หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

20 ปี ศูนย์ไซโคลตรอน - เพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พลิกโฉมเวชศาสตร์นิวเคลียร์ไทย

19 ก.ย. 2569 - 14:14 น.

20 ปี ศูนย์ไซโคลตรอน และ เพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พลิกโฉมเวชศาสตร์นิวเคลียร์ไทย สืบสานพระปณิธาน องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สู่ความเป็น “Frontier” แห่งบริการสุขภาพระดับสากล

19 กันยายน 2569 – ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งการก่อตั้ง ตอกย้ำการเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์ระดับสูงของประเทศไทย

ทั้งนี้ ศูนย์แห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากรากฐานแห่งพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

โดยทรงมุ่งหวังให้ศูนย์แห่งนี้เป็นที่พึ่งทางสุขภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคซับซ้อน เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ทันสมัยทัดเทียมระดับสากลได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องเดินทางไปรักษาตัวยังต่างประเทศ ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ได้ดำเนินงานตามแนวพระดำริจนก้าวสู่หมุดหมายสำคัญในการเป็น “Frontier” แห่งบริการสุขภาพ และผู้นำด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ของไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผ่านความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมสำคัญ ได้แก่

1. ยกระดับมาตรฐานสู่ระดับโลก (EARL & QUANUM Accreditation) ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้รับการรับรองเป็นศูนย์ความเป็นเลิศระดับสากล ทั้งในด้านกระบวนการสร้างภาพจากเครื่อง PET/CT และ PET/MRI

รวมถึงกระบวนการให้บริการ Theranostics (นวัตกรรมการบูรณาการสารเภสัชรังสีเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาโรคอย่างจำเพาะเจาะจง) ตามมาตรฐานสมาคมเวชศาสตร์นิวเคลียร์แห่งยุโรป

นอกจากนี้ยังได้รับการตรวจรับรองคุณภาพระดับสากล QUANUM (Quality Management Audits in Nuclear Medicine Practices) โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ขึ้นแท่นเป็นศูนย์ไซโคลตรอนที่มีมาตรฐานระดับสูงแห่งแรกของประเทศไทย

2. นวัตกรรม “เทราโนสติกส์” (Theranostics): วินิจฉัยและรักษาแบบมุ่งเป้าในหนึ่งเดียว หนึ่งในก้าวสำคัญของศูนย์ฯ คือการพัฒนาไปสู่นวัตกรรม Theranostics (Therapeutics + Diagnostics) โดยฉีดสารเภสัชรังสีชนิดถ่ายภาพเพื่อค้นหาตำแหน่งเซลล์มะเร็งด้วยเพทสแกน

จากนั้นจะใช้สารเภสัชรังสีที่มีโครงสร้างเคมีเหมือนเดิมทุกประการ แต่เปลี่ยนเป็นรังสีรักษาเพื่อเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ มุ่งเป้า และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างได้อย่างเห็นได้ชัด

3. ก้าวนำด้วยนวัตกรรมสารเภสัชรังสีมากกว่า 27 ชนิด เพื่อการรักษาและการวินิจฉัยที่แม่นยำ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ยกระดับการผลิตสารเภสัชรังสีได้มากกว่า 27 ชนิด ภายใต้มาตรฐานการผลิตยา GMP PIC/S และมาตรฐานการกระจายยา GDP PIC/S สำหรับใช้ภายในโรงพยาบาลและกระจายไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ เ

พื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ อาทิ นวัตกรรมรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจาย: โดยได้ดำเนินการวิจัย พัฒนา และผลิตสารเภสัชรังสี ลูทิเที่ยม (Lu-177 PSMA) ได้เองภายในประเทศภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง

โดยควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้สารเภสัชรังสีที่มีความปลอดภัยและจำเพาะเจาะจงสูงต่อเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาขั้นสูงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โดยสารเภสัชรังสี ลูทิเที่ยม (Lu-177 PSMA) มุ่งเน้นสำหรับดูแลผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจายที่ดื้อต่อฮอร์โมน ซึ่งผลการรักษาพบผู้ป่วยตอบสนองชัดเจนมากกว่า 50% และยืดระยะเวลารอดชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 18 เดือน

นอกจากนี้ ยังได้เปิด Clinical Trial การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจายด้วยแอกติเนียม (Ac-225 PSMA) ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งยกระดับความแม่นยำในการวินิจฉัย

โดยพัฒนาการตรวจมะเร็งแพร่กระจายไปกระดูกด้วย F-18 NaF PET/CT ที่ลดเวลาเข้ารับบริการเหลือเพียง 1 ชั่วโมง (ถ่ายภาพ 10 นาที) พร้อมให้ภาพคมชัดสูง และนวัตกรรม O-15 Water PET นวัตกรรมการตรวจประเมินภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบแบบไม่รุกล้ำและไม่ต้องฉีดสารทึบรังสีโดยไม่จำเป็น ตลอดจนการพัฒนาสารเภสัชรังสี F-18 NOTA-Octreotide เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยเนื้องอกต่อมไร้ท่อ

4. ก้าวสำคัญสู่นวัตกรรมการแพทย์สมองเสื่อม รองรับสังคมผู้สูงอายุ ต่อยอดความเชี่ยวชาญการผลิตสารเภสัชรังสีระยะยาว จากประสบการณ์อันยาวนานและความพร้อมของห้องปฏิบัติการในการวิจัยและผลิตสารเภสัชรังสีสมรรถนะสูงของศูนย์ฯ สู่ความพร้อมในการรองรับโจทย์ความท้าทายด้านสุขภาพของผู้สูงอายุไทย

สำหรับการเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดการผลิตสารเภสัชรังสีที่ใช้จำเพาะเจาะจงสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์คัดกรองการวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์และพร้อมรองรับการรักษาโดยใช้ยาแอนตี้อะไมลอยด์ (Anti-Amyloid therapy) อย่างเต็มรูปแบบ

และการให้บริการชุดตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของสมองที่ครอบคลุมความผิดปกติทางประสาทพยาธิวิทยา เพื่อให้การวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมชนิดอื่นๆ ด้วยความแม่นยำสูง

อาทิ ตรวจการทำงานและเมตาบอลิซึมของสมอง (P9013 18F FDG PET brain) ตรวจหาคราบโปรตีนอะไมลอยด์ (P9014 18F FBB PET brain) ตรวจหาโปรตีนทาวในกลุ่มโรคสมองเสื่อม (P9017 18F PI2620 PET brain)

และ ตรวจประเมินสารสื่อประสาทโดปามีนในสมอง (P9018 18F FDOPA PET brain) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยยาที่ตรงจุดเพื่อชะลอความรุนแรงของโรค

5. ผู้นำเทคโนโลยี PET/MRI และ PET/CT แห่งแรกในประเทศไทย ยกระดับการตรวจวินิจฉัยโรคซับซ้อนด้วยการผสานพลังระหว่างเวชศาสตร์นิวเคลียร์ระดับโมเลกุลกับภาพถ่ายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) คมชัดสูง ช่วยให้แพทย์ประเมินรอยโรคในระบบประสาท สมอง มะเร็งศีรษะและลำคอ มะเร็งตับ และมะเร็งอุ้งเชิงกรานได้อย่างจำเพาะเจาะจง พร้อมลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับลงอย่างมีนัยสำคัญ

6. วิสัยทัศน์สู่อนาคต มุ่งสู่ R&D Frontier ปี 2570 ตั้งเป้าหมายในการคิดค้นและผลิตสารเภสัชรังสีชนิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 ชนิดภายในปี 2570 เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างการพึ่งพาตนเองด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ระดับชาติ พร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโรคสมองเสื่อมอย่างเต็มรูปแบบ รองรับการดูแลสุขภาพของคนไทยในยุคสังคมผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

ในวาระครบรอบ 20 ปี ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้พิสูจน์ถึงศักยภาพการเป็นศูนย์ความเป็นเลิศที่บูรณาการนวัตกรรมด้านภาพวินิจฉัยและการรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์แบบครบวงจร

ทั้งการยกระดับมาตรฐานสากล EARL และ QUANUM การคิดค้นนวัตกรรม “Theranostics” ตรวจวินิจฉัยและรักษาแบบมุ่งเป้าในหนึ่งเดียว ตลอดจนความสามารถในการผลิตสารเภสัชรังสีคุณภาพสูงตามมาตรฐาน GMP/GDP PIC/S มากกว่า 27 ชนิด กระจายให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศเพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ

ด้วยความพร้อมในการเปิดให้บริการทุกวันเพื่อลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วย และรองรับการส่งต่อจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ สำหรับผู้ป่วยสามารถนัดหมายผ่านทาง LINE @petscanchulabhorn หรือโทรนัดหมายที่เบอร์ 096-091-8369

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสนองพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ที่ทรงวางรากฐานการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ขั้นสูง เพื่อนำวิทยาการที่มีราคาแพงมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งต่อโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดให้แก่ประชาชนคนไทยทุกระดับอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ติดตามข่าวสารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ที่ www.cra.ac.th


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

20 ปี ศูนย์ไซโคลตรอน - เพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พลิกโฉมเวชศาสตร์นิวเคลียร์ไทย