เคยสังเกตไหม? ในตอนที่ขาของเราบางวันดูเหมือนจะโป่ง แถมมีเส้นเลือดสีเขียวหรือม่วงขึ้นชัดมาก จนรู้สึกไม่มั่นใจเวลาใส่กางเกงสั้นหรือกระโปรง ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นแค่เส้นเลือดขึ้นธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วนั่นอาจเป็นสัญญาณของ อาการเส้นเลือดขอด (Varicose Veins) ที่กำลังบอกว่าหลอดเลือดดำของคุณเริ่มทำงานผิดปกติ

แต่ไม่ต้องกังวลใจมากไปนะ เพราะปัจจุบันมีวิธีรักษาเส้นเลือดขอดที่ไม่ต้องผ่าตัด และเห็นผลจริง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “การฉีดเส้นเลือดขอด” (Sclerotherapy) ซึ่งช่วยให้เส้นเลือดที่โป่งพองค่อย ๆ ยุบลง ขากลับมาเรียบเนียน และลดอาการปวด ตึง หรือบวมได้อย่างปลอดภัย

บทความนี้มาทำความเข้าใจแบบละเอียดกันเลยว่า การฉีดเส้นเลือดขอดคืออะไร เหมาะกับใคร ทำอย่างไร และต้องดูแลตัวยังไงหลังฉีดถึงจะเห็นผลดีที่สุด

เส้นเลือดขอดคืออะไร?

เส้นเลือดขอด (Varicose Veins) คือภาวะที่หลอดเลือดดำใต้ผิวหนังทำงานผิดปกติ อยู่ในภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนกลับไปสู่หัวใจได้ตามปกติ

เมื่อเลือดค้างอยู่ในหลอดเลือดนาน ๆ ผนังหลอดเลือดจะโป่งพองและบิดตัว จนเห็นเป็นเส้นสีม่วง น้ำเงิน หรือเขียวเข้มขึ้นมาชัดเจน โดยมักพบที่ขาและน่อง เพราะเป็นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักตัวและแรงโน้มถ่วงขณะยืน โน้มตัวระหว่างวันมากที่สุด

เช็กสาเหตุเกิดเส้นเลือดขอด

เส้นเลือดขอดเกิดได้จากหลายปัจจัยมากเลยนะ ดังนั้นถ้าใครคิดว่าเกิดจากการยืนนาน ๆ เพียงอย่างเดียว อาจต้องคิดใหม่แล้วล่ะ เพราะยังมีสาเหตุจากส่วนอื่น ๆ ได้แก่

กรรมพันธุ์

ถ้ามีคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติพี่น้องเคยเป็นเส้นเลือดขอด โอกาสที่จะเกิดอาการเส้นเลือดขอดก็มีมากขึ้น เพราะผนังหลอดเลือดและลิ้นในหลอดเลือดอาจมีความแข็งแรงน้อยกว่าคนทั่วไป ทำให้เลือดไหลย้อนกลับได้ง่ายกว่าปกติ เหมือนถ่ายทอดกันได้ผ่าน DNA เลยล่ะ

ยืนนาน นั่งนาน

ยกตัวอย่างเลยนะ อาชีพที่ต้องยืนหรือนั่งนาน ๆ เช่น พยาบาล, พนักงานขาย หรือพนักงานออฟฟิศ ทำให้เลือดคั่งที่ขา อาชีพพวกนี้แหละทำให้เกิดการคั่งของเลือดบริเวณขา เส้นเลือดจึงโป่งพองและเห็นชัดขึ้น ยิ่งถ้าไม่ขยับเปลี่ยนอิริยาบถเลย ก็ยิ่งกระตุ้นให้เส้นเลือดขอดถามหาเร็วขึ้นด้วยนะ

อายุและฮอร์โมน

เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่อาการเส้นเลือดขอดพบได้บ่อยในผู้หญิงวัย 30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิด เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ไปทำให้ผนังหลอดเลือดหย่อน

