ชาวบ้านจับจักจั่นสีทองในยามค่ำคืนที่เมืองลู่โหลว อำเภอเพ่ย์เซี่ยน เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)

การเพาะเลี้ยงจักจั่นสีทอง ได้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของชาวจีนในตำบลลู่โหลว อำเภอเพ่ย์เซี่ยน เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของประเทศจีน

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม การจับจักจั่นสีทองในยามค่ำคืนกลายเป็นกิจกรรมที่สำคัญในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน เจีย เป่าเหลย หัวหน้าศูนย์เพาะเลี้ยงจักจั่นท้องถิ่น กล่าวว่า ฐานขยายพื้นที่มีขนาดกว่า 720 หมู่ (302.4 ไร่) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่บิดาของเขาก่อตั้งในปี 2561 โดยมีพื้นที่เริ่มต้นเพียง 360 หมู่ (151.2 ไร่)

ต้นไม้เพียงต้นเดียวสามารถผลิตจักจั่นสีทองได้มากกว่า 300 ตัว และเมื่อขายได้ในราคาประมาณ 1 หยวน (ประมาณ 4.5 บาท) นั่นหมายถึงรายได้มากกว่า 300 หยวนต่อต้น

ชาวบ้านจับจักจั่นสีทองในยามค่ำคืนที่ตำบลลู่โหลว อำเภอเพ่ย์เซี่ยน เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)

เจียและชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมมือกับสถาบันการแพทย์แผนจีนประจำมณฑลเจียงซูในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และวงจรแสงในห้องฟักไข่จั๊กจั่นได้อย่างแม่นยำ

ในพื้นที่ทดลองขนาด 63 ไร่ในตำบลลู่โหลว หลี่ ซ่งหลิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคุณภาพและเมตาโบโลมิกส์ของการแพทย์แผนจีน (TCM) ประจำสถาบันการแพทย์แผนจีนในมณฑลเจียงซู ได้นำทีมเก็บตัวอย่างรากหน่อไม้ฝรั่ง ดิน และตัวอ่อนของจักจั่น

“หน่อไม้ฝรั่งมีรากตื้น จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการบำรุงเลี้ยงจักจั่น” หลี่อธิบาย ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ลู่โหลวได้เริ่มศึกษารูปแบบการทำฟาร์มจักจั่นสีทองร่วมกับหน่อไม้ฝรั่ง โดยคาดว่าจะมีผลผลิตจักจั่นสีทอง 150 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 หมู่ (0.42 ไร่) และเมื่อรวมหน่อไม้ฝรั่งเข้าไปด้วย มูลค่าผลผลิตรวมอาจสูงถึงประมาณ 30,000 หยวนต่อหมู่

คราบจักจั่นที่หลงเหลืออยู่บนกิ่งต้นเอล์ม (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)

หลังจากที่จักจั่นลอกคราบแล้ว คราบที่เหลือจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ โดยบางส่วนถูกส่งไปยังสถาบันการแพทย์แผนจีนในมณฑลเจียงซู เพื่อเป็นแหล่งผลิตยาคุณภาพสูง ด้วยการสนับสนุนจากทีมฟื้นฟูชนบทของมณฑล ลู่โหลวยังมีแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตยาต้มแผนจีนด้วย

ที่มา People’s Daily Online

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน