ ด้วยเทคโนโลยี Dual Inverter Compressor ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 70%* และทำความเย็นได้เร็วกว่าแอร์ทั่วไป
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี AI Air ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การทำความเย็นอัจฉริยะ ที่จะคอยติดตามตำแหน่ง ตรวจสอบอุณหภูมิ และปรับการไหลเวียนของอากาศภายในห้อง เพื่อความสะดวกสบายในการพักผ่อนอย่างเต็มที่ พร้อมการรับประกันคอมเพรสเซอร์นานถึง 10 ปี จึงสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี
*เมื่อเทียบระหว่างระบบอินเวอร์เตอร์และไม่ใช่ระบบอินเวอร์เตอร์ขนาด 24,000 BTU
เลือกใช้แอร์ให้เหมาะสม เพื่อความสบายในการใช้ชีวิต
แอร์ได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในชีวิตประจำวันที่ช่วยสร้างความสบายในการใช้ชีวิต ซึ่งจะมีให้เลือกหลากหลายประเภทตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแอร์ติดผนัง แอร์แขวน แอร์ซ่อนใต้ฝ้า แอร์ตู้ตั้ง หรือแอร์เคลื่อนที่ การเลือกซื้อควรพิจารณาทั้งประสิทธิภาพการประหยัดไฟ เทคโนโลยีต่าง ๆ และขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ นอกจากนี้การดูแลรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