น้ำหนักตัวเกิน

ขาก็ต้องทำงานหนักขึ้นในการพยุงตัว ทำให้แรงดันในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น และเลือดไหลกลับสู่หัวใจได้ยากขึ้น ยิ่งมีไขมันสะสมมาก เส้นเลือดก็ยิ่งถูกกดทับและอุดตันง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดเส้นเลือดขอดได้โดยไม่รู้ตัวเลย

การออกกำลังกายหรือยกของหนักเกินไป

แม้การออกกำลังกายจะดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าหักโหมเกินไป โดยเฉพาะการยกน้ำหนักที่ใช้แรงกดบริเวณขาเยอะ จะทำให้แรงดันในหลอดเลือดเพิ่มขึ้นจนลิ้นในหลอดเลือดทำงานผิดปกติ เส้นเลือดก็จะโป่งและเห็นเป็นเส้นนูนชัดเจนขึ้นได้ ดังนั้นควรเลือกออกกำลังกายแบบเหมาะสม เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานเบา ๆ ที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีโดยไม่กดดันขามากเกินไป

อาการของเส้นเลือดขอด

นอกจากจะเห็นเส้นเลือดโป่งชัดเป็นเส้น ๆ ใต้ผิวหนังแล้ว หลายคนอาจเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติเล็ก ๆ ที่ขาโดยไม่ทันสังเกต เช่น ตึง หน่วง ปวด หรือบวม หลังยืนนาน ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่แหละคือสัญญาณเริ่มต้นของเส้นเลือดขอดที่ไม่ควรมองข้ามเลย

ในระยะแรกอาจไม่มีอาการเจ็บมาก แต่เมื่อปล่อยไว้นานเข้า เส้นเลือดจะยิ่งขยายใหญ่และคดงอจนเห็นชัดขึ้น ผิวบริเวณนั้นอาจเริ่มเปลี่ยนสี หรือมีอาการคันร่วมด้วย เพราะเลือดคั่งอยู่ในหลอดเลือดเป็นเวลานาน

 

  • ปวด ตึง หน่วง หรือเมื่อยขา โดยเฉพาะหลังยืนนาน

ความรู้สึกนี้จะคล้ายขาหนัก ๆ เหมือนเดินหรือยืนมาทั้งวัน แม้จะไม่ได้ออกแรงมากก็ตาม เพราะเลือดไหลเวียนไม่สะดวก เลือดค้างอยู่ในเส้นเลือดฝอยและหลอดเลือดดำส่วนล่าง จนเกิดแรงดันทำให้รู้สึกปวดและหน่วง

 

  • มีอาการบวมที่ข้อเท้า

โดยเฉพาะตอนเย็น ๆ หรือหลังยืนนาน จะเห็นได้ชัดว่าข้อเท้าบวมกว่าปกติ พอพักเท้าแล้วยกขาสูงขึ้น อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ถ้าปล่อยไว้บ่อย ๆ ก็อาจบวมถาวรได้ เพราะหลอดเลือดดำเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่แล้ว

 

  • ผิวหนังบริเวณขามีรอยคล้ำหรือคัน

เป็นอีกสัญญาณที่หลายคนมักมองข้าม เพราะคิดว่า “แค่ผิวแห้ง” แต่จริง ๆ แล้วเกิดจากการที่เลือดคั่งใต้ผิวหนังเป็นเวลานาน ทำให้เม็ดเลือดแดงรั่วออกมาและสะสมจนเกิดสีคล้ำ ๆ น้ำตาลหรือม่วงแดง ผิวอาจแห้งและคันร่วมด้วย

 

  • ในรายที่รุนแรงอาจเกิดแผลเรื้อรังหรือเลือดออกจากเส้นเลือดได้

หากเส้นเลือดขอดโป่งมากจนผนังบางลง ก็อาจแตกและเลือดออกได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อโดนกระแทกหรือเกาแรง ๆ นอกจากนี้ การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดีจะทำให้แผลหายช้า เกิดเป็นแผลเรื้อรังบริเวณข้อเท้า ซึ่งมักต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง

ฉีดเส้นเลือดขอด คืออะไร?

การฉีดเส้นเลือดขอด (Sclerotherapy) คือการรักษาเส้นเลือดขอดโดย ไม่ต้องผ่าตัด แพทย์จะฉีดสารละลายชนิดพิเศษ เข้าไปในหลอดเลือดที่โป่งพอง ซึ่งจะทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการระคายเคืองและยุบตัวติดกัน และเลือดจะไม่สามารถไหลผ่านหลอดเลือดเส้นนั้นได้อีก ทำให้เส้นเลือดค่อย ๆ จางลงและถูกดูดซึมโดยร่างกายในที่สุด

ขั้นตอนการฉีดเส้นเลือดขอด

  1. ประเมินและตรวจเส้นเลือด

แพทย์จะใช้เครื่อง อัลตราซาวด์โดปเลอร์ (Doppler Ultrasound) เพื่อดูระดับความรุนแรงของเส้นเลือดขอด และกำหนดบริเวณที่จะฉีด

 

  1. ทำความสะอาดและฉีดยาเข้าเส้นเลือด

เป็นขั้นตอนแรกที่ต้องทำโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญจริง ๆ ใช้เข็มขนาดเล็กมาก ฉีดสารละลาย เช่น Sodium Tetradecyl Sulfate หรือ Polidocanol เข้าไปในหลอดเลือด

 

  1. ประคบและพันขาหลังทำ

หลังฉีด แพทย์จะใช้ผ้าพันขาหรือถุงน่องทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้ผนังหลอดเลือดติดกันดีขึ้นและลดรอยฟกช้ำ

 

  1. ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น

การฉีดแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง 20–40 นาที สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ฉีดเส้นเลือดขอด เจ็บไหม?

คำถามยอดฮิตที่คนกลัวเข็มมักถามก่อนทำทุกคนเลย แต่ขอบอกก่อนว่า การฉีดเส้นเลือดขอด (Sclerotherapy) เป็นหัตถการที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และเจ็บน้อยกว่าที่หลายคนจินตนาการไว้มากค่ะ

ส่วนใหญ่คนไข้จะรู้สึกแค่จิ๊ดเบา ๆ ตอนที่เข็มสัมผัสผิวเท่านั้นเอง หลังจากนั้นจะรู้สึกอุ่น ๆ หรือแสบนิด ๆ ในขณะที่ตัวยาถูกฉีดเข้าไปในเส้นเลือด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติ เพราะยาจะไปทำให้ผนังหลอดเลือดขอดยุบตัวลงและปิดสนิทในที่สุด อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปภายในไม่กี่นาที

ฉีดเส้นเลือดขอด เหมาะกับใครบ้าง?

การฉีดเส้นเลือดขอด ถ้ามองในมุมวงการแพทย์เพื่อรักษาคนไข้ให้หายดีและปลอดถภัยที่สุด เหมาะสำหรับคนที่มีอาการ เส้นเลือดขอดขนาดเล็กถึงปานกลาง หรือมีเส้นเลือดฝอยแตกที่ทำให้ขาดูไม่เรียบเนียน หรือโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีอาการแบบนี้

  • ต้องการรักษาโดยไม่ผ่าตัด
  • ไม่มีภาวะอุดตันของหลอดเลือดลึก
  • สุขภาพทั่วไปแข็งแรง ไม่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิด

ต้องฉีกกี่ครั้งถึงจะหาย?

