พุทธศักราช 2567 นับเป็นปีมหามงคลยิ่งของปวงชนชาวไทยที่ได้ร่วมกันเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน พร้อมใจกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จด้วย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567


ขณะที่ประชาชนชาวไทยทุกจังหวัดทั่วประเทศต่างพร้อมใจเข้าร่วมในพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก่อนทำพิธีเสกน้ำพุทธมนต์ เวียนเทียนสมโภชน้ำพุทธมนต์ พร้อมจัดมหรสพสมโภช และเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์จาก 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมในการพระราชพิธี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในการเสด็จออกมหาสมาคม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล

เนื่องในปีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งแรกในรัชสมัย ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม โอกาสนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร รัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ โดยเสด็จในการนี้ด้วย
กองทัพเรือจัดขบวนเรือพระราชพิธีรวมทั้งสิ้น 52 ลำ งดงามยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จสองฝั่งลำน้ำเจ้าพระยา ต่างปลื้มปีติเป็นล้นพ้น พร้อมใจกันเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องเมื่อเสด็จพระราชดำเนินผ่าน

ในวันที่ 3 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปในพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ “ราชวัลลภ เทิดไท้จอมราชา 72 พรรษามหามงคล” ณ พระลานพระราชวังดุสิต การนี้พลเอกหญิงสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงนำการสวนสนามของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์และทหารรักษาพระองค์สามเหล่าทัพในตำแหน่ง “องค์ผู้บังคับกองผสม” พร้อมด้วยพลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาทรงม้านำขบวนกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ ในตำแหน่ง “องค์ผู้บังคับกองพันทหารม้ารักษาพระองค์”
วันที่ 10 ธันวาคม เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือยนต์พระที่นั่งเลียบตามแนวคลองเปรมประชากรที่ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พัฒนาคลองกลับคืนสู่ความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบ โดยเสด็จฯไปทรงเปิดสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ “เปรมประชาวนารักษ์” ณ พื้นที่ถนนกำแพงเพชร 6 แนวขนานคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

วันที่ 14 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “สะพานทศมราชัน” ทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งกระทรวงคมนาคม โดยการทางพิเศษ แห่งประเทศไทย มีแนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรมสะพานแห่งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อสะพานนี้ว่า “สะพานทศมราชัน” หมายถึง “พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 10” และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ประดิษฐานบนสะพานแห่งนี้ด้วย
ในปี 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย และพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งรัฐบาลอัญเชิญมาประดิษฐานในประเทศไทยเนื่องในปีแห่งความปีติยิ่งนี้ ณ ท้องสนามหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ประธานที่ปรึกษาการจัดนิทรรศการ และภัณฑารักษ์ ทรงจัดนิทรรศการ “ราชภูษิตาภรณ์สยาม” ถวาย โดยจัดแสดงฉลองพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามโบราณราชประเพณีที่ทรงใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และทรงจัดการแสดงอุปรากร “มาดามบัตเตอร์ฟลาย” ถวาย ในฐานะองค์ประธานจัดงาน และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ SIRIVANNAVARI
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงที่จัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ อาทิ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พระรามาวตาร บัลเลต์คณะบอลชอยจากรัสเซีย การแสดงดนตรีออร์เคสตราเฉลิมพระเกียรติ และละครนอกเรื่องสังข์ทอง
ในส่วนของภาครัฐบาล จัดพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติ พร้อมจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นอกจากนี้รัฐบาลยังจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 10 โครงการ อาทิ โครงการยกระดับสวนสาธารณะบึงหนองบอน โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า โครงการแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง โครงการ “10 คลองสวย น้ำใสคนไทยมีสุข” โครงการยกระดับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โครงการบริจาคโลหิต 10 ล้านซีซี เป็นต้น
ปีพุทธศักราช 2567 นับเป็นปีแห่งความปลื้มปีติของปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยในปี 2568 พสกนิกรชาวไทยจะหลอมรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ใน วันที่ 14 มกราคม 2568 เพื่อแสดงถึงพลังแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคีของคนไทยทั้งประเทศ