เส้นเลือดในสมองตีบเป็นภาวะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพและเป็นอันตรายต่อชีวิต หากรู้จักสัญญาณเตือนเส้นเลือดในสมองตีบ เข้าใจว่าเส้นเลือดในสมองตีบเกิดจากอะไร และทำการรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงจากอาการร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ทั้งยังส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
สารบัญบทความ
เส้นเลือดในสมองตีบมีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง
สังเกตอาการเส้นเลือดในสมองตีบที่ควรระวัง
หลอดเลือดสมองตีบตันกับแตก มีความต่างกันอย่างไร?
9 ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่เส้นเลือดในสมองตีบ
วิธีรักษาและป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบ
เส้นเลือดในสมองตีบ ภัยร้ายที่ควรรีบรักษา
เส้นเลือดในสมองตีบมีสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง
เส้นเลือดในสมองตีบ (Ischemic Stroke) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองตีบแคบหรืออุดตัน ทำให้สมองไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ หากปล่อยอาการเส้นเลือดในสมองตีบไว้นานเกินไป อาจทำให้เซลล์สมองบางส่วนเสียหายถาวร และส่งผลต่อการทำงานของร่างกายในหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว การพูด หรือแม้แต่การมองเห็น
ปัจจัยที่ทำให้เส้นเลือดในสมองตีบจะมี 3 สาเหตุหลัก ดังนี้
- ไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หรือการมีระดับไขมันในเลือดที่ไม่ปกติ อาจทำให้ไขมันเข้าไปเกาะตามผนังหลอดเลือดเป็นคราบพลัคแข็ง (Plaque) ส่งผลให้หลอดเลือดจะตีบแคบลงจนเลือดไหลผ่านไม่สะดวก และเสี่ยงต่อการอุดตันจนเส้นเลือดสมองตีบในที่สุด
- การบาดเจ็บภายในหลอดเลือด ในบางกรณี ผนังหลอดเลือดอาจเกิดการฉีกขาดเล็ก ๆ ภายใน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดลิ่มเลือดไปเกาะบริเวณนั้น และนำไปสู่การอุดตันในเวลาต่อมา
- ลิ่มเลือดที่มาจากหัวใจ ผู้ที่มีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจมีโอกาสเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งลิ่มเลือดเหล่านี้สามารถหลุดลอยไปตามกระแสเลือดและไปอุดตันที่หลอดเลือดสมองได้
อาการเส้นเลือดในสมองตีบที่ควรสังเกต
โรคเส้นเลือดในสมองตีบหากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อาจส่งผลให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วง 270 นาที หลังเริ่มมีอาการเริ่มแรกของเส้นเลือดในสมองตีบ การสังเกตอาการที่บ่งชี้ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยอาการที่สังเกตได้จากโรคเส้นเลือดในสมองตีบที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่
- แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง ชาอย่างเฉียบพลัน
- มือหรือเท้าหยิบจับของไม่ได้ ของหล่นจากมือโดยไม่รู้ตัว
- เดินลำบาก ทรงตัวไม่ได้ หรือยกขาไม่ขึ้น
- มุมปากตก หรือปากเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด
- พูดไม่ชัด พูดผิด พูดติดขัด หรือพูดไม่ได้เลย
- มองเห็นภาพซ้อน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นฉับพลัน
- ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน อาจร่วมกับอาเจียนหรือเวียนหัว
- ใบหน้าหรือร่างกายซีกใดซีกหนึ่งรู้สึกชาแบบไม่ปกติ
หลอดเลือดสมองตีบตันกับแตก มีความต่างกันอย่างไร?
อาการหลอดเลือดสมองตีบ และเส้นเลือดในสมองแตก แม้จะส่งผลคล้ายกันในเรื่องของภาวะสมองขาดเลือด แต่กลไกการเกิดและอาการต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้
- หลอดเลือดสมองตีบ เป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงในสมองค่อย ๆ ตีบแคบจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง เมื่อเส้นเลือดแคบมากจนเลือดไปไม่ถึงสมองเพียงพอ อาจเกิดอาการทางระบบประสาท เช่น แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจเกิดภาวะสมองตายบางส่วน
- เส้นเลือดในสมองแตก เกิดจากการที่ผนังหลอดเลือดในสมองฉีกขาด ทำให้เลือดรั่วไหลออกมาในเนื้อสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง เลือดที่รั่วออกมาจะไปกดทับเนื้อสมอง ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน หรือหมดสติเฉียบพลัน สาเหตุหลักมักมาจากความดันโลหิตสูง หรือหลอดเลือดผิดปกติ เช่น ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง
9 ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่เส้นเลือดในสมองตีบ

เส้นเลือดในสมองตีบเป็นสาเหตุหลักของภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต และการเสียชีวิตเฉียบพลันในผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เส้นเลือดในสมองตีบจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะได้ป้องกันก่อนที่โรคจะลุกลามหรือแสดงอาการแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ มีดังนี้
- อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเข้าสู่วัย 55 ปีขึ้นไป หลอดเลือดจะเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้โอกาสเกิดการตีบแคบเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ
- ขาดการออกกำลังกายและน้ำหนักเกินเกณฑ์ การใช้ชีวิตแบบไม่เคลื่อนไหวมากพอ และการมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เป็นตัวเร่งให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานหนักขึ้น
- การบริโภคอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูง อาหารประเภททอด มัน เค็ม และแปรรูป ส่งผลให้ไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด นำไปสู่การตีบแคบของหลอดเลือดสมอง
- การสูบบุหรี่ สารนิโคตินและพิษในบุหรี่ทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวเร็วขึ้น และเลือดมีแนวโน้มจับตัวเป็นลิ่ม
- การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ส่งผลต่อการควบคุมความดันโลหิต และเร่งให้ผนังหลอดเลือดเกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมของภาวะหลอดเลือดตีบ
- ภาวะไขมันในเลือดสูง เมื่อไขมันไม่ดี (LDL) สูง ไขมันจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือด จนเกิดเป็นคราบไขมันแข็งตัวขัดขวางการไหลเวียนของเลือด
- เบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องทำลายความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ทำให้เสี่ยงเส้นเลือดตีบและอุดตันได้ง่าย
- ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง หากมีค่าความดันเกิน 160/90 mmHg อย่างต่อเนื่อง แรงดันในหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้น ทำให้เลือดแข็งตัวเร็วกว่าปกติซึ่งเป็นสาเหตุของเส้นเลือดสมองตีบ
- โรคหัวใจ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคหัวใจบางชนิด อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดที่ไหลไปอุดตันในสมองได้โดยตรง
วิธีรักษาและป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบ
การรักษาเส้นเลือดในสมองตีบนั้น แพทย์อาจใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดเพื่อฟื้นการไหลเวียนเลือด และควบคุมโรคร่วม เช่น ความดัน เบาหวาน หรือไขมันสูง หลังจากนั้นจะมีการฟื้นฟูร่างกายเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
การป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบทำได้ด้วยการควบคุมความดัน น้ำตาล ไขมันในเลือด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงอาหารไขมันสูง และงดบุหรี่ หากมีอาการชา อ่อนแรง หรือพูดลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงเกิดอาการร้ายแรง และฟื้นตัวได้เร็ว
เส้นเลือดในสมองตีบ ภัยร้ายที่ควรรีบรักษา
เส้นเลือดในสมองตีบอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ถ้าปล่อยไว้นานอาจส่งผลรุนแรงต่อชีวิต หากได้รับการรักษาเร็วโอกาสฟื้นตัวก็จะสูง การใส่ใจสัญญาณเตือนและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยง
ที่โรงพยาบาลพระรามเก้าให้บริการตรวจ วินิจฉัย และรักษาเส้นเลือดในสมองตีบ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีทันสมัย ดูแลครบทั้งในภาวะเฉียบพลันและการฟื้นฟูหลังรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบได้รับการรักษาอย่างครอบคลุม และสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Facebook : Praram 9 hospital
Line : @Praram9Hospital
โทร. 1270