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนเส้นเลือด และส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำ 2–4 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ จากนั้นเส้นเลือดจะค่อย ๆ จางลงในช่วง 2–3 เดือนหลังการรักษา และให้ผลชัดเต็มที่ภายใน 6 เดือน

แนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีดเส้นเลือดขอด

หลังจากฉีดเส้นเลือดขอดเสร็จแล้ว การดูแลตัวเองถือว่าสำคัญมาก ๆ เลยนะ เพราะช่วยให้หลอดเลือดยุบเร็ว ผิวฟื้นตัวไว และลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเส้นเลือดกลับมาเป็นซ้ำอีก

  • สวมถุงน่องทางการแพทย์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งนิ่ง ๆ นานเกินไป
  • งดออกกำลังกายหนัก ๆ หรือยกของหนัก ชั่วคราว
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำร้อน/ซาวน่า ในช่วงสัปดาห์แรก
  • อย่าขัด ถู หรือเกา บริเวณที่ฉีด
  • มาพบแพทย์ตามนัด เพื่อประเมินผลและดูว่าต้องฉีดซ้ำหรือไม่

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดเส้นเลือดขอด

โดยทั่วไปหากฉีดเส้นเลือดขอดกับคุณหมอที่เชี่ยวชาญจริง ๆ ถือว่าปลอดภัยมากเลยนะ แต่หลังฉีดในบางรายอาจพบอาการที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว เช่น

  • รอยแดงหรือช้ำบริเวณที่ฉีด
  • ผิวบริเวณนั้นอุ่นเล็กน้อย
  • เส้นเลือดดูเข้มขึ้นชั่วคราวก่อนจางลง

ฉีดเส้นเลือดขอด VS ผ่าตัด ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเหมือนกันคือปิดการไหลเวียนของเส้นเลือดที่ขอด เพื่อให้เลือดไหลกลับสู่หลอดเลือดหลักได้ตามปกติ แต่แตกต่างกันที่ วิธีการ, ขั้นตอน, ระยะพักฟื้น และความเหมาะสมของแต่ละคน

ฉีดเส้นเลือดขอด (Sclerotherapy)

  • เหมาะกับเส้นขอดเล็กถึงปานกลาง
  • เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น
  • ใช้เวลา 15-30 นาที กลับบ้านได้เลย
  • อาจต้องทำหลายครั้ง แต่ไม่มีแผลภายนอกให้เห็นเท่าการผ่าตัด

ผ่าตัดเส้นเลือดขอด

  • เหมาะกับเส้นขอดใหญ่หรืออาการรุนแรง
  • แก้ปัญหาตรงจุด แต่มีแผลและต้องพักฟื้น
  • เจ็บมากกว่า ค่าใช้จ่ายสูงกว่า

ราคาฉีดเส้นเลือดขอด ตอนนี้ราคาประมาณเท่าไหร่?

ราคารักษาด้วยการฉีดเส้นเลือดขอด ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและจำนวนครั้งที่ต้องฉีด โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 บาทต่อครั้ง (ยังไม่รวมการรักษาแบบเหมาข้าง) และในบางคลินิกอาจมีแพ็กเกจหลายจุดพร้อมราคาพิเศษ ดังนั้นจึงอยากแนะนำให้ดูรีวิวเยอะ ๆ และศึกษาคลินิก และแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริง ๆ

สรุป: ฉีดเส้นเลือดขอด ทางเลือกไม่เจ็บตัวเยอะ แผลน้อย ปลอดภัยและเห็นผลจริง

การฉีดเส้นเลือดขอด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ขากลับมาเรียบเนียน โดยไม่ต้องผ่าตัด

แถมปลอดภัย เห็นผลไวและเจ็บน้อยกว่าที่คิด เหมาะสำหรับคนที่เริ่มมีเส้นเลือดขอดขนาดเล็กถึงปานกลาง

แต่สิ่งสำคัญที่สุดเลยนะ คือควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนเสมอ เพื่อให้ประเมินระดับความรุนแรงและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ เพราะการดูแลเส้นเลือดขาให้แข็งแรงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นในระยะยาวด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน